Phuket Marriott เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การพักผ่อนที่ครบครัน มารู้จัก ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, ในยางบีชให้มากขึ้น ในรีวิวฉบับนี้นะครับ

“… Phuket Marriott Nai Yang เป็นรีสอร์ท ที่มีความสงบ ที่แฝงตัวไว้กับธรรมชาติได้ดีมาก เป็นหนึ่งในรีสอร์ท ที่เหมาะกับการไปพักผ่อน Relax พักสมอง ที่มาได้บ่อยครั้ง …”

การเดินทางไปภูเก็ตรอบนี้ ผมเลือกบินกับสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส์ – Bangkok Airways
– เที่ยวบิน PG 289 Suvarnabhumi International – Phuket International
– เครื่องบินรุ่น Airbus A320-200
– Registration: HS-PPK
– ระยะเวลาทำการบิน 1 ชั่วโมง 25 นาที

เมื่อบินกับบางกอกแอร์ แน่นอนครับว่า เป็นสายการบินที่มี Lounge รับรองสำหรับลูกค้าทุกคน บริการเสิร์ฟอาหารบนเครื่อง บริการแบบฟูลเซอร์วิสโดยไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มอีก

ทุกครั้งที่บินภายในประเทศกับสายการบินบางกอกแอร์ ผมก็จะเผื่อเวลามานั่ง Lounge ซึ่ง Lounge จะอยู่ตรง Concourse A  ทางเข้าจะอยู่ใกล้ๆ กับ gate A3 รองท้องข้าวต้มมัด Signature ของ Bangkok Airways สักชิ้น แซนวิชสักอันแล้วก็ Espresso เข้ม ๆ สักแก้วพอละครับ เพราะบนเครื่องก็มีอาหารเสิร์ฟอีก

Flight นี้ผู้โดยสารไม่เต็ม กะจากสายตาอยู่ที่ประมาณ 80% บิน Flight เช้าตรู่ก็สบาย สบายดีครับ

นิตยสารฟ้าไทย ฉบับนี้โทนสีสวย มีความฮิปสเตอร์สไตล์มินิมอลดี

เครื่อง Take Off ขึ้นสักพัก แอร์โฮสเตส และ สจ๊วต ก็เริ่มบริการอาหารบนเครื่อง ผมยังรู้สึกอิ่ม ๆ จาก Lounge อยู่เลย เป็น Flight เช้าด้วยเลยไม่ค่อยหิวมาก ทานไปประมาณสองในสามก็อิ่ม

ระยะเวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที ไม่ทันทำอะไรมาก กัปตันบินได้ตรงเวลา สักพักก็ถึงเวลา Landing สู่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ประทับใจกับ แอร์โฮสเตส และ สจ๊วต ที่ให้บริการและดูแลเราตลอด Flight นี้ มีความน่ารัก สดใส สไตล์ Bangkok Airways

หลังจากลงเครื่อง ทางโรงแรมได้เตรียมรถลีมูซีน มารอรับเราที่สนามบิน สะดวกสบายดี

ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, ในยางบีช อยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติภูเก็ตมาก ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เท่านั้นเอง ใช้เวลาในการเดินทางแค่ 10 นาที ก็ถึงรีสอร์ท เป็นการเดินทางมารีสอร์ทภูเก็ตที่ง่ายและไวที่สุด

ขั้นนั่งบนรถ มีน้ำดื่มกับผ้าเย็นหอมกลิ่นตะไคร้สดชื่น วางรอต้อนรับ

รีสอร์ทตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ขับรถมาทางหาดในยาง นั่งหันซ้าย หันขวา อยู่บนรถไม่กี่ที ก็ถึงรีสอร์ทแล้ว รวดเร็วมากจริง ๆ

ความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้จาก ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา, ในยางบีช คือ อากาศที่ดีมาก ๆ มีความเป็นธรรมชาติสูง มีความเย็นสดชื่นจากความเขียวของต้นไม้ที่โอบล้อม

ในขณะที่ เมื่อมองจากตัวรีสอร์ทไปยังท้องทะเลสีครามใสที่อยู่ตรงหน้า อยากจะวางกระเป๋าแล้ววิ่งอ้าแขนตรงแน่วลงทะเล ตั้งแต่ยังไม่เช็คอิน ต้องสะกดใจรอไว้หน่อย รีสอร์ทอยู่ติดทะเล ติดหาดในยางที่ทอดตัวยาวแบบนี้ เดี๋ยวได้วิ่งเล่นกันเต็มที่แน่ ๆ

เป็นการมาพักผ่อนที่ ภูเก็ต แล้วได้อยู่ท่ามกลางความเขียวชะอุ่มของต้นไม้

รีสอร์ทออกแบบ ให้มีสระว่ายน้ำ ที่เป็นสไตล์ลากูน ล้อมไปกับอาคารห้องพักของรีสอร์ท มีสวนสีเขียวครึ้มที่สร้างบรรยากาศร่มรื่น มองไปทางไหนก็สบายตา

ทางเดินออกไปสู่หาดในยาง จะเห็นว่ารีสอร์ทอยู่ในโลเคชั่นที่ติดหาดในยางเลย

ขั้นตอนของการ เช็คอิน หลังจากที่เสิร์ฟ Welcome Drink พนักงานก็แนะนำแผนผังของโรงแรม
และแนะนำเวลาน้ำขึ้นน้ำลง เพื่อให้เราไปเดินเล่นที่ชายหาดได้ตามช่วงเวลาที่เราต้องการ

Marriott แต่ละที่จะมีกิมมิค มีสัญลักษณ์เป็นประจำรีสอร์ท ด้วยบรรยากาศที่อุมดมสมบูรณ์ มีความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ ทำเลที่ใกล้ชิดกับอุทยานแห่งชาติสิรินาถ “นกกรงหัวจุก” จึงถูกหยิบขึ้นมาเป็นสักลักษณ์ของที่นีอีกนัยนึง ยังเป็นการสื่อให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ “นกกรงหัวจุก” และความกลมกลืนกับท้องถิ่นอีกด้วย

หลักจากเสร็จกระบวนการเช็คอิน พนักงานก็พานั่งรถ Buggy มาส่งที่ห้องพัก ซึ่งจริงๆ แล้วจาก Lobby Front ไม่ได้ห่างกันมาก เพียงแต่เรายังไม่ชินกับสถานที่ เพราะหลังจากนี้เราก็เดิน ขึ้นเดินลงเป็นว่าเล่นเลย ห้องพักคราวนี้ของผม เป็น Room Type แบบ Cabana ที่เรียกว่า Garden Cabana Pool Access

รูปแบบของห้อง Garden Cabana Pool Access ห้องพักจะอยู่ติดสระว่ายน้ำ เป็น Pool Access เปิดหลังห้องมา จะมีทางเดินที่สามารถลงสระได้จากห้องพัก มีสวนสีเขียวร่มรื่นอยู่ด้านหลังห้องพัก มีเบาะที่เป็นซุ้มทรงกระท่อมสี่เหลี่ยมตั้งอยู่ริมน้ำให้นอนเล่น มีเปลให้นั่งเล่นบนสนามหญ้าสีเขียว เป็น Type ที่ให้บรรยากาศ Relax ได้อย่างเต็มที่ ผมรักเลยล่ะบรรยากาศแบบนี้

ในห้องพักมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบตามมาตรฐานโรงแรม โทรทัศน์ ไดร์เป่าผม ผ้าเช็ดตัว เช็ดหน้า เช็ดมือ

ห้องน้ำกว้าง มีอ่างอาบน้ำ Rain Shower แยกโซนของห้องอาบน้ำ อ่างลางหน้า และชักโครก ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องพักเป็นผลิตภัณฑ์ของ THANN ให้กลิ่นและสัมผัสที่ผ่อนคลาย เหมาะกับการพักผ่อนดี

เตารีด รองเท้าแตะ ชุดคลุมอาบน้ำ ก็มีให้นะครับ เสื้อผ้าพับๆ ไปครับ ไปรีดที่โรงแรมเอาก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ผมไปโรงแรมแบบนี้ ชุดลำลองจะเป็นเสื้อยืดผ้าเบา ๆ กับกางเกงขาสั้น ไม่ต้องรีด อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเหล่านี้ รองรับนักเดินทางมีมาแบบธุรกิจ มาสัมมนา หรือจะเป็นฟรีแลนซ์ทำงานนอกสถานที่ ต้องใช้เสื้อผ้าที่ต้องการความเนียบสักหน่อย

เมื่อเทียบเปอร์เซ็นต์ของการใช้สัดส่วนพื้นที่ในห้องพัก ผมใช้เวลาด้านนอกห้องพักมากกว่าการอยู่ในห้องพักเสียอีก ตื่นมาตอนเช้า ผมก็ไปยืดเส้น ยืดสาย นั่งเล่นอยู่ตรงสวนที่เป็นส่วนของห้องพักแล้ว

เช้า ๆ ผมมานอนเล่นตรงนี้แหล่ะ จริง ๆ หยิบหนังสืออ่านเล่น ติดมือมาด้วย
อากาศเย็น ๆ ในตอนเช้า อ่านหนังสือได้สมาธิดี

บ่าย ๆ ก็ใส่กางเกงว่ายน้ำ มานอนเล่น ลงสระขึ้นมานั่งพัก มีแค่นี้แหล่ะครับการพักผ่อน ไม่ต้องการอะไรมากเลย

ผมขอพาทุกท่านมาดูในส่วนของ ห้องอาหารกันบ้าง ที่ Phuket Marriott Nai Yang มีสถานที่สำหรับนั่งทานอาหารทั้งหมด 4 จุดคือ

Andaman Kitchen
เป็นห้องอาหารหลักของที่นี่ สำหรับทานมื้อเช้า มื้อกลางวันและ มื้อเย็น เป็นห้องอาหารนานาชาติที่มีเมนูให้เลือกหลากหลาย และที่สำคัญคือเมนูสไตล์ไทย โดยเฉพาะเมนูท้องถิ่น ผมเกริ่นไว้เพียงคร่าวๆ อยากให้ติดตามอ่านรีวิวกันต่อไป ผมมาทานอาหารเย็นที่นี่ด้วย

Big Fish
สำหรับมื้อกลางวันและ มื้อเย็น
เป็นห้องอาหารที่อยู่ติดชายหาด มีโต๊ะให้เลือกนั่งทั้งที่เป็น Indoor และ Outdoor นำเสนออาหารที่ทานง่าย ๆ เช่น แซนวิช เบอร์เกอร์ พิซซ่า และทีเด็ดอย่างอาหารประเภท Grill ที่รับประกันในเรื่องความสด ของ Seafood ที่รับมาจากชาวประมงในท้องถิ่น

Big Fish Bar
สำหรับมื้อกลางวันและ มื้อเย็น
อยู่ตรงข้ามกับ Big Fish สำหรับนั่งชิล จิบเครื่องดื่มและทาน snacks ชิล ๆ

The Lounge
สำหรับทานมื้อเช้า มื้อกลางวันและ มื้อเย็น
บรรยากาศจะเปิดโล่ง นั่งมองวิวทะเลจากมุมสูง เมนูอย่างปิ่นโตเซ็ตก็น่าสนใจสำหรับการนั่งทานมื้อกลางวันแบบง่ายๆ หรือจะนั่งจิบ Cocktails ตอนกลางคืนก็ชิลไม่แพ้กัน

หลังจากที่ผมเก็บข้าวของในห้องพักเรียบร้อยแล้ว ประมาณบ่ายโมงนิด ๆ ผมเตรียมตัวมาทานอาหารที่ Andaman Kitchen และมื้อนี้ มีความพิเศษคือ เราขอเป็นคนปรุงเมนูที่จะทานมื้อเที่ยงนี้เอง กับ Cooking Class ของที่นี่ ; )

เมนูที่เราอยากทานและอยากลงมือสำหรับมื้อเที่ยงของเราคือ หมี่สะปำ กับ ปอเปี๊ยะปู

ปกติเราก็ทำอาหารง่ายๆ ทานเองบ้าง แต่สำหรับเมนู หมี่สะปำและ ปอเปี๊ยะปู เป็นเมนูที่ไม่เคยทำมาก่อน ลุ้นว่าจะทานได้มั้ย แต่มีเชฟคอยสอนเป็น step by step ก็มั่นใจหน่อย แถมยังได้สูตรกลับมา ทวนฝีมือต่อที่บ้านอีกด้วย เริ่มลงมือทำ ปอเปี๊ยะปู ก่อน

เชฟแหม่ม! จะเป็นครูผู้สอนทำอาหารครั้งนี้ให้กับเรา เชฟแหม่มมีความฮา เชฟแหม่มอารมณ์ดี
ใส่ ๆ ไป ใส่เยอะ ๆ นั่นแหล่ะอร่อย!

อยู่กับเชฟแหม่มอะไรก็คือง่าย มันดูง่ายมากจริง ๆ ส่วนผสมหลัก ๆ ก็จะมี เนื้อปูแกะ, แผ่นปอเปี๊ยะสด, กุนเชียง, หมูแดง, ผักกาดหอม, มันแกว, เต้าหู้ น้ำจิ้ม ใช้ซอส Hoisin กับ น้ำมะขามเปียก

เริ่มจากนำมันแกวที่ผ่ายาวเป็นซีก ๆ เหมือนในรูปผัดกับน้ำตาลมะพร้าวและซีอิ้วขาวแล้วพักไว้

น้ำจิ้มง่ายมาก ๆ เพียงนำซอส Hoisin มาผสมกับน้ำมะขามเปียกเข้าด้วยกัน เติมเกลือ น้ำตาลเล็กน้อย

ซอยหมูแดง กุนเชียง เต้าหู้เป็นเส้นแนวยาวรอไว้

แล้วก็นำส่วนผสมที่เตรียมไว้มาจัดวางบนแผ่นปอเปี๊ยะ แล้วก็ม้วน ๆ
ม้วนให้ดีนะครับ ม้วนไม่เป็นแผ่นปอเปี๊ยะจะแตก งานนี้เรารอด

แต่น แตนน แต๊นนนนนนน !

ปอเปี๊ยะปู x SOtraveler

เราลงมือทำเมนูต่อไปกันทันที จานแรกเรียกน้ำย่อยเราเหลือเกิน
เชฟครับ !
รีบจัดเมนู “หมี่สะปำ กันเถอะ

ในระหว่างที่ผมกำลังเรียนทำผัด “หมี่สะปำ” กับเชฟแหม่ม
คุณกอล์ฟ (PR Co.) ได้เล่าเรื่องสะปำให้ฟังอีกด้วย

“สะปำ” เป็นชื่อหมู่บ้านในจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ถนนเทพกษัตรี หมี่สะปำที่หลายคนเรียกกัน ก็คือ หมี่ฮกเกี้ยน นั่นเอง แต่ต้นตำหรับหมี่ผัดฮกเกี้ยนภูเก็ตในตำนาน เป็นฝีมือคุณยายเจียร ซึ่งขายอยู่ที่หมู่บ้านสะปำ คนในภูเก็ตเมื่อจะทานหมี่ฮกเกี้ยนฝีมือคุณยายเจียร ก็จะชวนกันว่าไปทานหมี่สะปำกัน จนที่มาของคำว่า “หมี่สะปำ” ที่เราได้ยินมาจนถึงทุกวันนี้

กินมาก็หลายครั้ง เพิ่งทราบที่ไปที่มาก็วันนี้แหล่ะครับ ในขั้นตอนการทำ หมี่สะปำ คือ ทุกอย่างเหลือแค่ผัด มีขั้นตอนการทำ poached egg หน่อยนึงที่เชฟแหม่มบอกว่า

บางสูตรจะใส่น้ำส้มสายชู เพื่อให้ไข่เกาะตัว แต่มันก็จะมีกลิ่นฉุน ๆ เชฟแหม่มแนะให้ต้มในน้ำต้มเดือดธรรมดา ไม่ต้องผสมอะไร

แล้วก็ผัดส่วนผสมทุกอย่าง โดยเริ่มจาก วัตถุดิบที่เป็น Seafood ก่อน เติมผัก แล้วใส่ หมี่ฮกเกี้ยน เป็นลำดับสุดท้าย

We Are Proud to Present
หมี่สะปำ x SOtraveler

อร่อยจริง ๆ นะ หมดเกลี้ยงทุกอย่าง ผมเขียนรีวิวตอนนี้ ยังน้ำลายไหล

เพิ่มของหวานของมื้อสักหน่อย กับข้าวเหนียวมะม่วง เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกะทิโฮมเมด อร่อยล้ำจริง ๆ มื้อเที่ยงมื้อนี้เรา ฟินส์ ทุกอย่าง ~~~

หลังจากอิ่มใจและอิ่มท้องกับ อาหารมื้อเที่ยงที่เราได้ลงมือปรุงเองแล้ว คุณไกด์พาเราไปดูในส่วนของ One Bedroom Beach Plunge Pool Villa ซึ่งจะมีแขกเช็คอินในช่วงเย็น เราต้องรีบเช้าไปชมก่อน

การออกแบบและตกแต่ง เป็นสไตล์ Contemporary Thai มีความหรูหราคงความ Luxury ที่ผสมผสานความเป็นไทยได้อย่างลงตัว

ห้องแต่งตัว แยกโซนเป็นอีกห้องนึง

อ่างอาบน้ำ ให้บรรยากาศของความหรูหรา

ห้องอาบน้ำแบบ Rain Shower อยู่ใกล้ๆ กัน

มาเยี่ยมชมบริเวณ Villa ที่เป็นด้านนอกดูบ้าง มีโซฟาเบด ขนาดใหญ่ไว้นอนเล่น

Plunge Pool แบบพอแช่ตัวเย็น ๆ

ยังมีศาลาที่แยกตัวออกมาจาก Villa ที่เป็นห้องนอน สำหรับนั่งเล่น มีโต๊ะและโซฟา ใกล้ชิดธรรมชาติดี

ไฮไลท์ของห้องพักแบบ Beach Pool Villa ทีนี่คือ สามารถก้าวออกไปแล้วเจอชายหาดและทะเลอยู่ติด Villa

หาดในยาง เป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสงบ ผมอยากจะบอกว่า การเดินทอดน่องบนหาดในยาง ยามเช้าและยามเย็นเป็นบรรยากาศที่โรแมนติคมากเลยล่ะ

นั่งชิลที่ Big Fish Bar ตอนเย็น กับการจิบดริงก์เย็น ๆ

Passion Fruit Mojito
เมนูขายดี รสชาติหวานอมเปรี้ยว ซ่าส์สดชื่น อยากได้เมนูนี้มาจิบทุกเที่ยงจริง ๆ ให้ความเฟชรมากถึงมากที่สุด

Mango Colada เมนูที่เหมาะกับบรรยากาศริมทะเลมาก
เป็นเมนูสมูทตี้ที่เบลนด์ระหว่าง มะม่วง น้ำมะพร้าว โยเกิร์ตและน้ำผึ้ง รสชาติหอม หวาน

บรรยากาศมื้อค่ำที่ Big Fish!

มื้อเย็นวันแรก เรามาทานที่ Big Fish ความน่าสนใจของอาหารที่นี่คือ การได้ลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ ที่วัตถุดิบ รับซื้อมาจากสะพานปลา และ จากชาวประมงในท้องถิ่น

บรรยากาศห้องอาหาร Big Fish มีทั้งในห้องแอร์และด้านนอก ดึก ๆ ก็ได้บรรยากาศสงบ ๆ นั่งด้านนอกก็มองไม่เห็นทะเลอะไรแล้วล่ะครับ แต่เราก็เลือกที่จะนั่งด้านนอกเหมือนเดิม เพราะชอบอากาศแบบธรรมชาติ ๆ มากกว่า เราอยู่กับแอร์มาเยอะแล้ว

ถ่ายรูปข้างในมาให้ดูกันหน่อย

จานแรกเป็น Seafood Soup รสชาติไม่ข้นมาก สิ่งที่ดีคือการได้รับรสความสดของอาหารทะเล

จานที่สองเป็น Crab Cake เนื้อปูอัดแน่น

ส่วนเมนู Grill เราเลือกเป็นจาน Mix Grill

เดินผ่านสระว่ายน้ำตอนกลางคืน เลยเก็บภาพสักหน่อย

บรรยากาศของสระว่ายน้ำตอนกลางคืน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ เงียบ ๆ

 

Lobby Lounge
เป็นอีกจุดที่นั่งได้เพลินกับการนั่งจิบดริ้งค์ และค็อกเทลเจ๋งๆ ในช่วงกลางวันและช่วงเย็น

ในช่วงกลางวันยังมีปิ่นโตเซ็ตที่น่าทานและอร่อยมาก เรามานั่งทาน ปิ่นโตเซ็ต เพื่อ Relax ก่อนไปสนามบินตอนขากลับ ด้วยความผิดพลาดบางประการ เสียดายที่ไม่สามารถนำรูปปิ่นโตเซ็ตมาให้ฝากทุกคนดูได้ ใครมีโอกาสไปพักที่นี่ลองสอบถามเมนูนี้ จากโรงแรมได้นะครับ

การตกแต่งตรงล็อบบี้ ออกแบบให้นกกรงหัวจุก กำลังเล่นน้ำ เล่นกันเพลินเลย

กลับเข้าห้องมา ก็มี Welcome Fruit กับ Dessert วางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง

ตื่นมาตอนเช้า ผมมาเดินเล่นที่ชายหาด อากาศดีมาก

นี่ก็เป็นบรรยากาศตอนเย็นที่เราเดินเล่น ดูเครื่องบินขึ้นลง

เมื่อกลับมาที่ห้องผมยังคงชอบกับการนอนเล่นตรงนี้

ผมขอพาทุกคนมาสำรวจอาหารเช้า ที่ Andaman Kitchen กันบ้าง

บรรยากาศของห้องอาหารมีทั้งโซนที่เป็นอินดอร์ติดแอร์ที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหราสวยงาม และเอาท์ดอร์ที่เราจะสัมผัสบรรยากาศรับลมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

Andaman Kitchen ยังเป็นครัวเปิด นำเสนอการปรุงอาหารของเชฟ แบบสดใหม่ ร้อน ๆ

แนะนำเมนูไฮไลท์ในอาหารเช้า นี่คือเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด คือไข่เบเนดิกต์ ราดน้ำยาปูรสเข้มข้นถูกใจ เมื่อ ข้าวต้มมัดเป็น Signature ของ บางกอกแอร์ Omelet ราดน้ำยาปู! ก็เป็น Signature Menu ของ Phuket Marriott Nai Yang  ที่ใครมาต้องลอง ต้องชิมให้ได้ เช่นกัน

ออมเล็ตและราดน้ำยาปู ไข่อุ่นๆ หอม ๆ ทานพร้อมกับน้ำยาปูรสชาติเข้มเข้น เข้ากันได้ดีมาก

อย่าลืมเผื่อท้องไว้สำหรับของหวานอย่างสเตชั่นเครป ที่เตรียมไส้ไว้ให้เลือกเยอะมาก ช่างดึงดูดใจให้เราชิมเหลือเกิน

เมนูเครื่องดื่มอย่างชาไทย และกาแฟโบราณ ก็มีให้ชิม กลิ่น รส ความหอม ความมัน คือใช่เลย กาแฟรถเข็นโบราณ ที่ในระยะหลังเราไม่ค่อยมีโอกาสได้ทานสักเท่าไหร่ ไม่พลาดที่จะสั่งมาชิม ด้วยความคิดถึง

ตู้แช่เย็น ที่เก็บโยเกิร์ตและเครื่องดื่ม มีสองตู้ใหญ่

ผมชอบที่มียาคูลล์ด้วย

น้ำผักผลไม้ เมนู smoothie คั้นสด ๆ ก็อร่อย

ผลไม้สดก็มีให้เลือกเยอะดี

บรรยากาศมื้อเย็น ที่ Andaman Kitchen

มาเยือนภูเก็ต เราก็อยากทานอาหารที่เป็นเมนูท้องถิ่นของชาวภูเก็ต มิฉะนั้นอาจจะรู้สึกเหมือนไม่ได้มาถึงภูเก็ต Andaman Kitchen ทำให้ทริปภูเก็ตของเราครั้งนี้ ครบเครื่องถึงรสชาติภูเก็ตในเมนูอาหารมื้อเย็นของเรา

 

คั่วกลิ้งหมู
มาเยือนถิ่นเมืองใต้ทั้งที ไม่ทานคั่วกลิ้งได้ยังงัย หาทานในกรุงเทพฯ มาก็หลาย

“ยำผักเหมียง”
ผักเหมียงใบอ่อนๆ หอมๆ ยำใส่กุ้งแห้งตัวโต น้ำยำรสจัด เผ็ดสดุดลิ้นถูกใจมาก เพราะผมรีเควสเชฟไปเลยว่า ขอรสชาติคนไทยทาน ผมชอบความเก่งของเชฟ ตรงนี้แหล่ะ

Phuket Marriott ยำผักเหมียง

“กุ้งผัดพริกแกงใต้”
พริกแกงรสชาติเข้มข้น กับกุ้งเนื้อสด เด้ง หนึบหนับ ทานกับข้าวสวยร้อย ๆ อร่อยเหาะจริงๆ

“หมูฮ้อง”
อาหารใต้ที่คล้ายคลึงกับหมูสามชั้นพะโล้ของภาคกลาง รสชาติเข้มข้นดี ไม่หวานมาก ไม่คิดเลยว่าจะได้ทาน เมนูหมูฮ้อง ที่มีรสชาติถึงเครื่องในโรงแรม

Phuket Marriott หมูฮ้อง

Phuket Marriott

ผมเชื่อว่า ภูเก็ต แมริออท, ในยาง จะตอบโจทย์การพักผ่อนได้ดี สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบการพักผ่อนที่ครบเครื่อง และยังตอบโจทย์การพักผ่อนแบบครอบครัวอีกด้วย

หรือใครที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย ชอบความสะดวกสบาย ชอบที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เข้าถึงง่าย ที่นี่น่าจะตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน Vacation หน้า มีโอกาสลองปักหมุดมา Phuket Marriott Nai Yang ดูนะครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ มีจังหวะ มีโอกาส อยากแนะนำให้ไปลองพักดู สุดสัปดาห์นี้ไปลองเลยเป็นงัยไปพักผ่อนที่ Phuket Marriott Resort and Spa, Nai Yang Beach

ความประทับใจ
+ อินเตอร์เน็ตเร็วมากเมื่อเทียบกับฟรีอินเตอร์เน็ตของโรงแรม มีความเสถียร
+ บรรยากาศเงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ เหมาะกับการพักผ่อนสุดๆ
+ พนักงานน่ารัก บริการดีมาก รู้สึกอบอุ่นกับการบริการ ทุกรอยยิ่ม ทุกการทักทาย
+ เมนูอาหารใต้ที่ Andaman Kitchen ถึงเครื่องพริกแกง รสชาติดี
+ อาหารเช้าหลากหลายและอร่อยหลายเมนู โดยเฉพาะ Omelet ราดน้ำยาปู อร่อยมาก

Phuket Marriott Resort & Spa, Nai Yang Beach

    • สถานที่ : Phuket Marriott Resort and Spa, Nai Yang Beach
      92, 92/1 Moo 3, Tambol Sakoo, Amphur, Talang  Phuket  83110  Thailand
    • เบอร์โทรติดต่อ : +66-76-625-555
    • ห้องอาหาร
      • Andaman Kitchen
      • Big Fish
      • Big Fish Bar
      • The Lounge

Enjoy your day. Thank you very much.

#SOtraveler #SOtravelerLIFE #MarriottNaiYang

SHARE TO YOUR FRIEND