“บุฟเฟ่ต์กุ้งเผาเสิร์ฟร้อนๆจากเตา” เพียงได้ยินประโยคสั้นๆแค่นี้ก็ชวนให้น้ำลายสอ พอๆกับการได้เห็นมะม่วงเบากับน้ำปลาหวาน ถึงจะเป็นเมนูคนละประเภทแต่เรื่องความสามารถในการเย้ายวนชวนลิ้มรสต่างจัดเป็นเมนูติดท็อปลิสด้วยกันทั้งคู่ ผมกำลังพูดถึง บุฟเฟ่ต์กุ้งเผา ที่ห้องอาหารอเทลิเย่ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ แกรนด์ สุขุมวิท ที่เราเพิ่งไปทานมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

เรามาทานกันมื้อค่ำ ซึ่งเป็นโปรโมชั่น “PRAWNS MAK MAK – SEASON 2” เป็นบุฟเฟ่ต์กุ้งเผา ไม่จำกัดเวลา เสิร์ฟทั้งกุ้งออนไอซ์ กุ้งเผา และยังมีหอยแมลงภู่ หมึกย่าง สเต็กคอหมู สเต็กเนื้อวากิว และไลน์อาหารนานาชาติ ชูชิ พาสตาร์ แฮม ชีส สลัดบาร์ อาหารไทย อาหารอินเดีย และขนมหวาน เค้กไอศกรีม ช็อคโกแลตฟองดู ครบถ้วนความอร่อย เราขอชวนทุกคนมาติดตามดูบรรยากาศของอาหารมื้อนี้ของเราว่าจะอร่อยและน่าทานมากแค่ไหน เชิญติดตามอ่านและรับชมภาพไปด้วยกันนะครับ

“กุ้งเผา” คือเมนูเอกของโปรโมชั่นนี้ เราทานกันแบบเต็มที่ด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างจากการทานกุ้งริมชายหาด ถึงจะไม่เป็นกุ้งริมทะเลก็ตามที สำหรับเรากุ้งแม่น้ำให้รสชาติที่หวาน มีมันจากหัวกุ้งที่เพิ่งผ่านการเผามาใหม่ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเผ็ดปานกลาง ขอใช้คำว่า “อร่อยเหาะ” ให้กับมื้อนี้ของเรา

กุ้งที่นำมาเผาเป็นกุ้งสด เมื่อเผาออกมาเนื้อจึงเด้งแกะง่าย อร่อยทุกตัว เวลาทานเราชอบทานตรงหัวกุ้งก่อนเพื่อลิ้มรสมันกุ้งหอมๆจากนั้นค่อยบิดตัวกุ้งเด้งๆจุ้มลงไปในน้ำจิ้มซีฟู้ด พลิกซ้ายพลิกขวาเล็กน้อย เพื่อให้ตัวกุ้งคลุกเคล้าความแซ่บของน้ำจิ้มได้อย่างทั่วถืง

ใครที่ทานกุ้งบ่อยๆ คงพอสังเกตความสดของกุ้งที่นำมาเสิร์ฟได้ว่าสดจริง ซึ่งเนื้อและความหวานของกุ้งสดให้รสชาติที่อร่อยขั้นดีเยี่ยมกว่ากุ้งที่ผ่านมาฟรีสน้ำแข็งหลายเท่าตัว

ไซส์ของกุ้งที่นำมาเสิร์ฟก็เป็นไซส์มาตรฐานตามร้านอาหารที่ขายเป็นกิโลราคาหลักหลายร้อย แต่ถ้ามาทานที่นี่ลืมตาชั่งกิโลไปได้เลย เพราะมื้อนี้ก็ชื่อว่าเป็นมื้อบุฟเฟ่ต์อยู่แล้ว ดังนั้นทานกุ้งได้เต็มที่ให้จุใจไปเลย

การสั่งกุ้งเผา สั่งกับเชฟที่ประจำอยู่สเตชั่นกริวส์ ระบุจำนวนที่ต้องการให้เสิร์ฟและให้แท็กส์หมายเลขโต๊ะไว้ แนะนำว่าทะยอยๆสั่ง เพราะรอออร์เดอร์ไม่นานเลย เพื่อที่กุ้งจะได้เสิร์ฟร้อนให้เราทานอยู่ตลอด หากสั่งเยอะจะกลายเป็นกุ้งที่เย็น อาจจะอร่อยไม่สุดเท่ากุ้งที่เพิ่งย่างออกจากเตามาใหม่ๆ ผ่านไปแป๊บเดียวกุ้งที่เราสั่งไว้ก็จะตามมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ

นอกจากกุ้งแล้ว ในสเตชั่นกริวยังมีหมึก สเต็กคอหมู สเต็กเนื้อวากิว ให้เลือกสั่งอีกด้วย

หมึกย่างออกมาได้หน้าตาน่าทานมากทีเดียว

ถือว่าเชฟรู้จักวัตถุดิบและการปรุงหมึกให้สุกพอดี เพราะเชฟย่างหมึกออกมาได้สุกพอดี เราชอบทานระดับความสุขประมาณนี้คือไม่แห้งและไม่แฉะจนเกินไป

เชฟย่างให้เห็นและส่งกลิ่นหอมฉุยเย้ายวนใจเราด้านหลังสเตชั่นนี่เอง

สเต็กคอหมู สเต็กเนื้อวากิว เป็นเมนูที่อยากให้ทุกคนลอง หลายคนจะไม่ค่อยสั่ง อาจจะเพราะเป็นวัตถุดิบที่ทานบ่อยในมื้ออาหารประจำวัน แต่สเต็กคอหมู สเต็กเนื้อวากิว มีความพิเศษที่การหมักและปรุงรสให้เนื้อนุ่ม ย่างออกมาแล้วราดซอสลงไปพอคลุกคลิก อร่อยจริงแนะนำให้ทุกคนลองชิมกันคนละหนึ่งชิ้นดูแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะสั่งเพิ่มหรือไม่

นอกจากสเตชั่นย่างและเผาแล้ว ยังมีไลน์ออนไอซ์รอให้คุณชิมอยู่สเตชั่นใหญ่ๆ

เมนูออนไอซ์พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด

และความครบรสอยู่ตรงน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆเช่นกัน

อาหารไทย

Chinese Stir Fried Pork with Back Pepper Sauce (หมูผัดพริกไทยดำ)

Stir Fried Chicken with Garlic and Pepper (ไก่ผัดพริกและกระเทียม)

Steamed Fish with Spicy Lemon Sauce (ปลานึ่งมะนาว)

Red Curry with Beef (แกงเผ็ดเนื้อ) และ หมูมะนาว

 

Streamed Mussel (หอยแมลงภู่นึ่ง)

“อาหารญี่ปุ่น”  ซูชิ ซาชิมิ ส่วนนี้เสิร์ฟข้าวปั้นหน้าต่างๆ ชูชิ มากิโรล

แซลมอน ปูอัด ไข่หวานจัดเต็ม สำหรับใครที่ชอบทานเมนูนี้เป็นพิเศษคงอร่อยได้อย่างเต็มที่

“สลัด” มีให้เลือกชิมหลายอย่าง

  • Pumpkin and Raisin Salad (สลัดฟักทองและลูกเกด)
  • Beef Salad (สลัดเนื้อ)
  • Tuna and Potato Salad (สลัดทูน่าและมันฝรั่ง)
  • Greek Salad (สลัดกรีก)

ซีซ่าส์สลัด

“ชีท” แต่ละแบบ มีป้ายบอกปริมาณแคลอรี่ด้วย

พาสตาและเมนูเส้น ก๋วยเตี๋ยว

“อาหารอินเดีย”

  • Suquet (Seafood) (สตูซีฟูด)
  • Chicken Biryani (ข้าวหมกไก่อินเดีย)
  • Mahi Taka Tak Curry (Fish with Bell Pepper Curry) (แกงปลาย่าง)
  • Mix Vegetable Curry (แกงผักสไตล์อินเดีย)

“ซุป”

  • Mushroom Soup (ซุปเห็ด)
  • Tom Kha Kai (Thai Coconut Chicken Soup) (ต้มข่าไก่)

ขนมหวาน (Dessert)

มาการองมีโลโก้ของโรงแรมด้วยน่ารักดี

“ไอศกรีม” มีให้เลือกชิมสามรส

  • ช็อคโกแลต
  • ข้าวเหนียมมะม่วง
  • สตอเบอรี่

รสข้าวเหนียวมะม่วง มีข้าวเหนียวผสมอยู่ในมะม่วงด้วย ผมแนะนำให้ทานคู่กับเครปนิ่มที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ อร่อยมาก

ส่วน “ไอศกรีมรสช็อคโกแลต” ของที่นี่ยังคงเข้มข้นและต้องทานทุกครั้งที่มา

ไอศกรีมเทปปันยากิก็อร่อย

ช็อกโกแลตฟองดู

Strawberry Cheese

Rasberry Cheese Mousse

Pandan Cream Cake

“ผลไม้” มีแตงโม สัปปะรด ตามแบบฉบับมื้ออาหารตามปกติแต่ที่เราสดุดตาก็คือ ลองกอง สละ และลำใย ที่แปลกตาแถมยังมีแบบแกะไว้เรียบร้อยให้เราทานได้สะดวกอีกด้วย

ใครอยากทานเครื่องดื่มที่ไม่ใช่ซอฟดริงก์ก็จ่ายเพิ่มต่อท่านที่  500++บาท

เป็นอีกหนึ่งมื้อค่ำอร่อยๆที่เรานำมาฝากผู้อ่าน รู้สึกถึงความเย้ายวลของเมนูอาหารแต่ละเมนูผ่านรีวิวของ SOtraveler.COM เรียบร้อยแล้ว ต่อไปเป็นตาคุณแล้วล่ะ…อ่านรายละเอียดด้านล่างนี้ แล้วชวนกันมาโดนบุฟเฟ่ส์กุ้งเผาและ”อร่อยเหาะ” ไปด้วยกัน 

 

บุฟเฟ่ต์ Prawn Mak Mak season2

Location : ห้องอาหาร Atelier ชั้น 2 โรงแรม @Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

– เวลาให้บริการ : ทุกวันอาทิตย์-พฤหัสบดี 18:00-22:30 น. (ตั้งแต่ 4 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2560)
– ราคาปกติ : 1,299++ บาท ต่อท่าน พร้อมเครื่องดื่ม Solf drink ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จ่ายเพิ่ม 500++บาท ต่อท่าน
– จองตรงผ่านเว็ปไซด์ของโรงแรม : https://goo.gl/z2zH6P รับส่วนลดสูงสุด 50% เฉพาะค่าอาหาร เหลือเพียง ท่านละ 834 บาทสุทธิ
– สมาชิกบัตร Accor plus : รับส่วนลดเพิ่ม 10% จากราคาโปรโมชั่น เหลือเพียงท่านละ 695 บาทสุทธิ (สูงสุด 6 ท่าน/บัตร)
– สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : 02-204 4161

การเดินทาง:
BTS มาลงสถานีอโศก ทางออกหมายเลข 3
MRT มาลงสถานีสุขุมวิท ทางออกหมายเลข 2 เดินต่อจากสถานีเข้ามาในซอยสุขุมวิท 21
รถยนต์ส่วนตัว เข้าทางซอยสุขุมวิท 23 มีที่จอดรถของโรงแรมคอยรองรับ