สวัสดีครับ เพื่อน ๆ ผู้อ่าน SOtraveler วันนี้เรามีประสบการณ์มาแชร์ให้อ่านกัน หลังจากที่ได้ไปลองใช้โปรโมชั่น Sawasdee Staycation ที่โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ บอกเลยว่าประทับใจจนต้องมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียด เพราะนี่คือ staycation ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศโดยไม่ต้องออกจากกรุงเทพฯ พร้อมการบริการมาตรฐานโรงแรมเพนนินซูลา ที่สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้เราตลอดการเข้าพัก
Arrival & Check-in Experience – Peninsula Time Makes All the Difference

เช้าวันแรก เราตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยความตื่นเต้น พอก้าวเข้าไปในล็อบบี้ของโรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ก็รู้สึกถึงบรรยากาศร่วมสมัยที่ผสมผสานกับความคลาสสิกได้อย่างลงตัว ดอกไม้กลางล็อบบี้จัดไว้อย่างสวยงาม แสงไฟนุ่มนวลส่องผ่านเพดานกระจกสูง และที่สำคัญคือการบริการของพนักงานที่อบอุ่นให้การต้อนรับดีมาก

สิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดคือ Peninsula Time ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษของโปรโมชั่นนี้ ที่ให้เราเช็คอินได้ตั้งแต่ 06:00 น. และเช็คเอาต์ได้ถึง 22:00 น. นี่คือจุดเด่นที่ทำให้รู้สึกได้เต็มที่กับการพักผ่อนจริง ๆ ไม่ต้องเร่งรีบ เพราะตัวเราเองเป็นคนที่ชอบใช้เวลาเต็ม ๆ ในการพักผ่อน
Room with Chao Phraya River View – Breathtaking Beauty
พอขึ้นไปห้องพักเราก็ตื่นเต้นต่อกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่กว้างใหญ่ไหลเอื่อยๆ สร้างความผ่อนคลาย และเมื่อถึงช่วงเย็น แสงไฟเริ่มส่องประกายตามตึกระฟ้าและวัดวาอารามตลอดสองฝั่งแม่น้ำ สร้างภาพที่สวยงามจนเรามาหยุดนั่งมองวิวจากหน้าต่างหลายอยู่หลายครั้ง

ห้องพักตกแต่งด้วยสไตล์ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นไทยและความทันสมัย เฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้คุณภาพดี ผ้าและเครื่องประดับตกแต่งด้วยสีสันที่อบอุ่น เตียงขนาดคิงไซซ์นุ่มสบายด้วยผ้าลินินคุณภาพเยี่ยม นอนแล้วรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนเมฆ



ห้องน้ำกว้างขวางมาก มีอ่างแช่ตัวขนาดใหญ่ เราใช้เวลาแช่ตัวในอ่างนี้อยู่นาน เป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง เครื่องใช้ในห้องน้ำเป็นแบรนด์ The Peninsula เอง ซึ่งเป็นการร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่น กลิ่นหอมหวานของ amenities ทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ใช้

Mei Jiang Lunch – Legendary Dim Sum Experience
มื้อกลางวัน เราแวะมาที่ห้องอาหารเหม่ย เจียง (Mei Jiang) ซึ่งเป็นห้องอาหารจีนสไตล์แคนโตนิส รสชาติดี ติ่มซำอร่อย การตกแต่งภายในห้องอาหารหรูหราแบบจีนร่วมสมัย มีมุมสวย ๆ หลายจุดที่เหมาะสำหรับถ่ายรูป

เราทานเป็น Lunch Set Menu ที่ประกอบไปด้วยเมนูพิเศษหลากหลายรายการ เริ่มต้นด้วย Timeless Classic Har Gow (ฮะเก๋าสูตรตำรับ) หนังเกี๊ยวบางใสจนมองเห็นเนื้อกุ้งภายในชัดเจน เมื่อเข้าปากไปคำแรกก็สัมผัสได้ถึงกุ้งสดหวานกรุบกรอบ รสชาติกลมกล่อมไม่หวานไม่เค็มเกินไป ต่อมาคือ Black Truffle Dumpling, Black Cloud Ear (เกี๊ยวถุงเงินทรัฟเฟิล) เมนูนี้พิเศษมาก กลิ่นหอมของทรัฟเฟิลโชยมาตั้งแต่ยังไม่ได้ชิม รสชาติหรูหรา เป็นการผสมผสานระหว่างอาหารจีนกับส่วนผสมระดับไฮเอนด์ได้ดี

Barbecued Pork Puff (พายหมูแดง) เป็นอีกไฮไลท์ เปลือกพายกรอบนอกนุ่มใน ไส้หมูแดงหวานหอม รสชาติเข้มข้น กินคู่กับชาจีนร้อน ๆ ลงตัวมาก Crab Meat & Cuttlefish Dumpling, Spinach (เกี๊ยวปูและปลาหมึกนึ่งผักโขม) สีเขียวสวยงามจากผักโขม เนื้อปูสดหวานผสมกับปลาหมึกที่เหนียวนุ่ม รสชาติสดชื่น Taro Puff, Snow Fish (พัฟเผือกทอด) ขนมทอดที่นอกกรอบในนุ่ม เผือกหวานหอมละมุน

เมนูจานร้อนที่ประทับใจมากคือ Steamed Jumbo Tiger Prawn, Seasonal Green, XO (กุ้งลายเสือผัดซอสเอ็กซ์โอ) กุ้งตัวโตมาก เนื้อแน่น หวานสดจากทะเล ซอสเอ็กซ์โอเข้มข้น มีรสชาติเค็มนิดหวานตาม กินคู่กับผักสดกรอบ ๆ Scallop Fried Rice, Shrimp Paste, Spring Onion (ข้าวผัดมันกุ้งหอยเซลล์) ข้าวเม็ดเด้งดูดเครื่องปรุงเข้าไปทุกเม็ด หอยเซลล์สดหวาน รสชาติเข้มข้นจากมันกุ้ง ปิดท้ายด้วยของหวาน Chilled Mango Cream, Pomelo, Sago (สาคูสัมโอเย็นในครีมมะม่วง) เย็นชื่นใจ รสชาติหวานหอมจากมะม่วงสุก สาคูเหนียวนุ่ม และสัมโอที่ให้ความสดชื่น
Cultural Tour – Authentic Thai Heritage Experience
ช่วงบ่ายเราเข้าร่วม Cultural Tour ซึ่งเป็นการเดินทางท่องเที่ยวทางเรือไปยังวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สิ่งที่ประทับใจคือการได้นั่งเรือชมวิวสองฝั่งริมเจ้าพระยา ระหว่างทางไกด์เล่าประวัติความเป็นมาของชุมชนริมน้ำทั้งสองฝั่งเจ้าพระยาเป็นระยะ ที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ได้ฟังประวัติของวัดที่มีอายุกว่า 200 ปี สถาปัตยกรรมสวยงามผสมผสานระหว่างไทยและจีน ได้ไหว้พระและให้อาหารเต่าที่บริเวณบึงในวัด เป็นกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกสงบใจ

ไฮไลท์คือการได้เข้าร่วม Workshop “หมูกระดาษออมสิน” ศิลปะกระดาษที่ถูกสืบทอดจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ได้เรียนรู้เทคนิคการติดกระดาษให้เป็นรูปหมู เป็นทักษะที่ต้องใช้ความอดทนและความละเอียด เราได้ผลงานเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับมาเป็นที่ระลึกด้วย


River Cafe & Terrace Buffet – A Paradise for Food Lovers

มื้อเย็นเราไปที่ห้องอาหาร River Cafe & Terrace ซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้เปิดให้บริการแบบ a la carte วันจันทร์-พุธ และบุฟเฟ่ต์วันพฤหัสบดี-อาทิตย์ วันที่เราไปตรงกับวันที่มีบุฟเฟ่ต์ ถือว่าโชคดีมาก บุฟเฟ่ต์ที่นี่เป็นการรวบรวมอาหารคุณภาพระดับโลกมาไว้ในที่เดียว มีอาหารให้เลือกหลากหลายมาก


ไม่ว่าจะเป็น Seafood on Ice Station เป็นจุดแรกที่เราแวะ หอยนางรมสดตัวใหญ่ กุ้งตัวโต หอยแมลงภู่ ปูม้า

และยังมีสเตชั่นอาหารญี่ปุ่น ซูชิ ซาชิมิที่เนื้อปลาสดใสน่าทาน โดยเฉพาะซาชิมิปลาแซลมอนและปลาทูน่า เนื้อละมุนละไมหวานหอม กินคู่กับโซยุและวาซาบิ ลงตัวมาก

Grill Selection มีเมนูย่างที่ทำสด ๆ ให้ตามสั่ง Tomahawk Steak ที่ย่างได้กำลังดี นอกกรอบในนุ่ม กุ้งแม่น้ำย่างตัวใหญ่หวานสด และเนื้อวัวเทนเดอร์ลอยน์ที่นุ่มมาก Carving Station มีเชฟคอยหั่นเนื้อสดใหม่ตลอดเวลา Tomahawk ที่หั่นสดใหม่ร้อน ๆ บริสเก็ตหมูรมควันกลิ่นหอม และแฮมเคลือบเมเปิลที่หวานหอมน่าทาน




Live Station มีเชฟทำอาหารสดใหม่ตามสั่ง พาสต้าหลากหลายแบบ ปลานึ่งซีอิ๊วที่ปลาสดใหม่ และปลามะนาวที่เปรี้ยวสดชื่น นอกจากนี้ยังมี Daily Rotations ที่เปลี่ยนเมนูไปตามวัน วันที่เราไปมี Salmon Wellington ที่ทำได้อร่อยมาก เปลือกพายกรอบ ปลาแซลมอนสุกกำลังดี มีผักและเครื่องเทศหอม ๆ มุมชีสและแฮมหั่น มีชีสนานาชาติให้เลือกมากมาย กินคู่กับไวน์ที่มีให้เลือกหลายชนิด

ของหวานและไอศกรีมก็ไม่น้อยหน้าใคร มีเค้กหลากชนิด ผลไม้สดใหม่ และไอศกรีมทำสดหลายรสชาติ

Morning Wellness – Singing Bowl Meditation
เช้าอีกวัน เราตื่นมาแต่เช้า เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Singing Bowl Meditation ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่โรงแรมจัดให้ทุกวัน แขกของโรงแรมเข้าร่วมได้ฟรี นอกจากนี้ยังมี Aqua Yoga, Connecting with Thonburi, Functional Training, Muay Thai, และ Mat Pilates ให้เลือกอีกด้วย
กิจกรรมจัดขึ้นในส่วนของสปา บรรยากาศในยามเช้าตรู่สงบเงียบ สร้างความรู้สึกเงียบสงบอย่างลึกซึ้ง อาจารย์ผู้สอนอธิบายถึงประวัติและการใช้งานของ Singing Bowl ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีโบราณจากทิเบต เมื่อเสียงระฆังก้องกังวานออกมา รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านอากาศมายังร่างกาย เสียงที่ลึกและยาวนานช่วยให้จิตใจสงบ ความคิดต่าง ๆ ค่อย ๆ เงียบลง 30 นาทีผ่านไปราวกับเพียงไม่กี่นาที รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานใหม่
The Peninsula Spa – World-Class Relaxation
ช่วงสบายเป็นช่วงเวลาที่เรารอคอยมากที่สุด กับการนวด Relaxing Massage ที่ The Peninsula Spa ในโปรโมชั่นนี้มีส่วนลดให้ด้วยอย่างสิทธิ์ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับบริการนวดตัว เมื่อจองสำหรับ 2 ท่าน
สปาตั้งอยู่ในบริเวณเงียบสงบของโรงแรม บรรยากาศภายในหรูหราแต่อบอุ่น มีเพลงเบา ๆ และกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เทอราปิสมีฝีมือเยี่ยม เริ่มต้นด้วยการใช้น้ำมันอโรมาเธราปีอุ่น ๆ ค่อยๆลูบบนตัว แล้วใช้เทคนิคการนวดแบบไทยผสมผสานกับสไตล์สปาระดับโลก การเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ ใช้แขนและมือนวดเป็นจุด ๆ อย่างถูกต้อง
ด้วยเทคนิคการนวดแบบ long, stretching และ sweeping movements ทำให้รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะบริเวณไหล่และหลังที่เป็นจุดสะสมความเครียด หลังจากนวดเสร็จรู้สึกร่างกายเบาสบาย และนอนหลับได้ลึกในคืนนั้น


Afternoon Tea at The Lobby – The Art of Tea Culture
ช่วงบ่ายเราไปลิ้มลอง Afternoon Tea ที่ The Lobby ตอนที่เราไปเป็นซึ่งเป็น Spring Afternoon Tea ซึ่งตอนนี้ถ้าใครแวะไปจะเป็น Summer Afternoon Tea แล้ว The Lobby เป็นจุดศูนย์กลางของโรงแรม มีหน้าต่างกระจกสูงเปิดโล่งให้มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยา ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ใบเขียวขจี สดใสสวยงาม บรรยากาศหรูหราแต่ไม่เครียด มีดนตรีสดบรรเลงเป็นบางช่วง
เซ็ต Afternoon Tea ประกอบด้วยอาหารคาวและของหวานจัดเรียงอย่างสวยงามเมนูที่ได้ลองอาทิเช่น Beef Tartare เนื้อสดสับละเอียด ปรุงรสกำลังดี Fresh Blue Crab Croustade ปูสดหวานวางบนขนมปังกรอบ ของหวานมี Exotic Sphere ลูกทรงกลม ข้างในมีรสชาติผลไม้เมืองร้อน และ Mille-Feuille เปลือกพายบาง ๆ สลับชั้นกับครีม
มาพร้อมกับ Hojicha (ชาญี่ปุ่นคั่ว) Plain Scones พร้อม tropical jam และ mascarpone cream ชาโฮจิชามีกลิ่นหอมจากการคั่ว รสชาติกลมกล่อม สโคนนุ่ม กินคู่กับแยมผลไม้เมืองร้อนและครีมแมสคาร์โปเน่หวานหอมลงตัว

Hotel Facilities & Services – Beyond Expectations
สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ขนาดใหญ่พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา น้ำสระใสสะอาด อุณหภูมิพอดี มีเก้าอี้ผ่อนคลายรอบสระ และมีบริการเครื่องดื่มและอาหารว่างริมสระ ฟิตเนส มีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครันและทันสมัย เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง


Sawasdee Staycation Package Highlights
- Peninsula Time ที่ยืดหยุ่นเรื่องเวลาเช็คอิน-เช็คเอาต์ ทำให้ได้เวลาเต็ม ๆ ในการพักผ่อน
- ส่วนลด 20% ที่ห้องอาหารทุกแห่งในโรงแรม
- ส่วนลด 30% สำหรับบริการสปา หรือสิทธิ์ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับ 2 ท่าน
- กิจกรรมเพื่อสุขภาพฟรี ทุกวัน หลากหลายโปรแกรมให้เลือก
- ราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 5,500 บาทสุทธิ (ไม่รวมอาหารเช้า) หรือ 6,800 บาท (รวมอาหารเช้า)
- บริการระดับโลก ที่ทำให้รู้สึกเป็นแขกวีไอพี
โปรโมชั่น Sawasdee Staycation ที่โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและประทับใจมาก ทั้งในเรื่องของความหรูหรา บริการระดับโลก อาหารอร่อย กิจกรรมที่หลากหลาย และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ในฐานะคนที่เดินทางเป็นประจำ สำหรับการ staycation ในกรุงเทพฯ นี่คือตัวเลือกที่น่าสนใจ คุณภาพที่ได้รับคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปอย่างมาก ใคร กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนแบบหรูหราในกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเดินทางไกล แนะนำโปรโมชั่นนี้เลยครับ โดยเฉพาะคู่รักที่อยากมีความทรงจำดี ๆ
สามารถจองได้ที่ https://uqr.to/SawasdeeStaycation ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2568
ข้อมูล: โปรโมชั่นนี้สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยเท่านั้น
📞 โทรศัพท์: 02-020-2888
📧 อีเมล: [email protected]
🌐 เว็บไซต์: https://www.peninsula.com/bangkok
📍 ที่อยู่: The Peninsula Bangkok, 333 Charoennakorn Road, Klongsan, Bangkok 10600







