ท่ามกลางความสงบของเกาะเมืองอยุธยา เรือนไทยอายุกว่า 60 ปีหลังหนึ่งถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงด้วยมือของสถาปนิก แต่ด้วยหัวใจของคนที่อยากคืนชีวิตให้บ้านหลังนี้อีกครั้ง เป็นโอกาสให้ SOtraveler ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณมิ้งก์ พรเทพ แซ่ลี้ และ คุณแอน ณัฐพร ตรีรุ่งกิจ สองผู้ก่อตั้ง Busaba Ayutthaya Hotel ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งเบื้องหลังการเริ่มต้น แรงบันดาลใจ และความตั้งใจที่ทำให้ Busaba เติบโตจากโฮสเทล สู่โรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในวันนี้

ตลอดการสนทนาทำให้เราได้เห็นว่า เบื้องหลังเสน่ห์ของ Busaba คือความรัก ความเชื่อ และความตั้งใจจริงที่ซ่อนอยู่ในทุกดีเทลของสถานที่ เรื่องราวทั้งหมดเชื่อมต่อกันอย่างงดงาม ตั้งแต่วันที่ทั้งสองมองเห็นเรือนไทยหลังนี้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ บางวันมีคนอยู่ บางวันก็ว่างเปล่า แต่กลับมีบางสิ่งบางอย่างในบรรยากาศที่ทำให้ต้องหยุดมองทุกครั้ง จนวันที่เห็นป้าย “ให้เช่า” ปรากฏขึ้นราวกับเป็นสัญญาณบางอย่าง จึงตัดสินใจโทรหาเจ้าของทันที นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Busaba ฉบับแรก กับโฮสเทลที่อาศัยความเชื่อและความตั้งใจเป็นพลังขับเคลื่อนมากกว่าทุนหรือประสบการณ์ใด


Design Journey from Heartfelt Beginnings
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวการออกแบบในวันที่ Busaba เป็นโฮสเทลที่เพิ่งเริ่มต้นเดินทางจากศูนย์ ในเวลานั้นเรือนไทยหลังเก่าถูกปรับปรุงอย่างพอประมาณเท่าที่งบและความเข้าใจจะเอื้อให้มากกว่าเป็นงานออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเต็มรูปแบบ คุณมิ้งก์เล่าด้วยรอยยิ้มว่า… “ตอนแรกเราแค่พยายามทำให้มันอยู่ได้ ดูเรียบร้อย และยังเป็นเรือนไทยอยู่…ไม่ได้คิดว่ามันจะพัฒนาไปถึงจุดที่ต้องมานั่งคุยเรื่องจั่ว และเรื่องโครงสร้างเลยครับ” บรรยากาศยุคนั้นจึงเต็มไปด้วยเสน่ห์ของความเรียบง่าย พื้นไม้เดิม เสาต้นเก่า และพื้นที่ที่ถูกเติมแต่งเพียงเล็กน้อยเพื่อรองรับนักเดินทางที่มองหาที่พักสงบ ๆ ในอยุธยา

คุณมิ้งก์ยังเล่าต่ออีกว่า “โปรเจกต์นี้ใช้เวลากว่าหนึ่งปีเต็ม ผ่านกระบวนการแก้แบบไม่รู้จบจนทีมออกแบบยังแซวว่าถอดใจไปหลายรอบ เพราะทุกเส้น ทุกมุม ทุกองค์ประกอบต้องตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและอารมณ์ของสถานที่ไปพร้อมกัน” สิ่งที่กลายเป็นภาพจำที่สุด คือจั่วสีขาว ที่ค่อนข้างใช้เวลากว่าจะตกผลึก ซึ่งเรารู้สึกว่ามันใช่ การเลือกใช้โครงเหล็กฟาซาดมาครอบเรือนไทยเก่า เป็นการลดทอนองค์ประกอบที่ซับซ้อนของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ให้กลายเป็นเส้นสายที่โปร่งสะอาดและร่วมสมัยขึ้น โดยยังคงเคารพสัดส่วนและความงดงามดั้งเดิมของเรือนไทยไว้ครบถ้วน

ผลลัพธ์คืออาคารที่เรียบง่ายและงดงาม แต่ทว่าซ่อนความตั้งใจไว้อย่างลึกซึ้งในทุกเส้นสาย ทุกองค์ประกอบสะท้อนความเชื่อว่า “เรือนไทยสามารถงดงามในแบบร่วมสมัยได้จริง ไม่ใช่แค่ความชำนาญทางสถาปัตยกรรม แต่ด้วยความกล้าลองของคนที่เชื่อในความงามของมัน” ดังที่คุณมิ้งก์เล่าด้วยอารมณ์ขันและความจริงใจ ความงามของ Busaba จึงไม่ได้เกิดจากความสมบูรณ์แบบ หากเกิดจากความกล้าที่จะตีความอดีตในแบบใหม่ ผ่านสายตาและภาษาของคนยุคปัจจุบันอย่างอ่อนโยนและจริงใจ

From Hostel Beginnings to a Full-Fledged Hotel
เมื่อเวลาผ่านไป โลกของการท่องเที่ยวกลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาด ความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอาหาร และพฤติกรรมการท่องเที่ยวหลังโควิดทำให้ต้องหยุดทบทวนทิศทางของตัวเองใหม่ทั้งหมด จากโมเดลโฮสเทลที่เน้นความเรียบง่ายและการดูแลอย่างจำกัด กลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ถามว่า Busaba ควรเติบโตไปในเส้นทางไหน เพื่อให้ยังมีพื้นที่ในใจผู้เดินทางยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

นี่เองคือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจครั้งสำคัญ กับการยกระดับจาก Hostel สู่ Hotel เต็มตัว ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงการ “ขยายขนาด” แต่คือการ “ยกระดับคุณค่า” ของประสบการณ์การเข้าพักทั้งหมด แต่ยังคงความอบอุ่นเดิมไว้อย่างครบถ้วน ทั้งดีไซน์ การบริการ และกิจกรรมที่ถูกออกแบบให้มีความหมายต่อผู้เข้าพัก ทุกองค์ประกอบอย่างห้องพักที่คิดอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงโปรแกรม เพื่อสุขภาพที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับนักเดินทางรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ลึกซึ้งมากกว่าความหรูหราแบบเดิม ๆ

แม้จะยกระดับ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงชัดเจนไม่เคยเปลี่ยน คือหัวใจของ Busaba ความอบอุ่น ความเป็นกันเอง และความตั้งใจดูแลผู้มาเยือนทุกคนราวกับเพื่อนที่แวะมาพักบ้าน เสน่ห์เดิมเหล่านี้จึงช่วยให้การเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่ไม่ใช่แค่การปรับโมเดลธุรกิจ แต่คือการ “เติบโต” อย่างอ่อนโยนและมั่นคงบนรากเหง้าที่ไม่เคยสั่นคลอน

Crafted Living Spaces with Home-like Warmth
ห้องพักถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สะท้อนความอบอุ่นของ “บ้านทรงไทยร่วมสมัย” มากกว่าโรงแรม ทุกห้องยังคงรักษาเสน่ห์ของเรือนไทยดั้งเดิมไว้ผ่านพื้นไม้เก่า ลายเสา และช่องลมที่ถูกคงไว้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็แทรกความสบายแบบปัจจุบันเข้ามาอย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นเตียงขนาดใหญ่ ชุดผ้าปูเนื้อนุ่ม แสงไฟอบอุ่นที่เล่นกับเงาไม้ในห้อง หรือกลิ่นหอมโทนอ่อนที่ถูกเลือกมาอย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เปิดประตูเข้าไป



เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นงานสั่งทำที่ออกแบบให้สอดรับกับสัดส่วนเรือนไทย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะไม้ทรงเรียบที่วางคู่กับมุมอ่านหนังสือ หรือโซฟาใหญ่โทนสีธรรมชาติให้ห้องดูสบายตา และถึงแม้ว่าจะมีเพียง 3 ห้องพัก แต่การดูแลของ Busaba กลับพิถีพิถันเกินคาด “ลูกค้าสังเกตเราหมดเลยครับ แม้กระทั่งกลิ่นในห้อง…” คุณมิ้งก์เล่าอย่างขำ ๆ แต่แฝงด้วยความตั้งใจจริง และทุกครั้งที่มีฟีดแบ็ก ทีมก็รีบปรับทันที “หมอน 2 ใบเป็น 4 ใบ ช่วงแรกปรับทุกวันเลยค่ะ” คุณแอนเสริมอย่างอบอุ่น ห้องพักทั้งสามจึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าที่พัก หากเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองที่ทุกองค์ประกอบ แสง กลิ่น เสียง และโทนวัสดุ ต่างทำงานร่วมกันเพื่อเยียวยาความเหนื่อยล้าของผู้เดินทาง





อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนประทับใจคือความกล้าใช้ระบบ Self Check-in แบบเต็มรูปแบบ คุณมิ้งก์เล่าว่า “กังวลว่าคนไทยจะรู้สึกยังไง แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม แขกคนไทยกลับรู้สึกว่าการมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นทำให้การเข้าพักผ่อนคลายและเป็นอิสระกว่าเดิม” นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ Busaba เวอร์ชันโรงแรมกับการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างพอดี เพื่อขับเน้นความสงบและความเป็นส่วนตัว โดยไม่ลดทอนความอบอุ่นและความใส่ใจที่เป็นหัวใจของที่แห่งนี้


Culinary Elevation with Desserts & Thai Signatures
ไม่เพียงแค่สถาปัตยกรรมที่เติบโตไปพร้อมกับ Busaba แต่ “รสชาติ” ก็เป็นอีกหนึ่งภาษาสำคัญที่ถูกตีความขึ้นใหม่อย่างตั้งใจ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เข้าพักที่งดงาม จากเดิมที่เสิร์ฟเพียงขนมโฮมเมดเล็ก ๆ ในยุคโฮสเทล สู่การพัฒนาอย่างจริงจังผ่านการร่วมงานกับ เชฟแมกซ์ วิทวัส เจิมสุรวงศ์ ผู้รับหน้าที่ดูแลเทรนนิ่งและออกแบบเมนูอย่างประณีต นำไปสู่กำเนิดของโปรเจกต์ Street Bites Dessert Bar ใต้เรือนไทย พื้นที่ที่ตีความสตรีทฟู้ดไทยใหม่ ผ่านงานขนมหวานในมิติของ Fine Dessert อย่างงดงามและร่วมสมัย






เมนู Street Bites ถ่ายทอดเสน่ห์ของขนมหวานร่วมสมัยอย่างกระชับและชัดเจน เริ่มจากแซนวิชไก่คาไค (Ka-Kai Sandwich) ที่จับคู่ขนมปังรสนัวกับไอศกรีมคินาโกะและซอสโคชูจัง ตามด้วยขนมเครปช็อกโกแลตดำ (Black Chocolate Crispy Crêpe) ผสานช็อกโกแลตเข้มกับใบชิโสะและครีมยูซุ ต่อด้วยขนมงาขาวน้ำตาลไหม้ (Toasted Sesame “Bao-Loy” Cake) ฟินันซิเอย์งาดำอบกรอบและเจลลี่สับปะรดขิง ก่อนปิดท้ายด้วยปานิ ปูรี ลิ้นจี่ ครีมกุหลาบ (Lychee–Rose Cream Panipuri) ที่สอดไส้ลิ้นจี่ราสป์เบอร์รีและไอศกรีมกุหลาบ ทั้งหมดนี้เสิร์ฟพร้อมชาหอมระริน กับชาอู่หลงคามิเลียและโฟมอู่หลงโคล์ดบรูว์เอลเดอร์ฟลาวเวอร์ เพื่อเติมเต็มรสสัมผัสให้ครบมิติ



ส่วนด้านหน้าโรงแรมคือ Busaba Ayutthaya Cuisine ซึ่งได้กลายเป็นจุดหมายของนักชิมอย่างแท้จริง ด้วยเมนูไทยร่วมสมัยที่ผสมผสานความจัดจ้านแบบท้องถิ่นเข้ากับการปรุงอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นกุ้งแม่น้ำย่างหอมควัน ไข่ดองรสเข้มเนื้อเยิ้ม หมูคั่วกะปิที่อบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพร หรือแกงเขียวหวานเนื้อนุ่มที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟพร้อมโรตีแสนอร่อย ทุกจานล้วนสะท้อนความจริงใจ และแนวคิดของ Busaba ที่เชื่อว่า ความอร่อยเริ่มต้นจากรายละเอียดเล็ก ๆ แม้กระทั่งระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่ คุณมิ้งก์และคุณแอนก็ยังไม่ละมือจากการทดสอบเมนูใหม่ สะท้อนถึงความตั้งใจที่ไม่เคยหยุดนิ่งและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนารสชาติของ Busaba ให้ดียิ่งขึ้นเสมอ







นอกจากนี้ยังมีเมนูที่สะท้อนความตั้งใจในการเลือกวัตถุดิบและการปรุงอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็น เครื่องแกงสิบเอ็ดกะเพรากรอบ แก้มเนื้อวากิวตุ๋น เมนูที่เคี่ยวเครื่องแกงจากสมุนไพรกว่า 11 ชนิดจนหอมเป็นเอกลักษณ์ ผัดกับใบกะเพรากรอบกรุบ ก่อนจะโปะบนข้าวสวยร้อน ๆ พอดีคำอย่างลงตัว อีกหนึ่งจานที่ถูกใจคือ บุษบาราเม็งคางหมูย่าง ที่ดึงเสน่ห์ของเนื้อวากิวคุณภาพดีมาผสานกับเส้นราเม็งที่ปรุงด้วยซุปกลมกล่อม ส่วนคอหมูย่างมะแขว่น นั้นโดดเด่นด้วยความหอมชาของมะแขว่นที่ช่วยชูรสคอหมูให้มีมิติยิ่งขึ้น กลายเป็นเมนูที่ทั้งเข้ม ซ่า และน่าจดจำในคำเดียว






Wellness Rituals for Morning Renewal
เมื่อประสบการณ์ด้านอาหารเริ่มลงตัว Busaba ก็ยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น หากต่อยอดความหมายของการเข้าพักไปสู่มิติของการดูแลกายและใจ เพื่อให้ทุกช่วงเวลาที่นี่เป็นมากกว่าแค่คืนหนึ่งของการพักผ่อน กับโปรแกรม Wellness ที่ถูกออกแบบให้เป็น “ช่วงเวลาแห่งการเชื่อมต่อ” ระหว่างแขกและอยุธยา โยคะยืดเส้นริมแม่น้ำท่ามกลางแสงเช้า Ice Bath ที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และปิดท้ายด้วยชาสูตรโฮมเมดที่เสิร์ฟอย่างอบอุ่นหลังคลาส ทั้งหมดนี้มอบให้เป็น Complimentary ในช่วงวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เพื่อให้ทุกเช้าเริ่มต้นอย่างสงบ ละมุน และเต็มไปด้วยประสบการณ์ร่วม ที่อบอวลด้วยความหมายไม่เหมือนที่ใด

Evolving with a Changing Travel Landscape
การเปลี่ยนผ่านของ Busaba เกิดขึ้นท่ามกลางยุคที่เทรนด์การเดินทางเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและท้าทายกว่าที่เคย “ปีนี้เป็นปีเสือจริง ๆ…เหนื่อยที่สุดตั้งแต่ทำงานมาเลยครับ” คุณมิ้งก์เล่าด้วยความตรงไปตรงมา ก่อนจะยอมรับความจริงของยุคสมัยว่า ผู้เดินทางรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่ไม่ได้ผูกพันกับแบรนด์ หากแต่ผูกพันกับประสบการณ์ ที่ทำให้รู้สึกว่าการเดินทางครั้งนั้นพิเศษกว่าเดิม “ถ้าไม่มีโปรเจกต์ใหม่ ไม่มีอะไรให้ว้าว คนก็จะไม่เห็นเรา” ประโยคนี้ไม่ใช่เพียงคำบอกเล่า แต่คือแรงผลักสำคัญที่ทำให้ Busaba ต้องคิด ต้องทดลอง และต้องปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อให้ยังคงเป็นพื้นที่ที่ผู้เดินทางรุ่นใหม่อยากกลับมาเสมอ

Ayutthaya, With Love
ทั้งหมดนี้ทำให้ Busaba Ayutthaya Hotel ไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นเรือนไทยหลังเก่า หากแต่เป็นการปลุกชีวิตให้ความฝันของผู้ก่อตั้งได้เติบโตขึ้นอีกครั้ง เหมือนบทพิสูจน์ของการ “ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ละทิ้งรากเหง้า” และเป็นเสมือนจดหมายรักฉบับร่วมสมัยถึงอยุธยา บ้านไม้หลังเดิมที่เคยว่างเปล่าในวันหยุด กลับกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยลมหายใจใหม่ เสียงหัวใจ และความหมาย เป็นการเดินทางที่ยังคงเติบโตอย่างอ่อนโยน เหมือนอยุธยาที่งดงามขึ้นเสมอเมื่อเรายอมฟังเสียงของมันด้วยความรักอย่างแท้จริง


Busaba Ayutthaya Hotel
ที่อยู่: 56/2 หมู่ 3 ถนนอู่ทอง ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
การจองห้องพัก:
- โทรศัพท์: 084-026-2657
Social Media:
- Facebook: busabahotel
- Instagram: @busabahotel







