ค่ำคืนหนึ่งที่ The House on Sathorn ณ โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ (W Bangkok) ถูกแต่งแต้มด้วยกลิ่นอายของเชียงใหม่ ผ่านรสชาติ กลิ่น และเรื่องเล่าจากผู้คนในวงการอาหารและบาร์จากหัวเมืองเหนือ กับงาน Cross Culture Weekend: Chiang Mai ที่ตั้งใจพาสองเมืองมาเจอกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่การยกเมนูหรือเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ แต่เป็นการถ่ายทอดตัวตนของเชียงใหม่ผ่านประสบการณ์จริง ให้กรุงเทพฯ ได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองนี้ในแบบที่อบอุ่นและมีเรื่องเล่า

เชียงใหม่ในมุมมองของงานนี้ ไม่ใช่เพียงเมืองท่องเที่ยวปลายทาง แต่คือเมืองที่มีวิถีชีวิตอ่อนโยน เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ และรากวัฒนธรรมล้านนาที่ฝังแน่นอยู่ในวิถีผู้คน ตั้งแต่วัดเก่าในคูเมือง ไปจนถึงคาเฟ่และบาร์ดีไซน์ร่วมสมัย ทุกภาพและทุกกลิ่นอายถูกแปรเปลี่ยนเป็นรสชาติในแบบ Lanna Reimagined อาหารเหนือที่ยังคงจิตวิญญาณเดิม แต่ถูกเล่าใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

หนึ่งในไฮไลต์ของงาน คือการได้ชิมฝีมือของ เชฟคุณ อภิศม์ เจษฎาพร จากร้าน มาเต๊อะ ร้านดังย่านเจริญกรุง ผู้ถ่ายทอดแนวคิด “Taste of Lanna” ผ่านจานที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ เริ่มต้นด้วย Spicy Northern Thai Cherry Tomato Salad ยำมะเขือเทศเชอร์รี่สดฉ่ำ คลุกเครื่องยำเหนือ รสเปรี้ยวสดชื่น ตัดด้วยกลิ่นสมุนไพร ก่อนต่อด้วย Spicy Oyster Salad with Beetroot Juice หอยนางรมสดราดน้ำยำสีแดงจากบีทรูท ที่ให้รสหวานดิน ๆ ซ้อนกับความเค็มสดของหอย กลายเป็นจานเปิดที่ทั้งเบาและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน


จากจานเรียกน้ำย่อย รสชาติก็ค่อย ๆ พาเราไหลเข้าสู่โลกของล้านนาในมุมที่เข้มข้นขึ้นกับ Grilled Beef Tongue with Spicy Northern Thai Mushroom Relish ลิ้นวัวย่างเนื้อนุ่ม เสิร์ฟคู่ซอสเห็ดรสจัดแบบเหนือ กลิ่นหอมลึกและรสเผ็ดอ่อน ๆ ช่วยขับรสเนื้อให้เด่นชัด ก่อนจะต่อบทสนทนาบนโต๊ะด้วย Northern Thai Sausage with Guacamole and Nachos หรือที่เชฟเรียกว่า “อั่วกราโมเล่” กับการนำไส้อั่วมาจับคู่กับกัวคาโมเล่และนาโชส์ เป็นการผสมโลกเหนือกับโลกตะวันตกอย่างกลมกล่อมและสนุกกว่าที่คาดไว้


ในฝั่งของ Bar Sathorn ค่ำคืนนี้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นเวทีของเชียงใหม่ ด้วยบาร์สี่คาแรกเตอร์ ตั้งแต่ความมืดลุ่มลึกของ Bar Noir ความขี้เล่นของ The White Rabbit ความเรียบและแม่นยำของ Bar San ไปจนถึงความ Experimental ของ Bar Not Found ทุกแก้วจึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนเชียงใหม่ในมุมที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์




หลังจากรสชาติแบบล้านนาที่พาเราเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง โต๊ะอาหารก็ถูกเติมเต็มด้วยอีกมุมหนึ่งของครัวไทยจาก พาย (Paii) ที่ช่วยสร้างสมดุลและความอบอุ่นให้กับค่ำคืนนี้ แต่ละจานมาในขนาดพอดีคำแต่รสชาติจัดเต็ม ไล่ตั้งแต่ ยำสตอเบอร์รี่กุ้งย่าง ที่ให้รสเปรี้ยวหวานสดใสชวนสดชื่น ต่อด้วย ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ ที่มาพร้อมซอสเข้มข้นหอมเครื่อง ตามมาด้วย แกงเหลืองเนื้อปูใบชะพลู เผ็ดเปรี้ยวถึงใจ และ ต้มกะทิเนื้อเค็ม ที่หอมมันละมุน ก่อนปิดด้วย กะหล่ำปลีอบน้ำปลา ที่อบจนหวานฉ่ำ เรียบง่ายแต่ทำให้รู้สึกอิ่มเอมกว่าที่คิด





เมื่อจานคาวจบลง ของหวานก็เข้ามารับช่วงต่ออย่างอิ่มเอม เริ่มจาก Coconut Sundae ที่ให้ความสดชื่นและเบาสบายในคำแรก ก่อนตามด้วย Paii Waffle ที่อบมาร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อม Diplomat Cream และผลไม้สดหอมละมุน ปิดท้ายด้วย Mango Sticky Rice ที่ให้รสหวานนุ่มแบบไทยคลาสสิก ทำให้มื้อค่ำนี้จบลงอย่างเต็มอิ่มทั้งรสชาติและความรู้สึก



Cross Culture Weekend ครั้งนี้ที่ The House on Sathorn โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ (W Bangkok) ไม่ได้เป็นเพียงงานพิเศษในหนึ่งคืน แต่คือบทสนทนาระหว่างสองเมืองที่เชื่อมกันผ่านอาหาร เครื่องดื่ม และผู้คน เชียงใหม่ถูกนำมาเล่าในแบบที่จริงและอบอุ่น ขณะที่กรุงเทพฯ เปิดพื้นที่ให้วัฒนธรรมจากปลายทางได้มีบทบาท และเราหวังว่าจะได้กลับมาเดินทางร่วมกันอีกครั้งในโอกาสถัดไป พร้อมชวนให้ติดตาม Cross Culture Edition อื่น ๆ ที่จะพาเราออกเดินทางสู่วัฒนธรรมใหม่ ๆ อีกครั้งในอนาคต

W Bangkok
- Location: 106 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
- Reservations: 02-344-4000
- Facebook: WBangkok
- Instagram: @wbangkok
- Website: https://www.marriott.com/th/hotels/bkkwb-w-bangkok/overview/



