ทุกวันอาทิตย์สัปดาห์แรกและสัปดาห์สุดท้ายของทุกเดือน ห้องอาหาร ALATi โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องอาหารจานอลาคาร์ทที่คุ้นเคย ให้กลายเป็นหนึ่งในซันเดย์บรันช์ที่มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ SOtraveler มีโอกาสได้ไปสัมผัส “ALATi Sunday Brunch 2025” ด้วยตัวเอง บอกเลยว่าตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา สเตชั่นซีฟู้ดที่เต็มไปด้วยล็อปสเตอร์ตัวโต ขาปูอลาสก้าชิ้นใหญ่ กลิ่นหอมของเมนูอาหารที่กำลังปรุงในครัวเปิด และรอยยิ้มของทีมงาน ทำให้มื้อสายวันอาทิตย์ครั้งนี้เป็นประสบการณ์การดี ๆ ที่อยากแบ่งปันให้ทุกคนได้มาลองด้วยกัน

บรันช์นี้ถ่ายทอดคอนเซ็ปต์ “Grill | Fire | Smoke” ผสมผสานความเป็น Family Brunch มื้ออาหารที่เหมาะกับทุกๆวัย และทุกๆคนในครอบครัว ตั้งแต่จุดแรกจะพบกับมุม European Cold Cuts & Artisan Cheese ที่สายชีสและโคลด์คัทต้องหลงรัก แน่นอนว่ามี Grilled Halloumi ชีสฮัลลูมีที่ถูกย่างจนผิวด้านนอกเป็นสีทองนิด ๆ เค็ม หอม และหนึบกำลังดี เสิร์ฟเคียงกับ Zaatar Labneh ในน้ำมันมะกอก ให้กลิ่นเครื่องเทศแบบตะวันออกกลางที่ซับซ้อน ต่อด้วยชีสคัดสรรอย่าง Camembert เนื้อนุ่มครีมมี, Comté ที่มีมิติของรสชาติคล้ายถั่วและเนย, Smoked Scamorza หอมควันแบบชัดเจน และ Boursin เนื้อนุ่มละลายในปาก มุมนี้ยังจัดเครื่องเคียงมาให้ครบทั้งรังผึ้ง Honey Comb หอมหวานธรรมชาติ มะม่วงแช่อิ่มสไตล์ชัทนีย์ (Mango Chutney) และถั่วอบรวมทั้งวอลนัต แมคคาเดเมีย อัลมอนด์ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่ช่วยเพิ่มความกรุบมันให้ทุกคำของชีสและโคลด์คัทยิ่งสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก

ในส่วนของ Italian Cold Cuts ก็ไม่น้อยหน้า Coppa, Salami Milano, Prosciutto และ Finocchiona ถูกจัดวางอย่างสวยงาม เนื้อหมูหมักแบบอิตาเลียนมีทั้งความเค็มกำลังดี กลิ่นเครื่องเทศ และไขมันที่ละลายบนลิ้น ยิ่งทานคู่กับขนมปังดี ๆ และไวน์สักแก้ว รับรองว่ามื้อบรันช์จะเริ่มต้นอย่างมีสไตล์

นอกจากนี้ยังมี House-Smoked Salmon Trolley ที่เชฟจะเล็มแซลมอนรมควันหอม ๆ ให้แบบเสิร์ฟข้างโต๊ะ ความสนุกอยู่ตรงที่เราได้เลือกจับคู่กับเครื่องเคียงเอง ทั้งเจลส้มรสเปรี้ยวละมุน (Orange Gel) เจลอะโวคาโดเนื้อนุ่ม (Avocado Gel) น้ำสลัดส้มและมัสตาร์ด (Orange and Mustard Dressing) เสิร์ฟมาพร้อมเนื้อส้มเป็นกลีบหวานฉ่ำ หอมมันด้วยหอมแดงดอง (Pickled Shallot) และปิดท้ายด้วย Seaweed Crisp ที่ช่วยเพิ่มสัมผัสกรุบเค็มเบา ๆ แต่ลงตัว ทำให้คำของแซลมอนรมควันนี้ทั้งสดชื่นและหรูหราในเวลาเดียวกัน เป็นจานเปิดมื้อที่ช่วยปลุกให้ต่อมรับรสตื่นขึ้นมาทันที

ถัดมาเป็นมุม Fresh from the Baker ที่คาร์บเลิฟเวอร์ต้องแวะ Butter Croissant แป้งบางกรอบด้านนอก เนื้อในนุ่มหอมเนย, Bretzel เค็มนิด ๆ เคี้ยวเพลิน, ขนมปัง Pumpernickel สีเข้ม กลิ่นธัญพืชชัด, Soft Roll นุ่มเบา และ Sourdough Focaccia ที่มีทั้งความหอมของสมุนไพรและความหนึบของเนื้อขนมปัง ปิดท้ายด้วย Mini Baguette ที่เหมาะสำหรับทานคู่กับเนยฝรั่งเศสหรือ Olive Oil และ Aged Balsamic ของอิตาลี กลายเป็นมุมขนมปังที่ทั้งเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดของรสชาติ
ถ้าอยากพักลิ้นด้วยความสดชื่นของผลไม้ มุม Thai Fruit Platter ก็จัดมาเต็มไม่แพ้กัน ทั้งองุ่นไร้เมล็ด สตรอว์เบอร์รี มะม่วง แตงโม ฮันนี่ดิว ร็อกเมลอน เงาะ มังคุด และเชอร์รี่ สีสันสดใสเรียงบนถาดอย่างน่าทาน เป็นอีกมุมที่ช่วยบาลานซ์รสชาติของมื้อบรันช์ได้ดีมาก
หนึ่งในไฮไลต์ที่คนรักซีฟู้ดไม่ควรพลาดคือมุม Chilled Seafood on Ice ที่เสิร์ฟมาแบบจัดเต็ม ทั้ง Snow Crab เนื้อแน่นหวาน, Heritage French Oysters หอยนางรมฝรั่งเศสตัวโตสดฉ่ำ, Canadian Lobster เนื้อล็อบสเตอร์หวานกรุบ, กุ้งทะเลตัวใหญ่ (Jumbo Prawns) และกุ้งแม่น้ำ (River Prawns) ที่เนื้อแน่นเด้ง ทุกอย่างถูกรังสรรค์ให้อยู่บนน้ำแข็งอย่างสวยงาม เสิร์ฟคู่กับเครื่องจิ้มหลากหลาย ทั้ง Cocktail Sauce แบบคลาสสิก น้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดแบบไทย ๆ หอมแดงสับในน้ำส้มสายชูแชมเปญ และ Yuzu และ Ponzu Dressing ที่ให้รสเปรี้ยวเค็มสดชื่นในแบบญี่ปุ่น




โซนสลัดก็ไม่ธรรมดา เริ่มจาก Organic Smoked Tomato & Mozzarella Salad ที่ใช้มะเขือเทศออร์แกนิกรมควันเบา ๆ มาจับคู่กับมอซซาเรลล่านมสด ได้ทั้งความหวานฉ่ำและกลิ่นควันจาง ๆ ในจานเดียว Baby Beetroots & Smoked Persian Feta Salad ก็เป็นอีกจานที่น่าสนใจ บีตรูทรากสีสดหวานธรรมชาติเมื่อทานคู่กับ Persian Feta ที่มีความเค็มมันและกลิ่นรมควันบาง ๆ ทำให้จานผักดูหรูขึ้นมาทันที ส่วน Grilled Chicken Caesar Salad ก็ให้สัมผัสคุ้นเคยแต่เพิ่มเสน่ห์ด้วยไก่ย่างเตาถ่านหอม ๆ ที่ช่วยย้ำธีม Grill ของบรันช์นี้ และถ้าใครชอบเมนูที่มีความฟุ้งหรูแบบฝรั่งเศส แนะนำให้ลอง Smoked Chicken Liver Parfait เนื้อพาร์เฟต์ตับไก่เนียนนุ่ม รสเข้มข้นแต่ทานง่าย กลิ่นรมควันนิด ๆ ทำให้รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งจานที่มีคลาสมาก
ในโซน Cold Kitchen Delights เราประทับใจ Hokkaido Scallop Crudo เป็นพิเศษ หอยเชลล์ฮอกไกโดสดหวานถูกหั่นแบบบาง เสิร์ฟกับบะหมี่บัควีตที่ให้สัมผัสแน่นหนึบ ราดด้วย Smoked Ponzu Broth ที่มีทั้งรสเค็ม เปรี้ยว และกลิ่นรมควันเบา ๆ ตัดด้วย Botarga หรือไข่ปลาเค็มที่ช่วยเพิ่มรสอูมามิให้ทั้งจาน Snapper Ceviche ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ปลากะพงสดถูกหมักด้วยน้ำซอสที่มี Coconut Gel เนียนนุ่ม Finger Lime ให้สัมผัสเปรี้ยวแบบ “ป๊อบ ๆ” ในปาก ผสานกับ Chive Oil, Smoked Soy และ Coconut Crisps ที่กรุบเบา ๆ ทำให้จานนี้มีทั้งความเป็นทรอปิคอลและความโมเดิร์นอยู่ในคำเดียว
ถัดไปคือมุม Sushi and Sashimi Bar ที่สายอาหารญี่ปุ่นต้องแวะ Soft Shell Crab Roll กรอบนอกนุ่มใน, Blow-Torched Salmon Nigiri ราดมายองเนสและซอสเทอริยากิหอมหวาน, Tuna and Avocado Maki เนื้อทูน่ามัน ๆ ตัดด้วยความนุ่มของอะโวคาโด, California Roll แบบคลาสสิก และ Ebi Nigiri ที่ท็อปด้วย Japanese Mayonnaise ส่วนซาชิมิก็มีทั้งแซลมอน ทูน่าหั่นมาชิ้นกำลังดี เป็นเซกชันที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์คนรักซูชิได้ดีมาก



สำหรับคนที่คิดถึงซุปอุ่น ๆ ก็มี Soup Corner ให้เลือกสองแบบ Lobster & Prawn Bisque ซุปบิสก์เนื้อข้น ที่ให้กลิ่นกุ้งและล็อบสเตอร์ชัดเจน รสครีมมี่แต่ไม่เลี่ยน ส่วน Cream of Mushroom Soup ก็หอมเห็ดและมีความนุ่มละมุน ทานคู่กับขนมปังจากมุมเบเกอรี่นี่คือคอมโบที่ดีมากสำหรับคนที่ชอบความคอมฟอร์ต
โซน Fired Pastas & Pizzas เป็นอีกหนึ่งหัวใจของ ALATi Sunday Brunch เพราะสะท้อนคอนเซ็ปต์ไฟและควันได้อย่างเต็มที่ Smoked Guanciale Carbonara ใช้เส้นสปาเกตตีเคลือบด้วยซอสที่ทำจาก Pecorino Romano และไข่แดง เนื้อ Guanciale รมควันให้กลิ่นหอมและรสมันที่ลงตัว ส่วน Smoked Salmon Tortellini ก็นุ่มละมุน ตัวเกี๊ยวอัดแน่นด้วยปลาแซลมอนรมควัน ท็อปด้วย Salmon Roe ที่แตกในปาก ให้รสเค็มมันและ Clotted Cream กับ Dill ที่ช่วยเพิ่มความหอมแบบละมุน Smoked Scamorza & Truffle Risotto ก็เป็นอีกจานที่สายทรัฟเฟิลต้องลอง ข้าวรีซอตโต้อัลเดนเต้ เคี้ยวแล้วรู้สึกถึงเมล็ดข้าวที่ยังมีความกรุบ ผสานกับเห็ด Champignon, Oyster Mushrooms และ Porcini Powder ก่อนจะถูกรวมด้วยกลิ่นชีส Scamorza รมควันและทรัฟเฟิลที่ลอยมาแตะจมูกในทุกคำ
พาสต้าอย่าง Orecchiette Vongole ก็ทำได้ดี เส้น Orecchiette หนึบเล็กน้อยเคลือบด้วยซอสไวน์ขาวกระเทียมและ Parsley พร้อมหอยลายและมะเขือเทศเชอร์รีที่ให้รสเปรี้ยวสดชื่น ส่วน Aglio e Olio และ Arrabiata ก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรเรียบง่ายแต่จัดจ้าน ทั้งสองจานให้กลิ่นกระเทียมและพริกชัดเจน ในฝั่งพิซซ่า Quattro Formaggi คือพิซซ่าชีสสี่ชนิดที่คนรักชีสต้องยิ้มกว้าง ส่วน Margherita ก็คลาสสิกด้วย Tomato, Buffalo Mozzarella และใบโหระพา Bianca Tartufo ใช้ซอสไวท์การ์ลิกเป็นฐาน ท็อปด้วยมอสซาเรลล่าและทรัฟเฟิลหอม ๆ ปิดท้ายด้วย Parma & Buffalo Mozzarella ที่จัดเต็มทั้ง Parma Ham, Burrata และ Arugula ทำให้ทุกชิ้นของพิซซ่ามีทั้งความเค็ม มัน และสดชื่นในเวลาเดียวกัน

หัวใจอีกส่วนของบรันช์นี้คือมุม Hot of the Grill ที่ทำแบบ à la minute เพื่อให้ทุกจานเสิร์ฟมาร้อน ๆ เริ่มจาก Thai River Prawn ที่ย่างจนได้กลิ่นหอมเฉพาะของกุ้งแม่น้ำ เนื้อแน่น เด้ง เสิร์ฟคู่กับ Café de Paris Butter ที่มีความหอมมันและหวานนิด ๆ และแน่นอนว่ามีน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบไทย ๆ ให้เลือก ถัดมา Seared Foie Gras ก็เป็นจานที่เราหลงรัก ฟัวกราส์ชิ้นหนาถูกย่างจนด้านนอกกรอบนิด ๆ ด้านในยังนุ่มละลาย เสิร์ฟกับ Guava & Vanilla Jam ที่ให้ทั้งความหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นวนิลลา เสริมด้วย Brioche ที่หอมเนยและ Goose Jus ที่รสชาติเข้มข้น
Two Piece Australian Lamb Cutlet เสิร์ฟมาพร้อม Crispy Rosemary Potatoes และหน่อไม้ฝรั่งเขียว แกล้มด้วย Lamb Jus และ Mint Jelly รสชาติของเนื้อแกะนุ่ม หอม และไม่มีความคาวรบกวน บวกกับกลิ่นโรสแมรี่และมินต์ที่ช่วยทำให้จานนี้มีความสดชื่น ขณะที่ Australian Wagyu MBS 5+ เสิร์ฟกับ Potato Gratin แสนละมุน Grain Mustard และ Pickled Shitake Mushrooms เป็นจานเนื้อที่ทั้งแน่น นุ่ม และมีความซับซ้อนของความเปรี้ยว มัน เค็ม และอูมามิในคำเดียว

อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรมองข้ามคือ Miso & Nori Marinated Black Cod Fish ปลาค็อดหมักมิโสะและสาหร่ายโนริจนเนื้อปลานุ่ม หวานธรรมชาติ หอมกลิ่นมิโสะเค็มมัน ยิ่งทานคู่กับ Sweetcorn Grits และผักโขมผัด และราดด้วย Dashi Beurre Blanc ที่รวมเอาความหอมมันของบูร์บล็องและความอูมามิจากดาชิเข้าด้วยกัน
เมื่อมื้อหลักใกล้จะจบลง มุมของหวาน ก็รออยู่แบบเต็มที่ Burned Matcha Basque Cheesecake ชีสเค้กหน้ากรอบที่มีกลิ่นมัทฉะติดปลายลิ้น เสิร์ฟคู่กับ Smoked Chocolate Mousse และ Mango Compote ที่ให้รสหวาน ขม เปรี้ยวอย่างลงตัว Caramelised Apple Crumble Tart ก็ช่วยปลอบประโลมคนรักแอปเปิลได้ดี ทั้งความกรุบของครัมเบิลและกลิ่นการ์มะลิไลส์หอม ๆ Pistachio Raspberry Tiramisu ก็ดึงเสน่ห์ของถั่วพิสตาชิโอและราสป์เบอร์รี่มาผสมในรูปแบบทีรามิสุได้อย่างน่าประทับใจ ALATi Chocolate Cake ก็เข้มข้นในแบบที่คนรักช็อกโกแลตต้องหันกลับไปตักเพิ่ม Fresh Fruit Salad ในมิ้นต์ซีรัปให้ความสดชื่น Coffee Financier กับ Vanilla Chantilly ก็เป็นคำเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟและวนิลลา ส่วน Hazelnut Praline Choux ก็กรอบนอกนุ่มใน ทรงกลมสไตล์ชูว์ครีมที่อัดแน่นด้วยมาสคาร์โปเนครีมและกลิ่นถั่วฮาเซลนัท


ยังไม่หมดเท่านั้น มุมของหวานแบบ à la minute ยังมี Roasted Pineapple เสิร์ฟร้อน ๆ กับไอศกรีมวนิลลา ความหอมของสับปะรดย่างบนไฟและความเย็นของไอศกรีมทำให้เป็นจานที่จบมื้อได้อย่างมีเสน่ห์ และยังมี Selection of Ice Cream and Sorbet ให้เลือกทั้ง Vanilla Ice Cream, Chocolate Ice Cream, Yuzu Sorbet และ Strawberry Sorbet ที่ช่วยล้างปากและปิดท้ายมื้อบรันช์ได้อย่างสดชื่น

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นของ ห้องอาหาร ALATi มีทั้งความเป็นกันเองและความหรูหราพร้อมกัน เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือแม้กระทั่งมื้อฉลองพิเศษในโอกาสต่าง ๆ ALATi Sunday Brunch ให้บริการทุกวันอาทิตย์สัปดาห์แรกและสัปดาห์สุดท้ายของเดือน เวลา 12:00 – 16:00 น. ราคาท่านละ 3,200++ บาท สำหรับผู้ใหญ่ และ 1,600++ บาท สำหรับเด็กอายุ 6–12 ปี ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี รับประทานฟรี ถือเป็นหนึ่งในซันเดย์บรันช์ที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง และการเล่าเรื่องผ่านคอนเซ็ปต์ Grill | Fire | Smoke

สำหรับผู้ที่ต้องการสำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อห้องอาหาร ALATi โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ได้ที่โทรศัพท์ +66 (0)2 162 9000 หรืออีเมล [email protected] และสามารถติดตามข่าวสารเมนูใหม่ ๆ และโปรโมชั่นพิเศษได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ Siam Kempinski Hotel Bangkok และห้องอาหาร ALATi เพื่อไม่พลาดทุกช่วงเวลาดี ๆ ของการกินดื่มในบรรยากาศเหนือระดับใจกลางเมือง







