หลุยส์ วิตตอง สานต่อการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของลาย Monogram อย่างต่อเนื่องทั่วโลก เปิดตัวป๊อปอัพเอ็กซ์คลูซีฟ ณ กรุงเทพมหานคร LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางเพียงแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 15 มีนาคมนี้ โดยป๊อบอัพพิเศษตั้งอยู่ ณ บ้านตรอกถั่วงอก อาคารเก่าแก่อายุกว่าศตวรรษในย่านประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมบริบททางวัฒนธรรม ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงทั้ง 4 ชั้น เชิญชวนให้ผู้มาเยี่ยมเยือนออกเดินทางเพื่อค้นพบประสบการณ์อันประณีตของลาย Monogram อันเป็นไอคอนิก ซึ่งหยั่งรากลึกในมรดก ความเชี่ยวชาญงานหัตถศิลป์ (savoir-faire) จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน และสืบทอดแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่น
ลาย Monogram ถือกำเนิดในปี 1896 โดย Georges Vuitton ที่รังสรรค์เพื่อยกย่องบิดาของเขา คือ Louis Vuitton ผู้ก่อตั้งเมซงด้วยวิสัยทัศน์ที่ล้ำสมัย ลาย Monogram เริ่มต้นจากจุดเล็กๆของความตั้งใจที่ยึดมั่นต่ออัตลักษณ์อันแท้จริง ก่อนจะพัฒนาผ่านกาลเวลา โดยผสานความเชี่ยวชาญงานฝีมือและศิลปะเข้าไว้ด้วยกันจนเป็นสัญลักษณ์ที่รู้จักไปทั่วโลก ตลอดระยะเวลากว่า 130 ปี ลาย Monogram คงเอกลักษณ์ของความสง่างาม ความร่วมสมัย และการส่งต่อคุณค่า จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์นิรันดร์ที่จุดประกายหล่อหลอมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเมซง
เรื่องราวของการเฉลิมฉลองดำเนินอย่างต่อเนื่องจากเซี่ยงไฮ้ ไปยังนิวยอร์ก กรุงโซล และล่าสุดสู่กรุงเทพฯ โดยนำแรงบันดาลใจคอนเซ็ปต์ของโรงแรม ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ของเมซงที่มีต่อการเดินทางมายาวนาน พื้นที่ LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK ทั้ง 4 ชั้นของอาคาร ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์ดื่มด่ำอย่างใกล้ชิด ถ่ายทอดเรื่องราวของกระเป๋า Monogram รูปทรงไอคอนิก 5 รุ่น ของเมซง ได้แก่ Keepall, Speedy, Alma, Neverfull และ Noé แต่ละห้องนำเสนอการสร้างสรรค์รูปแบบกระเป๋าที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมทางในการใช้งาน และชิ้นงานแห่งสไตล์ ซึ่งก้าวข้ามกาลเวลา จนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เดินทางผ่านยุคสมัย จากนักเดินทางสู่เหล่านักสะสม
ชั้น 1 – ด้านหน้าอาคาร และพื้นที่ต้อนรับ
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นที่ด้านหน้าอาคารซึ่งตกแต่งด้วยธงหลุยส์ วิตตอง เมื่อผู้เยี่ยมชมมาถึง จะได้รับการต้อนรับและเชิญขึ้นสู่ชั้นบน เพื่อค้นพบเรื่องราวบทต่อไปของการเดินทาง
ชั้น 2 – Keepall Lobby, Conciergerie และห้อง Speedy P9 Safe Room
ก้าวแรกเมื่อมาถึงชั้น 2 โถงล็อบบี้ต้อนรับผู้มาเยี่ยมชม พร้อมจัดแสดงเรื่องราวของกระเป๋า Keepall เพื่อยกย่องกระเป๋าเดินทางไอคอนิก ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1930 โครงสร้างกระเป๋าสามารถพับเก็บได้ง่าย รังสรรค์จากแคนวาส Monogram ที่แข็งแกร่งทนทาน ทำให้กระเป๋า Keepall เปิดบทใหม่ให้กับศิลปะแห่งการเดินทาง โดยผสานการใช้งานเข้ากับความสง่างามอย่างเป็นธรรมชาติ การออกแบบรังสรรค์เพื่อเดินทางอย่างยั่งยืน และบ่งบอกปรัชญาการเดินทางของหลุยส์ วิตตอง ได้อย่างดีที่สุด
ถัดจากล็อบบี้ คือห้อง Speedy P9 Safe Room จัดแสดงกระเป๋า Speedy P9 ซึ่งเป็นการตีความใหม่ของกระเป๋า Speedy ในดีไซน์คลาสสิกผ่านมุมมองร่วมสมัย โดย Pharrell Williams ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แผนกสุภาพบุรุษ กระเป๋า Speedy P9 เป็นผลงานที่หยั่งรากจากมรดกแห่งทศวรรษ 1930 ทว่าถ่ายทอดผ่านงานออกแบบอันทันสมัย ผ่านกระบวนการผลิตจากช่างฝีมือชั้นสูงกว่า 240 ขั้นตอน สะท้อนความเป็นเลิศด้านความเชี่ยวชาญงานหัตถศิลป์ของหลุยส์ วิตตอง และการยกระดับชิ้นงานไอคอนด้วยนวัตกรรมวัสดุและความแม่นยำอันไร้ที่ติ
นอกจากนี้ในชั้น 2 ยังมีพื้นที่ Conciergerie มอบบริการประทับตัวอักษร (Hot-stamping) และตัวเลือกการรังสรรค์ชิ้นงานเฉพาะบุคคล สำหรับ LOUIS VUITTON HOTEL โดยเฉพาะ
ชั้น 3 – Neverfull Gym และ Noé Bar
ห้อง Neverfull Gym จัดแสดงกระเป๋ารูปทรง Neverfull อันทันสมัยของเมซง ภายใต้การตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากยิม เพื่อถ่ายทอดคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ทนทาน และการใช้งานหลากหลายรูปแบบ กระเป๋า Neverfull เปิดตัวในปี 2007 และได้ก้าวมาเป็นไอคอนร่วมสมัยอย่างรวดเร็ว กระเป๋ารังสรรค์จากแคนวาสลายMonogram มีน้ำหนักประมาณ 800 กรัม แต่สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 100 กิโลกรัม คุณสมบัติดังกล่าวถ่ายทอดผ่านการจัดแสดงที่ตอกย้ำศักยภาพของความแข็งแกร่งอันโดดเด่น
ส่วน Noé Bar รังสรรค์ในบรรยากาศอบอุ่น เพื่อยกย่องเรื่องราวต้นกำเนิดของดีไซน์กระเป๋า Noé ที่ออกแบบในปี 1932 ตามคำขอของผู้ผลิตแชมเปญ เพื่อใช้บรรจุแชมเปญ 5 ขวด โดยจัดวางตั้ง 4 ขวด และอีก 1 ขวดจัดวางคว่ำไว้ตรงกลางอย่างสมดุล กระเป๋า Noé ผลิตจากหนังอ่อนนุ่ม ฐานทรงโค้งมน และเชือกผูกอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนศักยภาพด้านงานออกแบบเหนือกาลเวลาของหลุยส์ วิตตอง ในการแปรเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานให้กลายเป็นรูปทรงคลาสสิก
ชั้น 4 – Speedy Room 1930 และ Alma Terrace
ห้อง Speedy Room 1930 พาผู้มาเยี่ยมชมสำรวจและดื่มด่ำกับหนึ่งในผลงานอันเป็นไอคอนสูงสุดของหลุยส์ วิตตอง กระเป๋า Speedy รังสรรค์ในช่วงต้นทศวรรษ 1930 เช่นเดียวกับกระเป๋า Keepall ที่ตอบรับยุคสมัยใหม่แห่งความเร็ว การเคลื่อนไหว และการเดินทาง กระเป๋า Speedy มีน้ำหนักเบาผสานงานฝีมืออันประณีต ยังคงเป็นตัวแทนที่สื่อความหมายเหนือกาลเวลาของความเชี่ยวชาญด้านหัตถศิลป์ของของเมซงที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และยังคงยึดมั่นต่อรากฐานแห่งมรดก เรื่องราวของกระเป๋า Speedy นำเสนอผ่านการจัดแสดงด้วยโทรศัพท์แบบวินเทจ ซึ่งผู้มาเยี่ยมชมสามารถฟังเรื่องเล่าความเป็นมาของกระเป๋า Speedy นอกจากจากนี้ยังมีพื้นที่ตกแต่งในบรรยากาศห้องแต่งตัว จัดวางกระเป๋าโดดเด่นตรงกลาง พร้อมตัวเลือกชาร์มห้อยกระเป๋าแบบต่างๆและไอเดียการสไตลิ่ง สะท้อนเอกลักษณ์ของเมซงในการรังสรรค์ชิ้นงานเฉพาะตัว ผสานกับความร่วมสมัย
การเดินทางมาสู่บทสรุปที่ Alma Terrace ซึ่งเฉลิมฉลองเรื่องราวของกระเป๋า Alma ที่เปิดตัวในปี 1992 และตั้งชื่อตามจัตุรัส Place de l’Alma ใจกลางกรุงปารีส กระเป๋า Alma รังสรรค์ด้วยเส้นสายโดดเด่นและโครงสร้างชัดเจนจากแรงบันดาลใจศิลปะแนวอาร์ตเดโค หากเปรียบกับกรุงปารีส กระเป๋า Alma มีความคล้ายคลึงในด้านสัดส่วนการจัดวางที่ลงตัวและความสง่างามคลาสสิก ทว่ายังคงทันสมัยอยู่เสมอ ดีไซน์ลาย Monogram ตอกย้ำถึงความโก้หรูอันไร้กาลเวลา พื้นที่แห่งนี้มีชีวิตชีวาด้วยจอขนาดใหญ่ที่ฉายภาพทิวทัศน์ของกรุงปารีส ชวนให้รู้สึกราวกับยืนอยู่บนระเบียงที่มองเห็นมหานครของประเทศฝรั่งเศส
LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK
- 306 ถนนสันติภาพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
- กรุงเทพฯ 10100 ประเทศไทย (บ้านตรอกถั่วงอก)
- โทร. 1800-01-1112
- แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/qJ5NmZAnNRXZYQd89\
เวลาเปิดทำการ:
- วันที่ 11 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2569
- วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี 11:00 น. – 20:00น.
- วันศุกร์ – วันอาทิตย์ 10:00น. – 21:00น.
นัดหมายเพื่อชมล่วงหน้าได้ที่ : https://hotel-bangkok.louisvuitton.com/LV?from=pr







