การกลับมาที่ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok) ในครั้งนี้ให้ความรู้สึกพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ราวกับได้หวนคืนสู่สถานที่ที่เคยสร้างความประทับใจไว้เนิ่นนาน กับช่วงเวลาบ่ายที่ Lakorn ยังคงอบอวลด้วยเสน่ห์อันอบอุ่นของแสงธรรมชาติและวิวเมืองแบบพาโนรามา ต้อนรับฤดูกาลแห่งความสุขที่ค่อย ๆ เผยตัวออกอย่างงดงาม ทุกองค์ประกอบยังคงทำให้เทศกาลปลายปีไม่เพียงงดงามขึ้น แต่ยังละมุนขึ้นกว่าที่เคย


เชฟผู้เป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์ครั้งนี้คือ เชฟฮูโก้ แบร์โตลินี (Chef Hugo Bertolini) ผู้ให้ความสำคัญกับความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เชฟตั้งใจนำกลิ่นอายของเทศกาลมาร้อยเรียงเข้ากับเทคนิคการทำขนมร่วมสมัย ถ่ายทอดเป็น Festive Afternoon Tea ที่ทั้งอบอุ่น หรูหรา และเต็มไปด้วยความสนุก ตั้งแต่โครงสร้างเพสทรีไปจนถึงการจัดวางที่ประณีต ทุกองค์ประกอบต่างสะท้อนรสนิยมและมุมมองเชิงศิลป์ของเชฟได้อย่างดี

เรื่องราวของรสชาติเริ่มต้นด้วยสามเมนูคาว (Savory) ที่ช่วยปูอารมณ์ของเซตได้อย่างงดงามตั้งแต่ Sourdough Bread จับคู่แฮมวากิวและมะเขือเทศกงฟีให้รสละเมียดและกลมกล่อม ถัดมาคือ Rye Bread กับแซลมอนรมควันและครีมชีสที่สร้างมิติความเข้มข้นกำลังดี ก่อนจะปิดท้ายด้วย Multigrain Bread ที่ผสานชีสแพะ หอมหัวใหญ่คาราเมล และไทม์อย่างลงตัว ทุกคำคือการเปิดบทแรกอย่างอ่อนโยนให้กับประสบการณ์ทั้งเซต


จากรสชาติคาวที่ปูอารมณ์ได้อย่างงดงาม เรื่องราวยังดำเนินต่อด้วยสองเมนูซิกเนเจอร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเทศกาลโดยเฉพาะ เริ่มจาก Praline Williams Pear Parfait ที่นำกลิ่นหอมหวานของลูกแพร์มาตีความใหม่ในรูปแบบพาร์เฟต์เนื้อเนียน ให้ความรู้สึกละมุนและสง่างามในแบบของฤดูหนาว อีกเมนูคือ Scones เสิร์ฟคู่ Clotted Cream และแยมสูตรพิเศษที่ช่วยเติมความสบายและอบอุ่นให้ช่วงบ่ายได้อย่างพอดี ทั้งสองเมนูต่างส่งต่ออารมณ์ของฤดูกาลเดียวกันอย่างอ่อนโยนและลงตัว


ต่อด้วยเสน่ห์พิเศษของ Pastry Trolley ที่เชฟและทีมจะเข็นมาบริการถึงโต๊ะ เพิ่มบรรยากาศของ “Holiday Charm” ให้เด่นชัดขึ้นทันที สองเมนูแรกที่สะดุดตาคือ Red Berry & Mascarpone Cake ที่ให้ความสดชื่นและเบาสบาย และ Tahiti Vanilla Mille Feuille ที่ซ้อนชั้นแป้งอย่างประณีตจนแทบไม่อยากลงมือชิม ทั้งคู่คือความละเมียดที่ช่วยต่อยอดอารมณ์ของเซตให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น



อีกสามเมนูที่ช่วยเติมเต็มบุคลิกของฤดูกาลนี้อย่าง Black Currant Chestnut Montblanc ที่ให้รสนุ่มลึกแบบละมุนเป็นพิเศษ พลาดไม่ได้กับ Almond & Apricot Religieuse นำเสน่ห์ของผลไม้สุกงอมมาเติมความหวานอย่างมีชั้นเชิง และ Cherry Kirsch Cake ที่ผสานกลิ่นเชอร์รีกับครีมได้อย่างสง่างาม แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนยากจะตัดสินว่าเมนูใดคือที่สุดของบ่ายวันนั้น


ขาดไม่ได้สำหรับช่วงเทศกาลนี้กับ Stollen ขนมปังผลไม้สไตล์เยอรมันที่อบจนหอม ฟุ้งด้วยกลิ่นเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์ และ Chocolate Loaf Lux เค้กช็อกโกแลตเนื้อแน่นที่เคลือบด้วยช็อกโกแลตอย่างประณีต ให้รสเข้มลึกและสัมผัสหรูหราสมชื่อ ทั้งสองเมนูช่วยเติมเต็มภาพของฤดูกาลปลายปีได้อย่างอบอุ่น และปิดฉากการจิบน้ำชายามบ่ายได้อย่างสวยงาม



เมื่อพูดถึงเครื่องดื่ม คู่ที่เหมาะเจาะที่สุดสำหรับเซตนี้คือ Green Tea หรือ Red Tea ซึ่งช่วยปรับสมดุลรสชาติของขนมหวานและผลไม้ให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับเมนูจาก Trolley ที่มีกลิ่นหอมชัดเจนและมีเลเยอร์ของรสชาติให้ค้นหา นอกจากนี้ยังมีชาจาก Mariage Frères อีกหลายกลิ่น รวมถึงกาแฟพรีเมียม และ Eggnog ที่สามารถเพิ่มสปิริตอย่าง Hennessy, Chalong Bay Spiced Rum หรือ Baileys เพื่อเติมสีสันและความสนุกให้ช่วงเทศกาลนี้อย่างลงตัว

ท้ายที่สุด…เมื่อทุกองค์ประกอบได้ถ่ายทอดความงดงามของฤดูกาลอย่างเต็มที่ Festive Afternoon Tea ที่ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok) ก็ย้ำให้เห็นว่าทำไมช่วงปลายปีจึงพิเศษเสมอ ด้วยเมนูที่รังสรรค์อย่างประณีต บรรยากาศที่อบอวลด้วยเสน่ห์แห่งเทศกาล และการบริการที่ตราตรึงไม่เปลี่ยน เซตนี้ให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 4 มกราคม 2026 ในราคา 2,800++ บาทต่อสองท่าน หรือ 4,600++ บาทต่อสองท่าน พร้อมแชมเปญ Bollinger สองแก้ว เป็นประสบการณ์ฉลองปลายปีที่ทั้งงดงาม อบอุ่น และควรค่าแก่การกลับมาอีกครั้ง


Lakorn
- Location: ชั้น 7 โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok)
- Opening Hours: ทุกวัน เวลา 14.00 – 17.00น. (Afternoon Tea)
- Reservations: 02-080-0070
- Facebook: RosewoodBangkok
- Instagram: @rosewoodbangkok
- Website: https://www.rosewoodhotels.com/en/bangkok







