ในวันที่อาหารทะเลไม่จำเป็นต้องแลกกับการเดินทางไกล และมื้อใหญ่ไม่จำเป็นต้องรอวันพิเศษ SEA YA จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะร้านอาหารทะเลแนวใหม่ที่ยกทั้งวัตถุดิบสด บรรยากาศความชิลล์ และพลังของการสังสรรค์มาไว้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ (Asiatique The Riverfront) ที่ให้ทุกคนได้ใช้เวลากับมื้ออาหารตั้งแต่แสงเย็น ยาวไปจนถึงค่ำคืน


SEA YA ไม่ได้ตั้งใจเป็นเพียงร้านซีฟู้ด แต่เป็นพื้นที่ของผู้คนที่หลงรักรสชาติจัดจ้านแบบไทย และหลงใหลในช่วงเวลาที่โต๊ะอาหารกลายเป็นจุดนัดพบของเสียงหัวเราะ บทสนทนา และความรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนนั่งอยู่ริมทะเลจริง ๆ โดยไม่ต้องออกจากเมือง และในโอกาสนี้ SOtraveler ยังมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับ คุณโอริว ฤทธิชัย พินิจวิชา (Brand Creator) ผู้สร้างแบรนด์ SEA YA เพื่อทำความรู้จักตัวตนของร้านผ่านเบื้องลึกเบื้องหลังของแนวคิดและการออกแบบที่หลอมรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน

เมื่อถามถึงภาพแรกที่เขาเห็นในใจ ก่อนที่ SEA YA จะกลายเป็นร้านอาหารทะเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างที่เราเห็นในวันนี้ คุณโอริวเลือกเล่าเรื่องผ่าน ‘ช่วงเวลา’ มากกว่าสถานที่ “ผมมองภาพร้านนี้ เป็นร้านริมทะเลยามพระอาทิตย์กำลังตกดิน เป็นช่วงเวลาที่เชื่อมต่อระหว่างความชิลล์และความสนุก บวกกับวัตถุดิบซีฟู้ดสด ๆ เป็นกอง เหมือนพร้อมให้นั่งเอนจอยได้ทั้งคืน” เสียงเล่าของคุณโอริว ค่อย ๆ เปิดภาพของร้านออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เชื่อมโยงแนวคิดของพื้นที่ รสชาติ และช่วงเวลาเข้าไว้ด้วยกันตั้งแต่ประโยคแรก


แนวคิดของ SEA YA จึงถูกกลั่นออกมาเป็นคอนเซ็ปต์ FUN – FRESH – FRIENDS และกลายเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ในที่สุด “FUN สำหรับผมคือความสนุกของบรรยากาศและรสชาติที่จัดจ้าน กินแล้วรู้สึกมีพลัง” คุณโอริวอธิบาย ก่อนจะขยายความต่อว่า “FRESH ไม่ได้หมายถึงเพียงความสดของวัตถุดิบเท่านั้น แต่คือความสดใสที่ลูกค้าสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวเข้ามา จนถึงจังหวะที่ลุกออกจากร้าน ขณะที่ FRIENDS คือความอบอุ่นและสบายใจ เป็นพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน เหมือนได้มานั่งกินข้าวกับเพื่อน ๆ ในที่ที่ทั้งเติมท้องให้อิ่ม และเติมใจให้ฟูในเวลาเดียวกัน”

หากไม่นับเรื่องอาหาร อีกสิ่งที่คุณโอริวอยากให้ลูกค้าจดจำเมื่อเดินออกจาก SEA YA คือความสดใสที่ยังคงอยู่ ทั้งจากวัตถุดิบ บรรยากาศ และรสชาติอาหารสไตล์ไทยแท้ที่จัดจ้านอย่างมีชีวิตชีวา “ผมอยากให้คนรู้สึกว่าแค่ก้าวเข้ามา ก็ได้รับพลังบางอย่างกลับไป ไม่ใช่แค่อิ่ม แต่สดใสขึ้น” เขาเล่าถึงความตั้งใจนั้น

ความรู้สึกเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านการออกแบบร้าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนภาษาของแบรนด์ ได้แรงบันดาลใจจากบาร์ริมทะเล เลือกใช้สีฟ้าและสีขาวราวกับคลื่นที่กระทบแสงอาทิตย์ ก่อนตัดด้วยสีแดงที่แทนพลังของรสชาติที่จัดจ้าน พื้นที่แต่ละส่วนถูกออกแบบให้เกิดช่วงเวลาที่แตกต่าง ตั้งแต่โต๊ะบาร์สูงในโซน Outdoor ที่พร้อมเปลี่ยนจากความชิลล์เป็นความสนุกหลังพระอาทิตย์ตก ไปจนถึงมุม Indoor ใต้ต้นเลมอน สำหรับการนั่งคุย นั่งเม้าท์ และใช้เวลากับเพื่อน ๆ แบบไม่เร่งรีบ



เมื่อแนวคิดของแบรนด์ถูกถ่ายทอดลงบนจานอาหาร ตัวตนของ SEA YA จึงถูกเล่าออกมาผ่านเมนูอย่างเป็นรูปธรรม และสามจานนี้อธิบายตัวตนของร้านได้ชัดที่สุด “ผมอยากให้อาหารทุกจานมีคาแรกเตอร์ชัด กินแล้วจำได้ทันทีว่าเป็น SEA YA” คุณโอริวเล่าถึงแนวคิดเบื้องหลัง เริ่มจาก พล่าปลากุสลาดทำมา ปลากุสลาดแล่สดทั้งตัวในสไตล์ซาซิมิ ราดด้วยซอสพล่าที่ถึงเครื่องสมุนไพร รสเปรี้ยวนำ ตัดด้วยความหวานจากถั่วตัด ตามมาด้วย กุ้งคาปาก เป๊าะแป๊ะ เป๊าะแป๊ะ กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียมที่จัดกระเทียมมาเต็มกระทะ เสริมความสนุกด้วย Pop Candy ให้เกิดทั้งรสชาติและเสียงกรอบในทุกคำ และปิดท้ายด้วย นางรมกำลังเจ็ด หอยนางรมสุราษฎร์ตัวใหญ่ เสิร์ฟพร้อมซอสหลากรสที่ตั้งใจให้แต่ละคำมีคาแรกเตอร์แตกต่างกันอย่างชัดเจน





นอกจากเมนูที่เล่าเรื่องตัวตนของร้านได้อย่างชัดเจนแล้ว SEA YA ยังมีเมนูไฮไลท์อีกหลายจานที่สะท้อนความสนุกของการกินร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ตำผลไม้กุ้งสด ที่ชูรสเปรี้ยวหวานเผ็ดสดชื่น ปลากระป๋อง หรือปลาทูทอดน้ำปลากรอบที่เสิร์ฟมาในกระป๋อง ชวนสร้างรอยยิ้มและบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร ไปจนถึง ข้าวผัดมันกุ้ง ที่หอมเข้ม กลายเป็นจานกลางที่แทบทุกโต๊ะเลือกสั่งมาวางไว้เพื่อแชร์ความอร่อยร่วมกัน



ในฝั่งของเครื่องดื่ม SEA YA เลือกเล่าเรื่องราวของรสชาติไทยผ่านแรงบันดาลใจจากภาคต่าง ๆ ของประเทศ ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของแต่ละภูมิภาคออกมาในรูปแบบของเครื่องดื่มที่ดื่มง่าย แต่มีชั้นเชิง ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ เครื่องดื่มแต่ละแก้วถูกออกแบบมาเพื่อเสริมจังหวะของมื้ออาหาร ตั้งแต่การเริ่มต้นความชิลล์ในช่วงเย็น ไปจนถึงการขยับอารมณ์ให้สนุกขึ้นในยามค่ำคืน ทำหน้าที่ร่วมกับอาหารอย่างพอดี ไม่กลบ แต่ช่วยขับรสชาติ และทำให้การนั่งยาวทั้งคืนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ท้ายที่สุดแล้ว SEA YA จึงไม่ใช่แค่ร้านอาหารทะเล หากแต่เป็นพื้นที่ของผู้คน พื้นที่ที่ชวนให้นั่งต่อ พูดคุยต่อ และปล่อยให้ช่วงเวลาค่อย ๆ ไหลไปเหมือนคลื่นริมฝั่ง “ผมอยากให้ที่นี่เป็นที่ที่คนรู้สึกสบายใจ จะมากับเพื่อน กับครอบครัว หรือแค่อยากหาที่นั่งชิลล์ ก็รู้สึกเป็นตัวเองได้” คุณโอริวกล่าวทิ้งท้ายอย่างเรียบง่าย ในบรรยากาศที่ทั้งเป็นกันเอง สดใหม่ และเต็มไปด้วยพลังของรสชาติ SEA YA จึงกลายเป็นอีกหนึ่งจุดนัดพบที่มื้ออาหารไม่จบลงแค่บนโต๊ะ แต่ต่อยอดเป็นความทรงจำที่อยากกลับมาอีกครั้ง ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ (Asiatique The Riverfront) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา



SEA YA
- Location: โกดัง 7 โครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ (Asiatique The Riverfront)
- Opening Hours: ทุกวัน เวลา 16.00 – 24.00น.
- Reservations: 092-284-5610
- Facebook: Seayabkk
- Instagram: @seaya.bkk







