ในช่วงเวลาที่ฤดูดอกไม้กำลังเบ่งบาน The Blossom Garden Afternoon Tea จาก โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพ (Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok) คือหนึ่งในเซตที่เหมาะกับการใช้เวลาช่วงบ่ายแบบสบาย ๆ นั่งจิบชาไปเรื่อย ๆ พร้อมบรรยากาศสวนดอกไม้กลางเมือง ผ่านโทนสีอ่อนละมุน กลิ่นหอมดอกไม้ และรสชาติที่ไม่หนักเกินไป


ความน่าสนใจของเซตนี้คือการทำงานร่วมกันของ เชฟแฟรงค์ เตรเปรช (Chef Frank Trepesch) และ เชฟไซม่อน อิเบอฮาร์ด (Chef Simon Eberhardt) ที่หยิบแรงบันดาลใจจาก Cherry Blossom ในหลากหลายวัฒนธรรม มาตีความให้ร่วมสมัย ทุกคำถูกออกแบบให้สะท้อนความสดใสของฤดูกาล ผ่านโทนสีและรสชาติที่สดชื่น และทานง่ายตามสไตล์ชุดน้ำชายามบ่าย

เริ่มเปิดรสสัมผัสด้วย Cherry Blossom Granita เกรนิต้ากลิ่นดอกซากุระที่ช่วยรีเฟรชลิ้นแบบเบา ๆ ให้ความสดชื่นและเตรียมตัวก่อนเข้าสู่เมนูคาว (Savoury) อย่างเป็นธรรมชาติ ต่อด้วย Matjes Hausfrauenart เมนูปลาแฮร์ริ่งดองสูตรดั้งเดิมจากเยอรมนี เมนูบ้านเกิดอันคุ้นเคยของเชฟ รสออกเค็มนิด ๆ แต่สดชื่นจากแอปเปิ้ลและดิลล์ ทานสดชื่น ห้ามพลาดกับ Yen Ta Fo Chicken Dome ที่เป็นหนึ่งในคำโปรดของเซตนี้ การตีความเย็นตาโฟแบบใหม่ที่ทำออกมาได้สนุก ทานแล้วนึกถึงรสชาติแบบไทย ๆ จนเผลออยากลุกไปสั่งเย็นตาโฟชามใหญ่ต่อจริง ๆ


Foie Gras Tartelette สำหรับสายฟัวกราส์ที่ชอบรสเข้มข้น เนื้อเนียน หอมมัน คำนี้เป็นคำที่ช่วยเติมความกลมกล่อมได้ดี จากนั้นยังมีอีกสองคำที่น่าจดจำอย่าง Crab Toast ที่เสิร์ฟพร้อมซอสสตรอว์เบอร์รีและพอนซึ รสออกเปรี้ยวหวาน สดชื่นกว่าที่คิด เป็นคำเล็ก ๆ ที่ทานเพลินแบบไม่รู้ตัว และ Smoked Salmon Open Sandwich ที่ตีความกลิ่นอายญี่ปุ่นผ่านไข่ปลาอิคุระและแตงกวา ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานแซลมอนใต้ต้นซากุระ เบา ๆ สด ๆ และไม่กลบรสวัตถุดิบ



ฝั่งเมนูหวาน (Sweets) ไฮไลต์หลักคือ Blackberry Canelé ซึ่งเป็นเมนูเด่นของเซตนี้ เนื้อเค้กด้านในนุ่มละมุน ตัดกับครีมแบล็กเบอร์รีและเจลชิโสะที่ให้กลิ่นสมุนไพรญี่ปุ่นบาง ๆ เป็นรสชาติที่ดูซับซ้อนแต่ทานง่าย อีกหนึ่งคำที่ชอบคือ Cheesecake กลิ่นกุหลาบและราสป์เบอร์รี หวานนุ่ม ไม่เลี่ยน และมีเยลลี่ส้มยูสุช่วยให้รสชาติดูสดขึ้น


ถัดมาคือ Black Forest Cherry Macaron ในโทนคลาสสิกแบบยุโรป ไส้ครีมเชอร์รีให้รสหวานอมเปรี้ยวกำลังดี เป็นรสที่คุ้นเคยและทานง่าย ตามด้วย Coconut Roll ที่ให้รสสดชื่นและเบาสบาย ไส้ลิ้นจี่กับไลม์ให้กลิ่นเขตร้อนบาง ๆ ช่วยรีเฟรชลิ้นก่อนปิดท้ายด้วย Scones & Condiments สโคนแบบดั้งเดิมและสโคนมัทฉะถั่วแดง เสิร์ฟคู่ Clotted Cream แยมเชอร์รี และพายแอปเปิ้ล เติมบรรยากาศคลาสสิกของชุดน้ำชายามบ่ายเซตนี้ให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น



ส่วนชาที่อยากแนะนำให้ลองคู่กับชุดน้ำชายามบ่ายเซตนี้คือ Can Can Can? ชาผลไม้รวมรสเปรี้ยวหวานสดใส ดื่มง่ายและเข้ากับเมนูทั้งหมด หรือจะลองเป็น Isphahan Rose สำหรับคนที่ไม่ดื่มคาเฟอีน กลิ่นกุหลาบชัด จะเลือกดื่มร้อนหรือเย็นก็ได้ตามชอบ ที่ดีคือเซตนี้มีทั้งชาและกาแฟให้เลือกสั่งแบบ Free-flow ตลอด 2 ชั่วโมง นั่งยาว ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนแก้วไปตามความรู้สึกของบ่ายวันนั้นได้สบาย ๆ


โดยรวม The Blossom Garden Afternoon Tea เป็นเซตที่ไม่ได้เน้นความอลังการ แต่เด่นตรงการบาลานซ์รสชาติ ทุกอย่างถูกออกแบบมาให้รู้สึกผ่อนคลาย นั่งเพลิน ไม่เร่งรีบ และไม่หนักเกินไป เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาช่วงบ่ายแบบช้า ๆ เติมความสบายให้กับวันนั้น สำหรับเซตนี้ ให้บริการที่ Lobby Lounge โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพ (Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok) เพียงราคา 2,900++ บาท สำหรับ 2 ท่าน พร้อมชาและกาแฟแบบ Free-flow 2 ชั่วโมง เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

Lobby Lounge
- Location: ชั้น 1 โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok)
- Opening Hours: ทุกวัน เวลา 7.00 – 22.00น. | Afternoon Tea เวลา 13.00 – 18.00น.
- Reservations: 02-095-9999 | Email: [email protected]
- Facebook: sindhornkempinski
- Instagram: @sindhornkempinski
- Website: https://www.kempinski.com/en/sindhorn-hotel







