เมื่อแบรนด์ใหญ่ระดับโลกเลือกกรุงเทพฯ เป็นหมุดหมายในการเปิด LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK ต่อจาก เซี่ยงไฮ้ นิวยอร์กและโซล เพื่อเฉลิมฉลอง 130 ปีของลาย Monogram เรื่องราวจึงเริ่มต้นขึ้นที่นี่ ในฐานะ Pop-up แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การถ่ายทอดครั้งนี้ค่อย ๆ พาเราไปรู้จักความพิเศษของ Monogram ผ่านประสบการณ์การเดินชม ที่ทำให้เห็นว่าลายที่คุ้นตานี้ยังคงถูกใช้งาน และยังคงเดินทางอยู่ในชีวิตของผู้คนจนถึงวันนี้


ฉากหลังของการเล่าเรื่องครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการเนรมิต บ้านตรอกถั่วงอก อายุกว่าร้อยปี ยาวนานพอ ๆ กับลาย Monogram ให้เป็น LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK กับอาคารหลังเก่าในย่านประวัติศาสตร์ที่ยังคงร่องรอยของวันเวลาเอาไว้ การจัดวางพื้นที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในแกลเลอรี หากตั้งใจให้บรรยากาศใกล้เคียงกับการเข้าพักในโรงแรม ผู้มาเยือนจึงค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ มอง และใช้เวลากับเรื่องราวของ Monogram ทีละชั้น อย่างเป็นธรรมชาติ

เริ่มต้นกันที่ Keepall Lobby บนชั้น 2 กับพื้นที่ตรงหน้าทำหน้าที่เสมือน Lobby ของโรงแรม คอยต้อนรับผู้มาเยือนก่อนเริ่มต้นการเดินทางอย่างเป็นทางการ เรื่องราวเปิดด้วย Keepall กระเป๋าเดินทางไอคอนิกที่เปิดตัวในปี 1930 ซึ่งถูกออกแบบมาให้เบา คล่องตัว และตอบโจทย์การใช้งานจริง การจัดแสดงค่อย ๆ พาให้เห็นว่า กระเป๋าใบนี้วางรากฐานแนวคิด Art of Travel ของแบรนด์ไว้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นอย่างไร



บริเวณเดียวกันจะพบกับ Speedy P9 Safe Room ห้องถัดไปที่พาเรื่องราวของ Speedy กลับมาเล่าใหม่ในจังหวะที่ร่วมสมัยขึ้น งานออกแบบโดย Pharrell Williams ยังคงยึดโครงสร้างของไอคอนจากยุคแรกไว้ ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นความประณีตของงานฝีมือที่ต้องผ่านกระบวนการนับร้อยขั้นตอน ถัดจากนั้นคือพื้นที่ Conciergerie ที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ปรับแต่งชิ้นงานในแบบของตัวเอง ทำให้ Monogram แต่ละชิ้นมีเรื่องราวเฉพาะตัว ไม่ได้หยุดอยู่แค่ลวดลายที่เหมือนกัน



ก้าวขึ้นมาที่ชั้น 3 พื้นที่ของ Neverfull Gym ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความแข็งแรงและการใช้งานอเนกประสงค์ของกระเป๋า Neverfull ผ่านการจัดวางที่เห็นภาพชัดว่ากระเป๋าที่ดูเบานั้นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริง ขณะที่ Noé Bar พาเรื่องราวไปอีกมุมหนึ่ง ผ่านกระเป๋าที่เริ่มต้นจากการออกแบบเพื่อบรรจุแชมเปญ ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นไอคอนที่อยู่กับเมซงมาอย่างยาวนาน ทั้งสองพื้นที่สะท้อนให้เห็นวิธีคิดของแบรนด์ ที่เริ่มต้นจากการใช้งาน ก่อนจะพัฒนาเป็นดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา






บนชั้น 4 เราถูกพาขึ้นมาสู่ Speedy Room 1930 พื้นที่ที่บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เรื่องราวของ Speedy ถูกถ่ายทอดผ่านโทรศัพท์วินเทจและรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ชวนให้หยุดฟัง เหมือนกำลังย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่โลกเริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้น การจัดวางให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว ทำให้เห็นว่า Speedy แม้จะถือกำเนิดมานาน ก็ยังคงถูกหยิบมาใช้งาน และถูกเล่าใหม่ในชีวิตประจำวันของผู้คนจนถึงวันนี้





ข้างกันเป็น Alma Terrace พื้นที่ซึ่งเปิดมุมมองออกไปสู่ภาพของกรุงปารีส กระเป๋า Alma ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบอาร์ตเดโค ถูกจัดวางท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบและสงบ ชวนให้นึกถึงระเบียงในเมืองต้นกำเนิดของเมซง พื้นที่นี้ทำหน้าที่เหมือนบทส่งท้าย ที่พาเรื่องราวทั้งหมดค่อย ๆ วนกลับไปยังจุดเริ่มต้นอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเดินมาถึงช่วงท้ายของการเดินชม LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK ภาพของ Monogram ในวันนี้จึงชัดเจนขึ้นในฐานะสิ่งที่ยังถูกใช้งาน ยังถูกพาเดินทาง และยังอยู่ในชีวิตของผู้คน ผ่านกาลเวลาและบริบทที่เปลี่ยนไป Pop-up แห่งนี้เปิดให้เข้าชมระหว่าง 11 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2569 โดยสามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ https://hotel-bangkok.louisvuitton.com/LV?from=pr แล้วมาเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ครั้งนี้ไปด้วยกัน

LOUIS VUITTON HOTEL BANGKOK
- Location: 306 ถนนสันติภาพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100 ประเทศไทย (บ้านตรอกถั่วงอก)
- Reservation: https://hotel-bangkok.louisvuitton.com/LV?from=pr
- Facebook: LouisVuitton
- Instagram: @louisvuitton
- Website: https://www.louisvuitton.com







