ในย่านสุขุมวิท – เอกมัย ที่รายล้อมด้วยร้านอาหารนานาชาติ สมศักดิ์ (Somsak) ปรากฏตัวขึ้นอย่างมั่นใจในจังหวะที่พอดี กับร้านอีสานร่วมสมัยแห่งนี้ที่ไม่ได้พยายามกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง แต่เลือกสื่อสารตัวตนอย่างชัดเจนผ่านบรรยากาศที่แสนเท่ และมีชีวิตชีวา ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป เราสัมผัสได้ว่านี่คือพื้นที่ที่ตั้งใจเล่าเรื่อง มากกว่าการเป็นเพียงร้านอาหาร และทุกองค์ประกอบภายในร้านค่อย ๆ พาเราเข้าใกล้คำว่า “อีสาน” ในความหมายที่กว้าง ลึก และร่วมสมัยกว่าที่เคยคุ้น

Somsak ไม่ได้เป็นเพียงชื่อร้าน แต่เป็น “บุคคล” ที่สะท้อนชีวิตของลูกอีสานคนหนึ่ง ผู้ก้าวออกจากบ้านเกิดสู่กรุงเทพฯ ในบทบาทคนขับแท็กซี่ ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางจังหวะเร่งรีบของเมืองใหญ่ ก่อนความล้มเหลวครั้งสำคัญจะผลักให้เขาออกเดินทางไปเริ่มต้นใหม่ในสหราชอาณาจักร ที่นั่นคุณสมศักดิ์ใช้ชีวิตในฐานะผู้อพยพ ทำงานหลังบ้านในผับเล็ก ๆ ของสกอตแลนด์ พร้อมยังยึดโยงกับความเชื่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และความหวังจากการเสี่ยงโชค จนวันหนึ่งโชคชะตาก็พลิกผัน เมื่อเขาถูกรางวัลใหญ่ เหตุการณ์นั้นไม่ได้เปลี่ยนเพียงสถานะทางการเงิน แต่เปิดมุมมองใหม่ต่อชีวิต ทำให้อีสานในแบบของ Somsak ไม่ใช่ภาพจำเดิมอีกต่อไป
การตกแต่งของ Somsak ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมจากเรื่องราวชีวิตสู่ประสบการณ์บนโต๊ะอาหาร โทนสี วัสดุ และแสงไฟสะท้อนความดิบ เท่ และจริงใจ ผสานกลิ่นอายสตรีทเข้ากับบรรยากาศบาร์ร่วมสมัยอย่างเป็นธรรมชาติ รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างผนัง ป้าย หรือมุมที่ตั้งใจปล่อยให้ดูไม่สมบูรณ์แบบนัก ล้วนบอกเล่าการเดินทางของชีวิตที่ผ่านทั้งรอยขรุขระและช่วงเวลาที่เปล่งประกาย พื้นที่ภายในร้านจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงรองรับการรับประทานอาหาร หากชวนให้ผู้มาเยือนได้ค่อย ๆ ซึมซับอารมณ์ของอีสานในบริบทเมืองใหญ่

เมื่อเรื่องราวและบรรยากาศถูกปูทางไว้เรียบร้อย ผู้ที่เข้ามารับช่วงถ่ายทอดตัวตนของ Somsak ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นคือ เชฟแอนดริว มาร์ติน (Chef Andrew Martin) ผู้แปรแนวคิดของร้านให้กลายเป็นจานอาหารอย่างเป็นรูปธรรม เชฟแอนดริวทำงานบนเส้นบาง ๆ ระหว่างการเคารพรากเหง้าอีสาน และการเปิดรับประสบการณ์จากครัวตะวันตก โดยไม่ลดทอนความจัดจ้าน หากค่อย ๆ เติมมิติของเทคนิค ความบาลานซ์ และการจัดวางแบบร่วมสมัยลงไปอย่างพอดี
เมื่อเรื่องราวถูกถ่ายทอดผ่านมือของเชฟ โต๊ะอาหารจึงเริ่มต้นอย่างเป็นธรรมชาติด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยที่สะท้อนรากสตรีทของร้านได้อย่างชัดเจน Calamari ZAAP-ER ปลาหมึกทอดที่ถูกยกออกจากบทบาท Comfort Food แบบเดิม ๆ แล้วเติมความแซ่บ เปรี้ยว เค็ม เผ็ดในแบบอีสานลงไปอย่างมีจังหวะ

ตามมาด้วย Crispy Pork Scratchings Fried Rice ข้าวผัดกากหมูที่ให้สัมผัสแบบ Pub Snack แต่ยังคงรสชาติที่คุ้นเคยในแบบไทย จานเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียกน้ำย่อย หากทำหน้าที่เปิดบทสนทนา และค่อย ๆ วางจังหวะของมื้อให้ดำเนินไปอย่างผ่อนคลายและสนุกขึ้น

ถัดจากจานเรียกน้ำย่อย ความจัดจ้านในแบบอีสานก็ถูกขยับเข้ามาอย่างจริงจังผ่านเมนูที่สะท้อนทั้งไฟ ความแซ่บ และความดิบของรสชาติ Pla-Ra Chicken Wings ปีกไก่ทอดที่คลุกเคล้าความนัวของปลาร้าอย่างไม่อ้อมค้อม ตามมาด้วย Laab Kua Moo Bpa ลาบคั่วหมูป่าที่กลิ่นเครื่องเทศและความแห้งร้อนของกระทะช่วยขับรสให้ชัดและลึกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เมนูเส้นอย่าง Kee Mao Somsak Sh*t Drunk Noodles ก็ทำหน้าที่เพิ่มจังหวะคึกคักให้โต๊ะ ด้วยรสเผ็ดร้อนและกลิ่นผัดฉ่าที่คุ้นเคย ปิดช่วงนี้ด้วย Superstar Spicy Dtom Zaap Soup ซุปต้มแซ่บที่เผ็ด เปรี้ยว และสด ช่วยรีเซ็ตรสชาติ ก่อนมื้อจะค่อย ๆ ไหลเข้าสู่จานถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ส้มตำคือหัวใจของโต๊ะอาหารที่ Somsak และเป็นช่วงที่ตัวตนของร้านระเบิดออกมาอย่างชัดเจน ที่นี่เลือกเล่าเรื่องส้มตำแบบตรง ๆ อย่างเมนู Som Tam Pu Pla-Ra ถูกเสิร์ฟในระดับความเผ็ดที่พอดี ให้ความนัวของปลาร้า กลิ่นชัด รสลึก และติดปลายลิ้นอย่างไม่เกรงใจ

ขณะที่ความสดของวัตถุดิบ โดยเฉพาะผลไม้ใน Tam Khao Pod Khai Kem, Tam Polamai และ Tam Bak Nat เข้ามาตัดจังหวะ เพิ่มความฉ่ำ สด และเปรี้ยวหวานตามฤดูกาล ช่วยชูรสให้จานแซ่บมีชีวิตชีวา ส้มตำของที่นี่จึงไม่ใช่แค่เผ็ดหรือจัดจ้าน แต่คือรสอีสานที่นัว สด และกล้าพูดในภาษาของตัวเองอย่างเต็มเสียง

จานเนื้อคือช่วงที่เรื่องราวจากความแซ่บค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะไปสู่ความลึกและอบอุ่นของไฟ Braised & Grilled Short Rib ผ่านการตุ๋นอย่างใจเย็น ก่อนปิดท้ายด้วยการย่างจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มและกลิ่นไฟหอมกรุ่น ชวนให้นึกถึงมื้อสบาย ๆ หลังเลิกงาน ขณะที่ Kor Moo Yang และ Grilled Half Chicken ถูกปรุงอย่างเรียบง่าย แต่คุมไฟและเวลาได้อย่างแม่นยำ อาหารในช่วงนี้จึงให้ความรู้สึกมั่นคง อบอุ่น และจริงใจ เป็นจังหวะที่ไม่ต้องอวด แต่ชวนให้ผ่อนคลายและอยู่กับโต๊ะอาหารได้นานขึ้น

เมนูซีฟู้ดคือจังหวะที่เรื่องราวค่อย ๆ เปิดออกสู่โลกกว้าง สะท้อนความกล้าของร้านในการนำวัตถุดิบนอกถิ่นมาอยู่ในบริบทอีสานอย่างมั่นใจ Garlic Tomalley River Prawns โดดเด่นด้วยมันกุ้งเข้มข้นที่เคลือบทุกคำอย่างชัดเจน Pla Dib with Wasabi Nam Jim Seafood เติมลูกเล่นร่วมสมัยที่สดและคมขึ้น ขณะที่ Grilled Salmon Esarn Bar Style ทำหน้าที่เชื่อมอีสานเข้ากับรสนิยมสากลอย่างกลมกลืน แสดงให้เห็นว่าอาหารอีสานสามารถสนทนากับโลกได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งภาษาและตัวตนของตัวเอง

ของหวานและเครื่องดื่มทำหน้าที่ปิดมื้ออย่างแผ่วเบา ราวกับช่วงพักหายใจหลังเรื่องราวเข้มข้น Kanom Pang Ping และ Babin Gluay Buad Chee หยิบขนมบ้าน ๆ ที่คุ้นเคยมาถ่ายทอดใหม่อย่างตั้งใจ ให้ความหวานละมุนที่พาใจกลับไปสู่ความทรงจำเรียบง่าย ขณะที่ Fish Sauce Brownie กล้าเล่นกับรสชาติและความทรงจำอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนค็อกเทลอย่าง Pawnshop Spritz, Public Holiday และ Confused Coconut ช่วยเติมจังหวะ Playful ให้ค่ำคืนจบลงอย่างผ่อนคลาย แต่ยังคงบุคลิกของร้านไว้ครบถ้วน



ท้ายที่สุด Somsak คือบทบันทึกชีวิตที่ถูกถ่ายทอดผ่านรสชาติและจังหวะของมื้ออาหาร ทุกจานคือเศษเสี้ยวของการเดินทาง ความล้มเหลว การเรียนรู้ และการกลับมาทบทวนตัวตน ร้านนี้ไม่ได้ตั้งใจยกระดับอีสานให้สูงขึ้น หากเลือกเปิดพื้นที่ให้อีสานได้ขยายตัว พูดกับโลกอย่างตรงไปตรงมา และยืนอยู่ในแบบของตัวเองอย่างมั่นใจ
Somsak Bkk
- Location: ชั้น G Ekkamai Corner
- Opening Hours: วันอาทิตย์ – วันพุธ เวลา 11.30 – 10.00น. | วันพฤหัสบดี – วันเสาร์ 11.30 – 23.30น.
- Reservations: 083-262-9154







