เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเริ่มพัดพาอากาศเย็นและสีสันอบอุ่นเข้ามา เราได้มีโอกาสกลับไปสัมผัสความประณีตและเสน่ห์เฉพาะตัวของ Elements, inspired by Ciel Bleu ห้องอาหารมิชลินหนึ่งดาวของโรงแรม The Okura Prestige Bangkok ที่ครั้งนี้นำเสนอซีซั่นใหม่ “Autumn Guestronomic Dining Journey” ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความงดงามของวัตถุดิบฤดูใบไม้ร่วงผ่านมุมมองของเชฟ Gerard Villaret Horcajo ผู้สร้างสรรค์เมนูที่ผสานเทคนิคฝรั่งเศสและความละเมียดละไมแบบญี่ปุ่นออกมาได้อย่างลุ่มลึกและสง่างามตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย แต่ละเมนูเสมือนการเล่าเรื่องราวของดิน น้ำ และอากาศผ่านวัตถุดิบระดับพรีเมียม ที่ถูกตีความใหม่ในสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง

เริ่มต้นด้วย Amuse Bouche สามคำสามสไตล์ที่กระตุ้นประสาทรับรสได้เป็นอย่างดี Smoked Trout with Ikura Tart ความหอมรมควันของปลาเทราต์ที่จับคู่กับไข่ปลาอิคุระฉ่ำเค็มกำลังดี วางบนทาร์ตกรอบเล็กๆ ให้สัมผัสทั้งกรุบและนุ่มในคำเดียว

ต่อด้วย Kohlrabi Cucumber ที่สดชื่นราวกับลมฤดูใบไม้ร่วงที่พัดผ่านสวนญี่ปุ่น เปรี้ยวหวานบางเบา

แล้วปิดท้ายด้วย Beef ’Nduja Mozzarella Cheese ความเข้มของเนื้อผสมเครื่องเทศสไตล์อิตาเลียนที่ละมุนด้วยชีสทำให้เกิดมิติรสชาติที่ไม่คาดคิด เริ่มต้นมื้อได้อย่างงดงาม

จานถัดมา Wild Caught Himi Kan-Buri น่าประทับใจเป็นพิเศษ ปลาหางเหลืองสายพันธุ์พิเศษที่จับได้ในอ่าวโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น มีไขมันกำลังดี เนื้อแน่นแต่ละลายบนลิ้น เสิร์ฟพร้อม Kabosu Dashi ที่ให้ความสดชื่นแบบซิตรัสญี่ปุ่น และ Shungiku Emulsion ที่เพิ่มกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้จานนี้สะท้อนทั้งความกลมกล่อมและความเป็นธรรมชาติของฤดูกาลได้อย่างละเมียดละไม แถมยังมี Itoshima Oyster ที่ช่วยเสริมรสทะเลให้เด่นขึ้นอย่างลงตัว

เมื่อ Stone Milled Yame Tanaka Flour & Shiitake Brioche มาถึง กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ทำให้เราหลับตาช้าๆ ขนมปังบริยอชเห็ดชิตาเกะเนื้อแน่นนุ่มฟู เสิร์ฟพร้อม Salted French Butter เค็มนิดๆ และ Smoked Ariake Sea Nori Butter ที่มีกลิ่นทะเลอ่อนๆ เพิ่มความลุ่มลึกขึ้นอีกระดับ เป็นช่วงพักรสชาติที่อบอุ่นและให้ความรู้สึกบ้านๆ แต่ยังคงความหรูหรา

จานที่ทำให้เราตื่นเต้นคือ Homemade Yakisoba Noodles ที่นำเสนอในรูปแบบไฟน์ไดนิ่งเส้นโฮมเมดเส้นหนึบกำลังดี คลุกเคล้ากับ Murasaki Uni หวานมันสดใหม่ Hojiso หอมสมุนไพร และ Myoga ที่ให้ความเผ็ดซ่าเบาๆ ทำให้เมนูนี้ทั้งบาลานซ์และสร้างความประทับใจแบบ “comfort yet elevated”

ต่อด้วย Jean Larnaudie Foie Gras ฟัวกราส์หั่นเป็นชิ้นโตมาก แต่เนื้อเนียนละลายในปาก เสิร์ฟคู่ Artichokes และ Medjool Dates หวานธรรมชาติ ตัดด้วย Dashi Vinegar Glaze ที่ให้ความเปรี้ยวกลมกล่อม และโรย Mimolette Cheese เพิ่มความเค็มมันทำให้รสชาติทั้งจานสมบูรณ์แบบและไม่หนักจนเกินไป

ความประณีตยังไม่จบ เมื่อ Aged Mikan-Dai ปลาที่ยกระดับด้วยการบ่มเพื่อเพิ่มความหวานในตัว เนื้อฉ่ำเด้ง เสิร์ฟพร้อม Smoked Mussels กลิ่นรมควัน Hybrid Kaluga Caviar เค็มละมุน และซอสแครอท Kintoki พร้อม Tarragon ที่เพิ่มความหอมสดชื่น ทำให้เป็นจานที่ทั้งซับซ้อนและกลมกลืนอย่างน่าทึ่ง

สำหรับเมนูหลัก มีให้เลือกระหว่าง Hokkaido Wagyu A4 Striploin เนื้อวากิวไขมันกระจายสวย เนื้อนุ่มหอม เสิร์ฟพร้อม Radicchio ขมนิดๆ Dry Aged Beetroot ที่หวานลุ่มลึก Black Garlic Yakiniku ซอสเข้มข้น และ Egoma Mustard ที่ช่วยตัดเลี่ยนอย่างมีชั้นเชิง เป็นหนึ่งในเมนูเนื้อที่ชัดเจนเรื่องบาลานซ์ของรสชาติและเทคนิค

อีกหนึ่งเมนูคือ Koji Aged Free Range Poularde ความโดดเด่นของจานนี้คือ เนื้อไก่ที่ผ่านการบ่มด้วยโคจิทำให้เนื้อนุ่มฉ่ำและมีรสหวานธรรมชาติชัดเจนขึ้น ทุกคำมีความละมุนแต่ยังคงโครงสร้างของเนื้อไว้อย่างสวยงาม เสิร์ฟคู่กับ Kabocha Squash เนื้อเนียนหวานมันที่เติมความอบอุ่นให้จาน และ Morels in Vin Jaune Sauce ที่ให้กลิ่นหอมไวน์เหลืองและความดินละมุนของเห็ดมอเรล เพิ่มความลึกและความหรูหราในคำเดียว เสิร์ฟพร้อมกับ Chicken Skin กรอบบางเค็มนิดๆ ที่ช่วยบาลานซ์สัมผัสและรสชาติได้อย่างดี

คั่นด้วยเมนูล้างปาก ที่เปรี้ยว หวาน หอมกลิ่นมัทฉะ

ปิดท้ายมื้ออาหารเมนูขนมหวานมีให้เลือกระหว่าง Tonka Bean Creme CARAMEL ที่มีกลิ่นวานิลลาและโทนเครื่องเทศนุ่มๆ เสิร์ฟกับ Roasted Pecan กรอบหอม Satsumaimo Caramel ที่ให้สัมผัสหวานมันแบบมันเทศญี่ปุ่น และ Fig Leaf Ice Cream ที่หอมอ่อนๆ

และ Yame Persimmon ที่ตีความลูกพลับญี่ปุ่นออกมาอย่างสง่างาม หวานฉ่ำตามธรรมชาติ เสริมด้วยความสดชื่นของ Cha-Am Lemon Custard ที่ช่วยตัดหวานได้พอดี Vanilla Chantilly เนียนนุ่มเบาให้ความละมุน และ Chestnut Sable กรอบหอมเพิ่มคาแรกเตอร์ฤดูใบไม้ร่วง เมื่อทานรวมกันให้ความบาลานซ์ที่ลงตัว ทั้งหวาน เปรี้ยว ครีมมี่

ก่อนจากกัน เชฟยังเสิร์ฟ Okashi เมนูปติสโฟร์ ที่ทั้งน่ารักและประณีต เป็นคำเล็กๆ ที่รวบรวมความตั้งใจของทีมครัวไว้ครบถ้วน

สำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองประสบการณ์ Autumn ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจทุกรายละเอียด Elements, inspired by Ciel Bleu นับเป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ควรค่าแก่การกลับไปซ้ำเพื่อสัมผัสเมนูใหม่ๆ ในแต่ละฤดูกาล เพราะทุกครั้งที่กลับมา จะได้พบกับเรื่องราวใหม่ผ่านวัตถุดิบและการตีความที่งดงามไม่ซ้ำกัน
Elements, inspired by Ciel Bleu – The Okura Prestige Bangkok
เปิดบริการ Wednesday – Sunday เวลา 18:00 – 22:30 น.
- 7-course ‘Mizu’ ราคา 6,400++
- 6-course ‘Chikyu’ ราคา 4,900++
- 4-course ‘Ku-Ki’ ราคา 3,700++
☎️ สำรองที่นั่ง: +66 (0) 2 687 9000
📧 Email: [email protected]
🌐 Website: https://www.okurabangkok.com







