เกือบจะพลาด Winter’s Carol ไปแล้ว กับเมนูฤดูหนาวที่ใครหลายคนบอกว่าต้องมาลองให้ได้ เป็นเหตุให้ต้องแวะมาที่ Gaggan at Louis Vuitton ให้ทันก่อนเปลี่ยนซีซัน เมนูชุดนี้หยิบแรงบันดาลใจจาก A Christmas Carol มาถ่ายทอดเป็นลำดับคอร์สที่ค่อย ๆ เล่าเรื่องไปทีละช่วง บรรยากาศของร้านยังคงความเนี้ยบในแบบ Louis Vuitton แต่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายพอให้ใช้เวลากับมื้ออาหารได้เต็มที่ เป็นมื้อที่เหมาะกับการมาปิดท้ายฤดูหนาวแบบสบาย ๆ


เมนูจะถูกเล่าเป็นลำดับแบบ Chapter ซึ่งเป็นลูกเล่นที่ทำให้มื้อนี้มีจังหวะชัดขึ้น Chapter One เปิดด้วย Snow Flake Explosion คำเล็กที่ให้ความเย็นสดชื่น รสออกเปรี้ยวบาง ๆ แทรกความหวานเบา ช่วยปลุกต่อมรับรสให้ตื่นขึ้นอย่างนุ่มนวล ก่อนจะต่อด้วย Lick It Up เมนูที่เชฟตั้งใจให้เป็นเหมือนตัวละลายพฤติกรรม ชวนให้ผู้ทานผ่อนคลายและสนุกกับมื้อมากขึ้น ตัวซอสมีความเข้มขึ้นเล็กน้อย ตัดกับเนื้อสัมผัสที่ยังคงเบา ทำให้สองเมนูแรกของมื้อเริ่มต้นได้สดชื่นและทานต่อได้เพลิน


ถัดมาคือ World Map คอร์สที่เริ่มขยายเรื่องราวของมื้อได้ชัดขึ้น จานนี้มาในรูปแบบทรีโอที่พาผู้ทานไล่ชิมรสชาติจากหลายภูมิภาค เริ่มจากความนุ่มละมุนของชีสแพะกับบีทรูท ต่อด้วยความสดและเผ็ดเบา ๆ ของหอยเชลล์ฮอกไกโด ก่อนปิดท้ายด้วยฟัวกราส์พาฟโลวาที่ให้สัมผัสเบาและตัดรสได้พอดี เป็นอีกจานที่ทานแล้วเพลินและช่วยพามื้อเดินหน้าต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ




ต่อด้วย Bites of India คอร์สที่พากลิ่นอายอินเดียกลับมาอย่างชัดเจนในแบบร่วมสมัย เครื่องเทศถูกวางรสมาให้เข้าถึงง่าย แต่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ครบ แต่ละคำให้โทนรสต่างกันเล็กน้อย ทั้งความหอม มัน และเผ็ดอ่อน ๆ ช่วยพามื้อเดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงความประณีตตามแบบฉบับไว้




พลาดไม่ได้กับ Pearl of The Himalayas คอร์สที่ปิด Chapter One ได้อย่างนุ่มนวล โทนรสเริ่มลึกขึ้นเล็กน้อย ให้สัมผัสที่ละเอียดและละเมียดกว่าช่วงก่อนหน้า ความหอมและความนุ่มของจานนี้ช่วยพามื้ออาหารค่อย ๆ ขยับเข้าสู่ช่วงหลักได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เข้าสู่ Chapter Two ด้วย Purple Reigns จานปลาที่โดดเด่นทั้งสีสันและการจัดวาง เนื้อปลานุ่ม มีความละมุนตัดกับซอสที่ให้รสชัดขึ้นเล็กน้อย ทำให้จานนี้เริ่มพามื้อไต่ระดับความเข้มขึ้นอย่างน่าสนใจ จากนั้น Ice and Plants เข้ามาช่วยรีเฟรช Palate ด้วยโทนสดชื่นเย็นสบาย ช่วยเบรกจังหวะก่อนพาเข้าสู่ช่วงพีคของมื้อได้อย่างพอดี



ช่วงพีคของมื้ออยู่ที่ A Tale of Two การตีความ Surf & Turf ที่จับคู่ล็อบสเตอร์กับ A5 Miyazaki Wagyu ได้อย่างลงตัว เนื้อวากิวให้ความนุ่มฉ่ำ ขณะที่ล็อบสเตอร์ยังคงความหวานตามธรรมชาติ ซอสที่เสิร์ฟมาด้วยช่วยประคองรสให้กลมขึ้นโดยไม่กลบวัตถุดิบ จานนี้ให้ความรู้สึกเต็มขึ้นชัดเจน และเป็นจังหวะที่เรื่องราวของ Winter’s Carol เข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด



ต่อเนื่องด้วย A Tale of Two: Part II รีซอตโต้ที่นำวัตถุดิบจากล็อบสเตอร์มาต่อยอดเรื่องราวของจานหลัก ข้าว Arborio ปรุงมาแบบยังมีความหนึบเล็กน้อย เคลือบด้วยความเข้มของคอนซอมเมที่ให้กลิ่นหอมลึกและโทนอบอุ่น จานนี้ช่วยผ่อนจังหวะหลังคอร์สหลักได้ดี และยังสะท้อนแนวคิดการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า

ช่วงท้ายเริ่มด้วย Shades of Orange โทนรสสดชื่น เปรี้ยวหวานเบา ช่วยล้างปากได้พอดี ก่อนจะส่งต่อไปยัง Coffee and Doughnut ของหวานซิกเนเจอร์ที่ปิดมื้ออย่างอบอุ่น โดนัทใบเตยบัควีทเนื้อนุ่ม เสิร์ฟคู่กาแฟร้อนหอมละมุน ทำให้จบเรื่องราวได้พอดี โดยยังคงโทน Playful ของร้านไว้ครบ


โดยรวม Winter’s Carol เป็นเมนูฤดูกาลที่สะท้อนตัวตนของ Gaggan at Louis Vuitton ได้ค่อนข้างชัด ทั้งในแง่การเล่าเรื่อง เทคนิค และการวางจังหวะของมื้อ ใครที่เล็งไว้อยู่ แนะนำให้รีบวางแผนมาทานก่อนเมนูจะเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูถัดไป มื้อนี้ให้อารมณ์เหมือนได้ค่อย ๆ ปิดหน้าสุดท้ายของฤดูหนาว ผ่านอาหารที่เล่าเรื่องได้อย่างมีเสน่ห์ในแบบของร้าน

Gaggan at Louis Vuitton
- Location: ชั้น 2 LV The Place Bangkok, Gaysorn Amarin (ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์)
- Opening Hours: วันพฤหัสบดี – วันจันทร์ 12.00 – 15.00 น. | 18.00 – 22.00 น.
- Reservations: 061-413-6295
- Facebook: LouisVuitton
- Instagram: @louisvuitton
- Website: https://eu.louisvuitton.com/eng-e1/magazine/articles/lv-the-place-bangkok#the-restaurant







