โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ (Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River) ต้อนรับ เชฟมิเกล กัวร์โร (Chef Miquel Guarro) เพสทรีเชฟชาวสเปน มาร่วมสร้างสรรค์ Chef Miquel Guarro Afternoon Tea แบบลิมิเต็ดที่ The Lounge ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 30 เมษายน 2569 พร้อมป๊อปอัพขนมที่ Cafe Madeleine โดยการร่วมงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดในการนำมุมมองเพสทรีร่วมสมัยของเชฟ ซึ่งมีประสบการณ์จากครัวระดับมิชลินและเวทีช็อกโกแลตระดับประเทศ มาถ่ายทอดเป็นประสบการณ์ใหม่บนโต๊ะน้ำชายามบ่าย

เชฟมิเกล กัวร์โร (Chef Miquel Guarro) หนึ่งในเพสทรีเชฟร่วมสมัยของสเปนที่ได้รับการยอมรับในวงการมืออาชีพ งานของเขาโดดเด่นเรื่องความแม่นยำและการวางบาลานซ์รสชาติอย่างชัดเจน พร้อมแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างและรายละเอียด ในการทำงานครั้งนี้เขาร่วมพัฒนาชุดน้ำชากับ เชฟอันเดรีย โบนัฟฟินี (Chef Andrea Bonaffini) Executive Pastry Chef ของโรงแรม เพื่อปรับมุมมองเพสทรีแบบสเปนให้อยู่ในบริบทของชุดน้ำชายามบ่ายที่ยังคงความประณีตตามแบบฉบับ Four Seasons


แนวคิดดังกล่าวสะท้อนชัดในเมนู Savory Delicacies ที่ให้กลิ่นอายความเป็นสเปน เริ่มต้นด้วย Chilled Marcona Almond Soup เสิร์ฟแบบเย็นคู่องุ่น ให้รสถั่วนุ่มละมุนตัดด้วยความสดชื่น ตามด้วย Red Prawn Toast ที่เติมความเปรี้ยวของคาลามันซีและเลมอน Menton ช่วยขับรสกุ้งให้ชัดขึ้น และ Joelito Ham จับคู่ทรัฟเฟิลดำจาก Périgord โดยจัดมาในทรงหมูขนาดเล็กดูน่ารัก เพิ่มลูกเล่นให้จานดูสนุกขึ้นโดยไม่ทิ้งความเข้มข้นของรสชาติ



เมนูคาวยังเดินเรื่องสเปนต่ออย่างต่อเนื่องด้วย Pan de Tomate ที่เสิร์ฟมาในรูปทรงลูกมะเขือเทศขนาดเล็ก ภายนอกดูเหมือนผลสดวางอยู่บนจาน เมื่อรับประทานให้ความรู้สึกคล้ายทานมะเขือเทศสด ๆ รสชาติชัดและสดชื่น Octopus with Fennel & Saffron สัมผัสกรอบบางตัดกับเนื้อปลาหมึกนุ่มและกลิ่นหญ้าฝรั่นกำลังพอดี ก่อนปิดเมนูคาวด้วย Fake Olives ที่หลายคนหยิบขึ้นมาดูใกล้ ๆ เพราะรูปลักษณ์เหมือนมะกอกจริง ภายในคือรสชาติทาปาสร่วมสมัยที่เพิ่มมิติความสนุกให้กับเซต



ช่วงของ Petit Mignon Collection หรือเมนูของหวานยังคงแนวคิดเดียวกันโดยหยิบรสที่คุ้นเคยมาตีความใหม่ Strawberries & Cream ให้ความหวานนุ่มและกลิ่นผลไม้สดชัดเจน Sacher มีความเข้มกำลังดีในสไตล์ที่ทานง่าย ส่วน Banoffee Tart สร้างรอยยิ้มเล็ก ๆ ตั้งแต่แรกเห็น เพราะหน้าตาเหมือนกล้วยจริงจนแทบแยกไม่ออก ภายนอกขึ้นรูปได้เนียนละเอียด ภายในให้รสคาราเมลและกล้วยชัดตามแบบฉบับของเมนูนี้


จากรสชาติที่คุ้นเคยในช่วงแรก เมนูของหวานยังค่อย ๆ เพิ่มมิติด้วย Pistachio Sponge ที่ให้กลิ่นดอกส้มบาง ๆ ตัดกับความสดของซิตรัส ก่อนเข้าสู่ Sant Jordi Rose ซิกเนเจอร์ของเชฟมิเกลที่ประกอบด้วยช็อกโกแลตสปองจ์ แยมลิ้นจี่ชากุหลาบ และมูสช็อกโกแลตราสป์เบอร์รี รายละเอียดของรสและเนื้อสัมผัสวางมาอย่างพอดี ปิดท้ายตามธรรมเนียมของที่นี่ด้วย Soft Serve เนื้อเนียนที่ช่วยให้มื้อบ่ายนี้จบลงอย่างเบาสบาย



สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวเอง ชุดน้ำชายามบ่ายนี้เสิร์ฟที่ The Lounge ทุกวัน ในราคาเพียง 1,800++ ต่อท่าน ตั้งแต่เวลา 14.00 – 17.00 น. จนถึง 30 เมษายน 2569 ขณะเดียวกันที่ Cafe Madeleine ยังมีป๊อปอัพขนมและช็อกโกแลตของเชฟมิเกลให้เลือกซื้อในช่วงวันที่ 14 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงานเพสทรีร่วมสมัย หรืออยากลองชุดน้ำชายามบ่ายในมุมมองใหม่ของเชฟรับเชิญระดับนานาชาติ แวะมาได้ที่ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ (Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River) เท่านั้น

The Lounge
- Location: โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่นํ้าเจ้าพระยา (Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River)
- Opening Hours: ทุกวัน 14.00 – 17.00น. (Afternoon Tea)
- Reservations: 02-032-0885
- Facebook: FourSeasonsHotelBangkok
- Instagram: @fsbangkok
- Website: https://www.fourseasons.com/bangkok/







