Piscari อีกหนึ่งจุดหมายที่มอบประสบการณ์ได้ครบถ้วน และเป็นสถานที่ที่บรรยายดีเกินคาด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Two Moods, One Destination ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านจากช่วงพระอาทิตย์ตกสู่ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยจังหวะและความสวยของเมือง บนชั้น 23 ของ โรงแรมแอนดาซ วัน แบงค็อก (Andaz One Bangkok) พื้นที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกราวกับลอยอยู่เหนือเส้นขอบฟ้า พร้อมเปิดมุมมองของการสังสรรค์ที่มีชีวิตชีวาและแฝงไปด้วยความผ่อนคลายในคืนเดียวกัน

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่ตัวร้าน พื้นที่ถูกออกแบบให้ชวนให้นึกถึงกลิ่นอายของชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ผ่านโทนสีสว่างและแสงไฟนุ่มละมุนที่ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ก่อนจะเปิดเข้าสู่พื้นที่หลักอย่าง Piazza ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการพบปะในช่วงเย็น แสงธรรมชาติช่วยเติมความอบอุ่นให้กับมื้ออาหาร และเมื่อค่ำคืนมาเยือนพื้นที่เดียวกันจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยเสียงดนตรีและผู้คนที่มาร่วมใช้เวลาไปพร้อมกัน



ด้านอาหารได้รับการดูแลโดย เชฟมาร์ค วาซูลร์ (Chef Marc Vasseur) ที่ถ่ายทอดแนวคิดอาหารเมดิเตอร์เรเนียนผ่านวัตถุดิบสดใหม่และการปรุงรสที่ไม่ซับซ้อน เมนูถูกวางให้เหมาะกับการแบ่งปันบนโต๊ะเดียวกัน ช่วยเชื่อมบรรยากาศของผู้ร่วมโต๊ะให้เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมถ่ายทอดกลิ่นอายของชายฝั่งทะเลผ่านรสชาติที่สด สะอาด และบาลานซ์ในทุกองค์ประกอบ

มื้ออาหารนี้เริ่มต้นด้วยจานเรียกน้ำย่อยอย่าง Hamachi Crudo ที่เสิร์ฟพร้อมองค์ประกอบของผลไม้และความเปรี้ยวหวานที่ช่วยขับรสของเนื้อปลาฮามาจิให้ชัดขึ้น ช่วยเปิด Palate ได้อย่างดี ตามด้วย Mediterranean Red Prawn Carpaccio ที่ดึงความหวานตามธรรมชาติของกุ้งแดงออกมาอย่างเด่นชัด และเติมมิติด้วยรสเปรี้ยวอย่างพอดี ขณะที่ Baby Cos เสิร์ฟพร้อม King Crab Leg ย่างและ Turmeric Dressing ที่ให้ทั้งความหอมและรสชาติกลมกล่อม ผสานกับความกรอบของผักได้อย่างลงตัว



ต่อเนื่องด้วย Octopus Croquette ให้สัมผัสกรอบบางด้านนอก ตัดกับเนื้อปลาหมึกนุ่มด้านบน เสริมด้วยกลิ่นหอมของเครื่องปรุงที่ช่วยเพิ่มมิติให้จานนี้ชัดเจนขึ้น ขณะที่ Lobster Bisque เคี่ยวจากเปลือกล็อบสเตอร์จนได้รสชาติกลมกล่อม เนื้อซุปเนียนละเอียดและหอมมันอย่างพอดี


มาถึงช่วงของเมนูทะเลซึ่งเป็นหัวใจของที่นี่กับ Pan-Seared Seabass ที่ย่างจนหนังกรอบ ในขณะที่เนื้อด้านในยังคงความฉ่ำ เสิร์ฟพร้อม Sunchoke ในสไตล์ Barigoule ที่ปรุงกับไวน์ขาว น้ำมันมะกอก และสมุนไพร ให้รสชาติหอมละมุนและมีความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนอย่างชัดเจน ต่อด้วย Mussels “Marinière” ที่ปรุงด้วยไวน์ขาว ให้กลิ่นหอมที่ชัดเจนและรสชาติที่กลมกล่อมแบบคลาสสิกของอาหารฝรั่งเศส


ขยับเข้าสู่จานเนื้อที่มีความเข้มข้นมากขึ้นกับ Wagyu Beef Kofta นำเสนอเนื้อวากิวบดที่ผสมกับเครื่องเทศอย่างยี่หร่า ผักชี และสมุนไพรในสไตล์ตะวันออกกลาง ให้กลิ่นหอมและรสชาติที่มีมิติ เสิร์ฟมาพร้อมโรตีที่เข้ากันได้อย่างดี ต่อด้วย Charcoal Grilled Australian Rib-Eye ที่ย่างบนถ่านจนได้เกิดกลิ่น Smoky ชัดเจน ไขมันแทรกในเนื้อช่วยเพิ่มความฉ่ำและความเข้มข้น เสริมด้วยการปรุงรสที่เรียบง่ายเพื่อดึงรสของเนื้อออกมาให้เด่น


พลาดไม่ได้กับขนมหวานอย่าง Coupe Glacée “Piscari” ผสานสตรอว์เบอร์รี ซอร์เบต์ และเมอแรงค์ ให้รสเปรี้ยวหวานสดชื่นและเบาสบาย ขณะที่ Pistachio Mille-Feuille เรียงชั้นแป้งพัฟกรอบสลับครีมพิสตาชิโอเนียนละเอียด ให้ความหอมมันและหวานกำลังพอดี ปิดท้ายด้วย Coupe Kir Royale ที่ราดแชมเปญลงบนซอร์เบต์พร้อมการจุดไฟ เสริมกลิ่นหอมและสร้างโมเมนต์ที่น่าจดจำให้กับช่วงท้ายของมื้อ



ในส่วนของเครื่องดื่ม ค็อกเทลซิกเนเจอร์ช่วยเสริมจังหวะของค่ำคืนได้อย่างต่อเนื่อง Ruby Whisper ผสาน Whisky เข้ากับ Port Wine และ Limoncello ให้โทนผลไม้ที่นุ่มลึกและมีความซับซ้อน ขณะที่ Honey & Hemlock ใช้ Whisky ผสมกับ Amaro และ Wild Honey ตัดด้วย Campari Foam ให้รสชาติหวานขมที่บาลานซ์และมีมิติ ส่วน Long Way Home รวม Gin, Campari, Aperol และ Coffee Liqueur เข้าด้วยกัน เกิดเป็นรสชาติที่เข้มขึ้น มีทั้งความขมและความหอมของกาแฟ ทิ้งสัมผัสที่ยาวนาน



จากเครื่องดื่มในโซนบาร์หลัก เข้าสู่โซน Speakeasy ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านใน หรือจะเรียกว่าบาร์ลับก็ย่อมได้ กับบรรยากาศที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่ความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจนมากขึ้น และเมนูเครื่องดื่มที่น่าสนใจอีกแบบอย่าง Silken Pine ผสาน Rye Whisky เข้ากับสับปะรดและ Shiso ให้ทั้งความหอมแบบสมุนไพรและความสดชื่นที่มีมิติ ขณะที่ Between the Vines ใช้ Gin ผสาน Elderflower, Jasmine และ White Wine Vinegar ให้กลิ่นหอมแบบฟลอรัลและรสเปรี้ยวบางเบาที่ดูละเอียดและสมดุล สะท้อนแนวคิดของการเชื่อมวัตถุดิบจากตะวันออกและตะวันตกได้อย่างกลมกล่อม เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความเงียบสงบ และต้องการพื้นที่สนทนาที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น



เรียกได้ว่าค่ำคืนที่ Piscari บนชั้น 23 ของ โรงแรมแอนดาซ วัน แบงค็อก (Andaz One Bangkok) ไม่ได้เป็นเพียงการสังสรรค์บนรูฟท็อปธรรมดาเท่านั้น เพราะจากมื้ออาหารที่เริ่มต้นด้วยความสดชื่น ค่อย ๆ ขยับสู่รสชาติที่เข้มข้น และจบลงด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง ทุกองค์ประกอบถูกเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ค่ำคืนที่นี่เต็มไปด้วยความน่าจดจำ พร้อมขยับตัวเลือกให้นึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว


Piscari
- Location: ชั้น 23 โรงแรมแอนดาซ วัน แบงค็อก (Andaz One Bangkok)
- Opening Hours: ทุกวัน เวลา 17.00 – 24.00น.
- Reservations: 02-483-1234
- Facebook: piscaribangkok
- Instagram: @piscaribangkok
- Website: https://www.hyatt.com/andaz/en-US/bkkaz-andaz-one-bangkok/dining







