Royal OSHA, The 3rd restaurant in series of Mekhong Elite Table 2019, the art of Thai spirit pairing

8,479 views

Time Out Bangkok presents Mekhong Elite Table 2019 เดินทางมาถึงร้านอาหารไทยร้านที่สามกับร้าน Royal Osha ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นที่โดดเด่นทั้งการตกแต่งร้านและเมนูอาหารที่นำเสนอออกมาได้อย่างสวยงามพร้อมกับคงไว้ซึ่งรสชาติที่จัดจ้านแต่กลมกล่อมอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยไว้ได้อย่างชัดเจน ยิ่งได้ทานคู่กับค็อกเทลสัญชาติไทย Mekhong แล้วยิ่งช่วยชูรสชาติซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี

Time Out Bangkok presents Mekhong Elite Table 2019 ที่ร้าน Royal Osha เสิร์ฟทั้งหมด 6 คอร์สกับ 4 ค็อกเทล Mekhong ที่บรรจงรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ช่วยเสริมและยกระดับรสชาติแต่ละเมนูได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เริ่มต้นกันที่อามูสบูชเรียกน้ำย่อย รสชาติเปรี้ยวหวานมันกระตุ้นต่อมรับรสให้พร้อมสัมผัสรสชาติอาหารและค็อกเทลในวันนี้ได้เป็นอย่างดี

ตามมาด้วยคอร์สที่ 1 พล่าหอยนางรมข้าวคั่ว (Phla ‘Fine De Claire’ Oyster) หอยนางรมฟินเดอแคลร์รสชาติหวานสดชื่นคลุกเคล้ากับส่วนผสมของพล่าที่ประกอบไปด้วยน้ำพริกเผา หอมแดง ตะไคร้ ท็อปด้านบนด้วยโฟมมะกรูด รสชาติเปรี้ยวหวานเค็ม ทานพร้อมกันทั้งคำแล้วชุ่มฉ่ำไปทั่วทั้งปาก

เมนูนี้ต้องยกค็อกเทล  Mekhong Thai Sabai จิบตามหลัง ด้วยส่วนผสมของ Mekhong, น้ำมะนาวสด, ไซรัป, ใบโหระพาไทย, โซดาสแปลช ให้รสชาติที่เปรี้ยวอมหวานหอมสมุนไพรเข้ากันได้ดีกับพล่าฟินเดอแคลร์ ด้วยรสสัมผัสแล้ว Mekhong Thai Sabai สามารถทานคู่กับเมนูที่มีวัตถุดิบหลักเป็นปลาและอาหารทะเลได้ดี

คอร์สที่ 2 ปลาเน้ืออ่อนทอดกรอบ ซอสพริกแกงมาโย (Crispy Fish) เสิร์ฟแบบรมควันเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม เชฟเลือกใช้วัตถุดิบหลักเป็นปลาเนื้ออ่อนจากสิงห์บุรี นำมาทอดกรอบจนสามารถทานได้ทั้งตัว

ทานคู่กับพริกแกงมาโยที่ใช้พริกแกงใต้มาผสมกับมายองเนสที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน เชฟแนะนำให้ทานคลุกเคล้ากันทั้งปลาเนื้ออ่อนพริกกระเทียมและซอสพริกแกงมาโย อร่อยกรุบกรอบ รสชาติของซอสพริกแกงมาโยจัดจ้านจากพริกแกงใต้ผสมผสานกับความหวานมันของมายองเนสกลายเป็นซอสที่สามารถทานคู่กับปลาเนื้ออ่อนทอดได้เข้ากันเป็นอย่างดี

เมนู ปลาเน้ืออ่อนทอดกรอบ ซอสพริกแกงมาโย เสิร์ฟให้ทานคู่กับค็อกเทล  Pina Splash ที่มีส่วนผสมของ Mekhong, น้ำสับปะรด, น้ำมะนาว, ไซรัป ท็อปด้านบนด้วยน้ำโซดาและผงทองคำ ส่วนผสมของน้ำสับปะรดให้ความสดชื่น หวานหอมจิบแล้วซ่าลิ้น

คอร์สที่ 3 แสร้งว่ากุ้งทะเลลายเสือ (Seang Wa King Tiger Prawn) หนึ่งในเมนูพิเศษของทางร้าน ประกอบไปด้วยกุ้งทะเลลายเสือขนาดใหญ่ ย่างไฟแบบสุกประมาณ 80% เนื้อนุ่มคงความหวานกรอบของเนื้อกุ้งลายเสือ คลุกเคล้ากับส่วนผสมสมุนไพรของน้ำยำแสร้งว่าอย่างตะไคร้ ใบมะกรูด ใบสาระแหน่ รวมไปถึงน้ำยำที่ใช้น้ำมะกรูดเป็นส่วนผสมเพิ่มความหอมสดชื่น อร่อยล้ำแบบครบเครื่อง

เมนูนี้แพริ่งคู่กับค็อกเทล Copper Bird ค็อกเทลพิเศษจากคุณเจน แก้วยอด สุดยอดบาร์เทนเดอร์ไทย ฝีมือระดับโลก ครีเอทค็อกเทลขึ้นจากส่วนผสมที่หลากหลายโดยมีเบสจาก Mekhong ผสมกับน้ำผึ้งที่ได้จากผึ้งที่คุณเจนเลี้ยงเองเพื่อควบคุมสภาวะแวดล้อมให้ได้กลิ่นและรสชาติตามที่ต้องการ และยังมีขึ้นฉ่ายฝรั่ง กีวี่ ว่านหางจระเข้ มะกรูด พร้อมรสสัมผัสจากโฟมยูคาลิปตัสและสตรอเบอรี่จากโครงการหลวง สีมีลักษณะคล้ายสีทองแดง

แก้วนี้ดูเหมือนจะหนักแต่หวานและหอมเหมือนหนุ่มบุรุษวัยสามสิบปลาย ๆ ลุคเข้มแต่แต่งตัวเรียบโทนสีเบจ ทานคู่กับ แสร้งว่ากุ้งทะเลลายเสือ แล้วจะทำให้คุณตกหลุมรักกับความเข้ากันของคู่นี้ได้อย่างง่ายดาย

คอร์สที่ 4 เป็นคอร์สซุป ต้มส้มปลาเก๋าใบมะขามอ่อน (Andaman Grouper Herbal Soup) ปลาเก๋าจากสมุทรสาครทอดทั้งเกล็ด เสิร์ฟพร้อมกับมะเขือเทศย่าง เห็ด ใบมะขามอ่อน ในส่วนของซุปจะอยู่ในโถที่ประกอบไปด้วยน้ำต้มส้ม และเครื่องสมุนไพร ใบมะขามอ่อน ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด

ขั้นตอนการเสิร์ฟพนักงานจะใช้แก็สพ่นไฟไปที่น้ำต้มส้มที่อยู่โถด้านล่างจนเกิดความร้อนแล้วน้ำจะถูกดูดขึ้นไปโถบนที่มีเครื่องสมุนไพร ประหนึ่งว่าให้น้ำต้มส้มขึ้นไปอินฟิวส์จนได้กลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ กระทั่งหยุดพ่นแก็สน้ำต้มส้มก็จะไหลกลับลงมาที่โถอีกครั้งพร้อมเสิร์ฟ

พนักงานจะเทน้ำต้มส้มลงในจานจนกลายเป็นเมนู ต้มส้มปลาเก๋าใบมะขามอ่อน ที่สมบูรณ์แบบ ปลาเนื้ออ่อนเนื้อนุ่ม น้ำต้มส้มหอมกลิ่นสมุนไพร ความเปรี้ยวจากยอดมะขามอ่อนอยู่ในระดับที่พอดีกับรสหวานเค็ม เป็นรสชาติที่กลมกล่อม

อร่อยกันจนมาถึงคอร์สที่ 5 ซึ่งเป็นเมนคอร์ส สเต็กเนื้อวากิวสันในกับซอสแกงกะหรี่ (Wagyu Beef Tenderloin Steak With Thai Curry Sauce) เนื้อสันเนื้อนุ่ม ย่างเสิร์ฟกับซอสแกงกะหรี่ที่เข้มข้นไปด้วยเครื่องเทศยี่หร่า ลูกผักชี และยังมีมันต้มและแป้งทอดที่ทำออกมาคล้ายกับยอร์คเชียร์พุดดิง คือเสิร์ฟแบบโมเดิร์นแต่ให้สัมผัสรสชาติอาหารไทย

เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับค็อกเทล  Golden Amber Tears ที่มีส่วนผสมของ Mekhong, ชองบอร์ด, โมนินไซรัปกลิ่นกุหลาบ, น้ำมะตูม, น้ำมะนาว, มะตูมอบแห้ง รสชาติหวานปลายลิ้น เพิ่มยกระดับสัมผัสรสชาติของเนื้อวากิวและซอสแกงกะหรี่ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

มื้อนี้เต็มไปด้วยความสุขที่ลงตัวไปทั้งอาหารและเครื่องดื่ม หลังจากจบเมนคอร์ส ร้านจะเสิร์ฟซอร์เบท์คั่นรับประทานล้างปาก หอมกลิ่นส้มซ่าและขิง มีรสเปรี้ยวอมหวานจากเนื้อสละ

ปิดท้ายดินเนอร์ด้วยคอร์สที่ 6 ขนมหวานพื้นบ้านปักษ์ใต้ที่หาทานได้ยากในปัจจุบันชื่อว่า ขนมโค (Kanom Ko) แป้งนุ่มไส้หวานหอมน้ำตาลโตนด น้ำกะทิมีรสเค็ม ๆ มัน ๆ ผสมกับข้าวพองไรซ์เบอร์รี่ หอมกลิ่นอบควันเทียน

เซอร์ไพรซ์ปิดท้าย Time Out Bangkok presents Mekhong Elite Table 2019 ที่ร้าน Royal OSHA นี้ด้วยการแสดงรำและหุ่นละครเล็กปิดท้ายให้ทุกคนได้ประทับใจ

ยังมีเวลาที่คุณเองจะมาสัมผัสกับประสบการณ์ Time Out Bangkok presents Mekhong Elite Table 2019 นี้ได้ด้วยตัวคุณเอง กับเมนูคอร์สอาหารไทยแพริ่งคู่กับเครื่องดื่มค็อกเทลไทยในราคา 1,941 บาท สำหรับ 1 ท่าน และ 3,500 บาทสำหรับ 2 ท่าน

  1. เสน่ห์จันทร์ (Saneh Jaan)
  2. ห้องอาหารสุพรรณิการ์ สาขาสาทร (Supanniga Eating Room)
  3. รอยัล โอชา (Royal OSHA) มีโปรโมชั่นต่ออีก 1 เดือน **
  4. เอ็ทตี้ทเวนตี้ (80/20) (8 ส.ค. 2019 – SOLD OUT)
  5. พาย (Paii at the House on Sathorn) (22 ส.ค. 2019- SOLD OUT)
  6. บูรพา (Burapa Eastern Thai Cuisine & Bar By Sri Trat) (5 ก.ย. 2019)
  7. บ้านสุริยาศัย (Baan Suriyasai) (12 ก.ย. 2019)

ชวนคนรัก ครอบครัว และก๊วนเพื่อนสนิทมาสัมผัสกับประสบการณ์มื้ออาหารสุดพิเศษแบบนี้กัน ทำการจองที่นั่งผ่านลิงค์นี้กันได้เลย http://go.eventpop.me/TimeOutBangkokxMekhongEliteTable

  •  
  •  
  •  

Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of