พื้นที่ที่ผสมผสานความอบอุ่นของงานไม้เข้ากับสีสันจัดจ้านอันเป็นเอกลักษณ์นี้คือ voco Bangkok Surawong หมุดหมายแห่งใหม่ใจกลางสุรวงศ์ และยังเป็นความน่าตื่นเต้นในฐานะ voco แห่งแรกในประเทศไทย (Thailand’s first voco hotels) จากเครือ IHG ที่เข้ามาแต่งแต้มเสน่ห์และสร้างสีสันใหม่ให้กับย่านเมืองเก่าแห่งนี้ได้อย่างมีสไตล์

ความน่าสนใจของที่นี่คือการบาลานซ์ความโมเดิร์นและความมีชีวิตชีวาได้อย่างพอดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่กำลังมองหาเซฟโซนเพื่อหลบหลีกความวุ่นวาย มาใช้เวลา ‘Me Time’ ชาร์จพลังให้ตัวเองในบรรยากาศส่วนตัว หรือกำลังวางแผนค่ำคืนดินเนอร์สุดพิเศษร่วมกับคนสำคัญ พวกเราทีมบรรณาธิการ SOtraveler ขออาสาพาทุกคนไปสำรวจทุกรายละเอียดของงานดีไซน์ และเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่คุณไม่ควรพลาดในรีวิวฉบับนี้ครับ



Elegant & Thoughtful Design
เมื่อขยับเข้ามาสู่พื้นที่ส่วนตัวอย่างห้องพัก ทันทีที่ก้าวข้ามผ่านประตูเข้ามา คุณจะสัมผัสได้ถึงความโปร่งโล่งและมวลบรรยากาศอันแสนผ่อนคลาย ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการวางเลย์เอาต์ภายใต้แนวคิด Thoughtful Design ที่แฝงอยู่ในทุกรายละเอียด การดีไซน์ภายในเป็นการจับคู่ที่ลงตัวระหว่างโทนสีไม้อันอบอุ่นและสไตล์โมเดิร์น โดยหยิบยกคู่สีและงานศิลปะที่จัดจ้าน มีชีวิตชีวา เข้ามาตัดสลับอย่างมีชั้นเชิง เกิดเป็นสเปซที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่ไม่น่าเบื่อ พร้อมต้อนรับข้าสู่สภาวะความสงบในฐานะ Your “Me Time” Sanctuary โดยภายในห้องมีการแบ่งสัดส่วนได้อย่างชาญฉลาดและตอบโจทย์การใช้งานได้จริง

สิ่งที่ถือเป็นไฮไลท์ของงานออกแบบและสร้างความประทับใจให้เราตั้งแต่แรกเห็น คือ Floating Bed Design หรือดีไซน์เตียงนอนแบบลอยตัว ที่ชาญฉลาดด้วยการซ่อนโครงสร้างและฐานรองรับไว้ลึกใต้เฟรมเตียงอย่างมิดชิด นวัตกรรมนี้นอกจากจะช่วยยกระดับความเก๋ ทำให้ภาพรวมของห้องดูโมเดิร์นและโปร่งสบายตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ในแง่ของฟังก์ชันยังช่วยเปิดเส้นทางเดินให้ราบรื่น และช่วยเซฟนิ้วเท้าของคุณจากการเดินสะดุดมุมเตียงได้อย่างน่าประทับใจ

ไม่เพียงแค่งานดีไซน์ภายนอกเท่านั้น voco ยังใส่ใจไปถึงระดับสรีระและสุขภาวะด้วยแนวคิด Eco-Friendly & Allergy-Safe Pure Comfort ที่เปิดโอกาสให้คุณได้เอนกายลงบนเตียงนอนที่รักษ์โลกและดูแลคุณไปพร้อมๆ กัน ด้วยเครื่องนอนที่ถักทอขึ้นจากเส้นใยอัปไซเคิล (Upcycled-fiber) นวัตกรรมสุดล้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการป้องกันภูมิแพ้และไรฝุ่นในตัวเอง มอบสัมผัสที่สะอาด บริสุทธิ์ ปราศจากการระคายเคือง โดยไม่สูญเสียความนุ่มละมุนและโอบรับทุกสัดส่วน เพื่อให้ทุกค่ำคืนของคุณเป็นการนอนหลับที่ลึก ผ่อนคลาย และปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างสูงสุด สอดรับกับวิถีชีวิตแบบรับผิดชอบต่อโลกอย่างงดงาม

สำหรับใครที่ต้องการทิ้งตัวผ่อนคลายอย่างเต็มที่ บริการ In-room Dining ของที่นี่คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด ท่ามกลางความลงตัวของห้องพักที่ถูกออกแบบมาเป็นเซฟโซนส่วนตัว ความโดดเด่นของบริการอาหารในห้องพักที่นี่คือ การเปิดให้บริการแบบครอบคลุมยาวนาน (In-room dining hours: 12:00 am – 12:00 am) ตอบโจทย์ทั้งมื้อกลางวันสบายๆ ไปจนถึงความหิวพิกัดดึก โดยเมนูที่จัดเตรียมไว้นั้นมีความหลากหลายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมนูอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ ที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถัน รสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง เหมาะสำหรับสั่งมาทานได้ในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นมื้อหลักระหว่างวัน หรืออาหารจานด่วนอุ่นท้องในยามดึก ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในแบบพรีเมียมไลฟ์สไตล์ที่คุณสามารถดีไซน์มื้ออร่อยได้เองในพื้นที่ส่วนตัว

Rise and Shine อาหารเช้าเติมพลังเช้าวันใหม่
หลังจากค่ำคืนอันแสนสบาย การเริ่มต้นวันใหม่ที่นี่เริ่มต้นขึ้นด้วยความรื่นรมย์ของไลน์อาหารเช้า ณ ห้องอาหาร DECKLES Smokehouse (ชั้น 2) ที่พร้อมเสิร์ฟเติมพลังตั้งแต่เช้าตรู่ โดยวันจันทร์-ศุกร์ เปิดให้บริการเวลา 6:00 am – 10:30 am และวันเสาร์-อาทิตย์ ขยายเวลาแห่งความสุขให้คุณตื่นสายได้หน่อยตั้งแต่ 6:00 am – 11:00 am

มื้อเช้าที่นี่โดดเด่นด้วยความหลากหลายที่ทีมเชฟตั้งใจคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ตอบโจทย์ทั้ง F&B Explorers ชาวไทยและต่างชาติ ไลน์อาหารมีให้เลือกสรรตั้งแต่เมนูสไตล์ตะวันตกรสชาติต้นตำรับ ไปจนถึงเมนูไทยรสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง และสิ่งที่เราไม่อยากให้คุณพลาดคือ “สเตชันก๋วยเตี๋ยว” รสเด็ดที่น้ำซุปหอมกรุ่น เข้มข้น กลมกล่อม ซดร้อนๆ ยามเช้าแล้วสดชื่นอย่างที่สุด\

นอกจากนี้ในแต่ละวันเชฟยังเพิ่มความสนุกด้วย Special of the day เมนูพิเศษประจำวันที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน ทำให้การลงมารับประทานอาหารเช้าทุกวันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดเดาไม่ได้

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ดึงดูดเราตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาคือ กลิ่นหอมอบอวลของ เบเกอรี่อบใหม่ร้อนๆ ที่จัดเต็มมาให้เลือกอย่างจุใจราวกับยกคาเฟ่ขนาดย่อมมาไว้ในโรงแรม แป้งครัวซองต์กรอบนอกนุ่มใน เดนิชหน้าต่างๆ และขนมปังอบใหม่หลากชนิดที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี จับคู่กับกาแฟแก้วโปรดในตอนเช้า ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ





DECKLES Smokehouse
เมื่อแสงอาทิตย์ของกรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยนเป็นแสงทไวไลท์สีคราม ก็ถึงเวลาที่เราตื่นตาตื่นใจไปกับประสบการณ์มื้อค่ำที่ DECKLES Smokehouse (บริเวณชั้น 2) ห้องอาหารที่นำศาสตร์แห่งการย่างและการรมควันอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์อเมริกันแท้ๆ มานำเสนอได้อย่างร่วมสมัย

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้ มวลอากาศรอบตัวจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของไม้ฟืนที่กำลังทำหน้าที่รังสรรค์ความอร่อย ความน่าสนใจของที่นี่คือความพิถีพิถันของทีม Pit Masters ผู้เชี่ยวชาญที่ควบคุมอุณหภูมิและเวลาอย่างแม่นยำ คัดสรรเฉพาะเนื้อส่วนพรีเมียมมาผ่านกระบวนการรมควันอย่างใจเย็น จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนแทบละลายในปาก บรรยากาศโดยรอบถูกดีไซน์มาเพื่อการสังสรรค์อย่างมีสไตล์ เป็นความคูลที่เข้าถึงง่ายและชวนให้คุณอยากนั่งหย่อนใจต่อไปยาวๆ พร้อมเพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่มแก้วพิเศษ หรือไวน์ลิสต์ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี และนี่คือบทสรุปของเมนู Dinner ไฮไลท์ที่พวกเราได้ลิ้มลอง และบอกได้คำเดียวว่า… ต้องสั่งมาสัมผัสด้วยตัวเอง

Oyster Flambadou เมนูเริ่มต้นที่เปิดฉากค่ำคืนนี้ได้อย่างตื่นเต้นและทรงพลัง เชฟหยิบยกเทคนิคโบราณอย่าง Flambadou มาใช้ โดยการละลายมันหมูร้อนๆ ผ่านกรวยเหล็กให้หยดลงบนหอยนางรมสดตัวอวบพรีเมียมอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมของมันหมูที่โดนความร้อนจะเคลือบผิวหอยนางรมไว้ เพิ่มมิติความเข้มข้นจัดจ้านด้วย Nduja (ไส้กรอกหมูสับรสเผ็ดสไตล์อิตาเลียน) ก่อนจะตัดรสชาติด้วยความสดชื่นของเซเลอรีดอง และความหวานละมุนจากเจลฟักทอง เป็นคำที่อบอวลไปด้วยความหอมมัน ซับซ้อน และทำหน้าที่เปิดต่อมรับรสได้ดี

30-day Dry-Aged Grilled Thai Angus Prime Rib พระเอกของค่ำคืนที่ทุกคนรอคอย ชิ้นเนื้อพรีเมียม Thai Angus Prime Rib ที่ผ่านกระบวนการ Dry-aged อย่างพิถีพิถันนานถึง 30 วัน เพื่อดึงความเข้มข้นของรสเนื้อธรรมชาติออกมาให้ชัดเจนที่สุด จากนั้นนำไปย่างบนฟืนสดด้วยเทคนิคเฉพาะ จนได้ความสุกระดับพรีเมียมที่ภายนอกมีความเกรียมหอม ทว่าเนื้อด้านในยังคงเป็นสีชมพูฉ่ำ มอบรสสัมผัสที่นุ่มและเต็มปากเต็มคำ พร้อมกลิ่นอายความหอมรมควัน (Smoky Flavor) ที่เด่นชัดในทุกคำ ยิ่งเมื่อรับประทานคู่กับหน่อไม้ฝรั่งย่างรสหวานกรอบ ซอสเนยสูตรซิกเนเจอร์ของทางร้านที่หอมมันกลมกล่อม และมันฝรั่งผัด ก็ยิ่งยกระดับให้สเต็กจานนี้กลายเป็นจานมาสเตอร์พีซที่คนรักเนื้อไม่ควรพลาด


Mississippi Mudpie Brownies ดำดิ่งสู่ความฟินอันลุ่มลึกของของหวานคลาสสิกสไตล์อเมริกันตอนใต้ บราวนี่เนื้อเข้มข้นที่อัดแน่นไปด้วยช็อกโกแลตเกรดพรีเมียม ให้รสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม เนื้อแน่น และมีความฉ่ำละมุนเหมือนโคลนริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปีตามชื่อเมนู รสชาติหวานกำลังดีตัดด้วยความขมปลายๆ ของโกโก้แท้ เป็นความฟินแบบเต็มพิกัดสำหรับ Chocoholic

Tasca Sabio
หากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากกลิ่นอายอเมริกันมาสู่ความสนุกสนาน คึกคัก และเต็มไปด้วยสีสันสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เพียงกดลิฟต์ลงมาที่ชั้น Ground Floor คุณจะได้พบกับ Tasca Sabio บาร์และร้านอาหารสเปนที่พร้อมจะจุดประกายค่ำคืนของคุณให้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ที่นี่เป็นเสมือนพื้นที่แฮงเอาต์สุดคูลที่ชวนให้ทุกคนมาดื่มด่ำกับศิลปะแห่งการกินดื่มในแบบสเปนดั้งเดิม ผ่านเมนูทาปาสรสเลิศที่เสิร์ฟมาในขนาดพอดีคำ เหมาะสำหรับการแชร์ความอร่อยร่วมกัน เคล้าคลอไปกับ Bespoke Sangrias รสชาติเยี่ยมที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน
ความน่าประทับใจของ Tasca Sabio คือการตีความอาหารสเปนแบบคลาสสิกให้ออกมามีลูกเล่นที่น่าสนใจ และนี่คือ 4 เมนูไฮไลท์ที่เราได้ลิ้มลองแล้วอยากบอกต่อความฟินนี้ให้กับทุกคน
Croquetas de Chorizo (Romesco sauce) เมนูเรียกน้ำย่อยที่เสิร์ฟความอร่อยมาแบบกรอบนอกนุ่มใน ตัวแป้งด้านนอกทอดจนเป็นสีเหลืองทองสวยงาม เมื่อกัดเข้าไปจะพบกับความฉ่ำละมุนของไส้ครีมเนื้อเนียนสูตรเฉพาะ ที่ผสานเข้ากับเนื้อสัมผัสและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Chorizo (ไส้กรอกสเปน) รสชาติเผ็ดร้อนปลายลิ้นกำลังดี เพิ่มมิติความกลมกล่อมลุ่มลึกด้วยปาดซอส Romesco ที่ทำจากพริกหยวกแดงและถั่ว เป็นคำเปิดที่ชวนให้เจริญอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม

Gambas al Pil Pil เมนูยอดฮิตตลอดกาลสไตล์แอนดาลูเซียที่ใครมาก็ต้องสั่ง เชฟคัดสรรกุ้งทะเลตัวโตเนื้อแน่นเด้ง นำลงไปเซียร์บนกระทะเหล็กร้อนๆ (A la plancha) อย่างรวดเร็วในน้ำมันมะกอกเกรดพรีเมียมที่อบอวลไปด้วยกระเทียมฝาน พริกแห้ง และพริกหยวกย่าง กลิ่นหอมของกระเทียมและรสเผ็ดร้อนอ่อนๆ ซึมลึกเข้าไปในเนื้อกุ้งหวานฉ่ำ เป็นจานที่เรียบง่ายแต่รสชาติทรงพลังอย่างที่สุด

Patatas Bravas Especial (Crème Fraîche & Ikura) การยกระดับเมนูสตรีทฟู้ดสุดคลาสสิกของสเปนให้มีความหรูหราและสนุกสนานยิ่งขึ้น ด้วยมันฝรั่งหั่นเต๋าชิ้นหนาที่นำไปทอดจนผิวด้านนอกกรอบแต่เนื้อในยังคงเนียนนุ่ม จากนั้นทวิสต์ความอร่อยด้วยการท็อปด้านบนด้วย Crème Fraîche (ครีมสดรสเปรี้ยวนิดๆ นุ่มนวล) และเพิ่มความสนุกด้วย Ikura (ไข่ปลาแซลมอน) เม็ดโต เมื่อรับประทานพร้อมกัน ความมันของมันฝรั่ง ความนุ่มของครีม และความเค็มมันชุ่มฉ่ำของไข่ปลาที่แตกโพละในปาก จะผสมผสานกลายเป็นรสชาติที่แปลกใหม่และน่าประทับใจ

Paella Negra ปิดท้ายด้วยจานไฮไลท์สุดตระการตาอย่าง ข้าวผัดสเปนหมึกดำ ที่เสิร์ฟมาในกระทะแบนดั้งเดิมพรีเซนต์ความลุ่มลึกของสีดำจากหมึกกล้วยธรรมชาติ ตัวข้าวซึมซับน้ำซุปซีฟู้ดเข้มข้นจนได้รสชาติที่กลมกล่อม หอมกลิ่นอายท้องทะเลอันเป็นเอกลักษณ์ (Oceanic Flavors) ด้านบนอัดแน่นไปด้วยขบวนพาเหรดซีฟู้ดสดๆ ระดับพรีเมียม ทั้งกุ้งตัวใหญ่ เนื้อปลากะพงหวานนุ่ม หอยแมลงภู่อวบอ้วน และปลาหมึกเนื้อหนึบ เป็นจานที่เต็มไปด้วยความดรามาติกทั้งหน้าตาและรสชาติที่เข้มข้นถึงใจ


Urban Wellness
นอกเหนือจากประสบการณ์ด้านห้องพักที่สะดวกสบายและเมนูอาหารรสเลิศจากเชฟระดับพรีเมียมแล้ว voco Bangkok Surawong ยังดีไซน์พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและดูแลตัวเองภายใต้แนวคิด Urban Wellness เพื่อให้คุณได้บาลานซ์ชีวิตคนเมืองและรีเฟรชร่างกายได้อย่างเต็มที่ตลอดการเข้าพัก
Fitness Centre (Open 24/7) สำหรับใครที่ไม่ต้องการให้ตารางการดูแลสุขภาพต้องสะดุด ห้องฟิตเนสของที่นี่พร้อมเปิดต้อนรับคุณตลอด 24 ชั่วโมง วันและคืนไม่มีวันหยุด ภายในห้องออกกำลังกายถูกจัดวางอย่างเป็นสัดส่วน พร้อมสรรพด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ทันสมัยและได้มาตรฐานครบครัน ไม่ว่าจะเป็นลู่วิ่งไฟฟ้า (Treadmill), อุปกรณ์ยกน้ำหนัก (Free Weights) สำหรับสายสร้างกล้ามเนื้อ, จักรยานออกกำลังกาย (Stationary Bicycle) รวมไปถึงเครื่องเดินวงรี (Elliptical Machines) ที่ช่วยลดแรงกระแทก ให้คุณได้เลือกคาร์ดิโอหรือยืดเส้นยืดสายได้ตามใจชอบในทุกเวลาที่คุณต้องการ



Swimming Pool (7:00 am – 8:00 pm) อีกหนึ่งสเปซไฮไลท์สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจคือ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง (Outdoor Pool) ที่เปิดให้บริการตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าไปจนถึงสองทุ่ม ให้คุณได้ทิ้งตัวลงแหวกว่ายในน้ำเย็นสดชื่น หรือจะเลือกเอนกายลงบนเดย์เบดริมสระพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรดในมือ ดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพสวนสวย บรรยากาศริมสระแห่งนี้ก็พร้อมจะเปลี่ยนทุกวินาทีให้เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายและเติมเต็มพลังชีวิตได้อย่างน่าประทับใจ

voco Bangkok Surawong คือประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ ที่ผสมผสานความใส่ใจในรายละเอียด ความขี้เล่นแสนมีเสน่ห์ และวิถีชีวิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล ไม่ว่าจะต้องการมาเสพศิลปะ พักผ่อนในห้องนอนแสนสบาย หรือตามล่าความอร่อยของเมนูรมควันและอาหารสเปน ที่นี่พร้อมตอบโจทย์ทุกมิติของชีวิตเมือง
จองการพักผ่อนครั้งต่อไปของคุณ หรือสำรองโต๊ะอาหารได้ที่
- ที่ตั้ง: ใจกลางถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ
- Front desk: +66-2-2344545
- Email: [email protected]







