Sofitel Bangkok Sukhumvit

64,265 views
SOtraveler-Magazine-Luxurious-Experience-Sofitel-Bangkok-Sukhumvit
  • 2
    Shares

เราจะพาทุกคนมาติดตามอ่านประสบการณ์การเข้าพักโรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนถนนสุขุมวิทระหว่างซอย 13 กับ 15 กับการเดินทางที่สะดวกสบายด้วยบริการที่น่าประทับใจจากลีมูซีนของโรงแรม เรื่องราวของการเข้าพักในครั้งนี้มีความน่าสนใจจนเราต้องแยกออกเป็นทั้งหมด 3 ตอนด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนได้พักสายตาจิบชากาแฟสบายๆ เราอยากให้ทุกคนได้ติดตามประสบการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันแบบชิลล์ๆ แต่ถ้าใครอ่านเพลินต่อเนื่องทั้งสามตอนเลยเราก็ยิ่งดีใจใหญ่

SOtraveler-Magazine-Luxurious-Experience-Sofitel-Bangkok-Sukhumvit

เอาล่ะ…เรามาเริ่มต้นกันตั้งแต่ออกจากบ้านกันดีกว่า บริการลีมูซีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะทำให้คุณเลิกกังวลกับเรื่องระยะเวลาในการเดินทาง ความไม่แน่นอนของเส้นทางการจราจร เป็นการพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศที่แสนเพอร์เฟคที่ SOtraveler.com อยากชวนให้ทุกคนลองใช้บริการกัน นอกเหนือจากการจองห้องพักก็เลือกออฟชั่นของความสะดวกสบายขึ้นอีกหน่อยด้วยการแจ้งเวลาและจุดที่จะให้ลีมูซีนมารับไปที่โรงแรม

เวลาเที่ยงตรงคือเวลาที่เรานัดหมายให้ลีมูซีนของทางโรงแรมมารับ มาตรฐานเวลาเช็คอินของที่นี่คือ 14:00 เช็คเอาท์ 12.00 แต่เราเช็คข้อมูลมาแล้วว่า เอ็กเซ็กคิวทีฟเลาจน์ของโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท มีบรรยากาศสวย พื้นที่กว้างและอาหารดีมาก การเข้าพักครั้งนี้ของเราเป็นห้องพักแบบลักซ์ซัวรี่คลับ ที่สามารถเข้าใช้บริการที่คลับมิลเลซีม (Millesims) ได้ตลอดเวลาที่เข้าพัก เราจึงเผื่อเวลาที่จะมานั่งรีแล็กซ์ที่คลับมิลเลซีม ระหว่างรอเช็คอินกันสักหน่อย

ลีมูซีนมาถึงตรงเวลามาก ก่อนถึงประมาณ 15 นาที คนขับรถได้โทรมาแจ้งก่อนและเมื่อมาถึงจุดที่รับก็โทรหาอีกครั้ง เราใช้บริการลีมูซีนมาบ่อยครั้งแต่ละโรงแรมก็จะให้สัมผัสของประสบการณ์ที่แตกต่างกัน และด้วยประสบการณ์ของ SOtraveler.com ก็พอจะทราบว่าการบริการในระดับพรีเมี่ยม ที่ตอบสนองความต้องการและสร้างความประทับใจให้กับแขกที่ใช้บริการมีอะไรบ้าง เรามีเช็คลิสอยู่ในใจ

รถรุ่น Mercedes-Benz รุ่น E220d คือลีมูซีนที่เราจะนั่งในครั้งนี้ คนขับรถแต่งตัวภูมิฐาน ยกมือสวัสดีและช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถ เมื่อขึ้นรถมาคนขับรถกล่าวแนะนำตัวอีกครั้งด้วยความสุภาพมาก พร้อมแจ้งระยะเวลาที่จะเดินทาง แจ้งบริการฟรีไวไฟบนรถและสอบถามอยากฟังเพลงสไตล์ไหนดี เราถือว่าเป็นการบริการที่ครบ ที่คนขับรถลีมูซีนหลายโรงแรมมักจะลืม เราอยากรักษามาตรฐานของการบริการที่ดีแบบนี้ให้กับแขกทุกๆคนที่ใช้บริการ

บนรถมีผ้าเย็นกับน้ำดื่มไว้บริการ เมื่อขับไปสักพักคนขับรถขออนุญาติโทรศัพท์ ปรากฎว่าคนขับโทรแจ้งทางโรงแรมว่า ผมกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางไปถึงโรงแรม ทางโรงแรมจะได้เตรียมข้อมูลการเช็คอินไว้รอ ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้การเช็คอินนั้นรวดเร็วและสะดวกกับเรามาก เรานั่งอยู่บนรถเพลินๆไปกับเสียงเพลง คนขับขับนุ่ม เราเอนตัวไปกับเบาะอย่างสบายๆ แล้วเราก็มาถึงยังโรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท

ลงจากรถพนักงานเข้ามาต้อนรับ กระเป๋าทุกชิ้นถูกส่งต่อและจัดการไว้อย่างเรียบร้อย เราเดินสะพายกล้องถ่ายรูปตัวปลิว เมื่อเราเข้าห้องพักก็พบว่ากระเป๋าเราถูกจัดวางไว้ที่ห้องเรียบร้อย พนักงานพาเราขึ้นไปเช็คอินที่คลับมิลเลซีมชั้น 31 ที่นี่ใช้สำหรับบริการอาหารเช้า ( Breakfast) ให้กับแขกที่พักแบบคลับ , Afternoon Tea และ Evening Cocktail เอนจอยตลอดทั้งวันเลยครับ

ถ้าหากพูดถึงเอ็กเซ็กคิวทีฟเลาจน์ระดับท็อปด้านการบริการและอาหาร คลับมิลเลซีม (Club Millésime) ของโรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท จะติดอันดับต้นๆอยู่เสมอ พนักงานเสิร์ฟเวลคั่มดริงก์และผ้าเย็น แต่เรากลับเพลินกับบรรยากาศของคลับกันมากกว่า

บรรยากาศเรียบหรู โทนอบอุ่น

ในระหว่งวันที่คลับมิลเลซีมก็จะมีคุ้กกี้และผลไม้ให้ทานกันพอกรุบกริบ ส่วนเครื่องดื่มชา กาแฟและน้ำผลไม้สั่งได้ตลอด

หลังจากนั้นเราก็รับคีย์การ์ดเพื่อขึ้นไปยังห้องพักให้เรียบร้อยก่อน ไฮไลท์ของห้องพักจุดแรกที่เราชอบคือสมาร์ททีวี และระบบเสียง Bose ซึ่งเราชอบเปิดเพลงตอนเช้าๆ และเปิดหนังดูสักเรื่องก่อนเข้านอน ระบบเสียงของ Bose ในห้องพักใช้งานได้ดีมาก

ภายในห้องพักยังมีเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซให้อีกด้วย

โต๊ะทำงาน เหมาะกับใครที่มาพักเพื่อมาทำงานแถวๆนี้ หรือแนวรถไฟฟ้า ฟังก์ชั่นและการจัดวางของโต๊ะทำงาน จัดไว้แบบให้ใช้งานได้จริง เป็นโต๊ะทำงานที่มีมีปลั๊กและช่องเสียบยูเอสบี (USB) ไว้ครบ

ภาพภายในห้องพักของเรา ที่ถ่ายไปยังทางเดินไปประตูทางเข้า ห้องพักจะตกแต่งเป็นพื้นไม้ที่แสดงถึงความหรูหรา

เตียงนอน นอนสบายมาก  เตียงแบบคิงไซส์คอนเซ็ปต์ “มายเบด โดยโซฟิเทล (MyBed™ by Sofitel) ยังไงก็หลับสบายเพราะเป็นมาตรฐานเดียวกันของทุกโซฟิเทล ภายในห้องยังมีเดย์ เบดไว้นั่งเล่น นอนเล่นเปลี่ยนอิริยาบทหน้าทีวีอีกด้วย

ห้องน้ำเป็นหินอ่อนประกอบด้วยอ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ พร้อมแยกห้องอาบน้ำแบบฝักบัวอีกหนึ่งห้อง ห้องน้ำกว้าง ใช้งานได้ เราชอบห้องอาบน้ำโล่งๆ กว้างๆแบบนี้

บริเวณอ่างล้างหน้า มีอุปกรณ์ต่างๆ มีให้ครบ แปรงสีฟัน คอตตอนบัต หมวกคลุมผม ที่โกนหนวด จัดใส่ไว้ในกล่องเป็นระเบียบเรียบร้อย

โซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท ได้ให้ความสำคัญและตอกย้ำความหรูหราของห้องพักแบบลักซ์ชัวรี่ได้ดีมาก กับการแขกใช้ผลิตภัณฑ์ amenity กลิ่นซิตรัสจากแอร์เมส (Hermès) ในห้องน้ำ

เราเพลินกับห้องน้ำมากทีเดียว ชุดคลุมอาบน้ำหนานุ่ม

หลังจากที่สำรวจห้องพักไปได้สักชั่วโมงนึงก็พอดีกับเวลา Afternoon Tea ที่คลับมิลเลซีม ชั้น 31 ที่เราเพิ่งทำการเช็คอินไปเมื่อสักครู่ เวลานี้ก็จะมีแซนวิสและขนมหวานให้ทานรองท้องกันเบาๆ

จิบกาแฟและทานขนมที่คลับเรียบร้อย เราขอเวลามาดูบรรยากาศที่สระว่ายน้ำให้ชื่นตาชื่นใจกันหน่อย สระว่ายน้ำเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ถูกออกแบบให้เป็นเสมือนบริเวณโอเอซิสกลางกรุง จึงเน้นต้นไม้เขียวๆ ซ่อนตัวจากความจอแจของเมืองด้วยมุมสงบๆ ด้วยการว่ายน้ำท่ามกลางบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้

เตียงนอนริมสระแบบซุ้ม กั้นด้วยต้นไม้ให้ความเป็นส่วนตัวสำหรับนอนเล่นกันริมสระ

ชั้น 31  ทั้งชั้นเป็นพื้นที่ของคลับมินเลซีม ดังนั้นใครที่มาพักที่นี่มานั่งให้ครบทุกบรรยากาศนะ แต่ละมุมก็จะมีบรรยากาศและวิวต่างกันเล็กๆน้อยๆ อยากให้มาลองสัมผัสฟิลลิ่งสบายๆในคลับมินเลซีมกันสักครั้งแล้วจะติดใจ

เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น สำหรับแขกที่เข้าพักในแบบคลับ ต้องรอช่วงเวลา Evening Cocktails นี้แน่นอนซึ่งเริ่มบริการตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม มีเมนู Cocktails, Mocktails ไวน์ เบียร์ วอดก้า จิน น้ำผลไม้ บริการฟรีไม่อั้น แต่ผมจอง L’Appart ไว้เลยไม่ได้นั่งสัมผัสบรรยากาศช่วงเวลา Evening Cocktails ที่คลับมินเลซีม แต่ตอนที่ลงมาดูต้องบอกว่า แขกแน่นและเอนจอยกับ Evening Cocktails อย่างสัมผัสได้

ชั้น  32 เป็นไฮไลท์ที่เราต้องมาในช่วงเย็นครับซึ่งเป็น ชั้นของห้องอาหารลาพาร์ต (L’Appart) รูฟท็อป บาร์ แอนด์ เรสเตอรองค์ เราเพิ่งพาไปชิมฝีมือ เชฟ Nicolas Basset กันไม่นานมานี้ ใครที่ยังไม่ได้อ่านลองไปอ่านกันได้นะ L’Appart ; Feel like home Rooftop Dining

L’Appart Rooftop Bar ชั้น 32 เริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 1.00 น. เป็นเวลาที่เหมาะจะมานั่งรอชมช่วงเวลาที่ท้องฟ้ากำลังถูกระบายสี พระอาทิตย์สีส้มๆ ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป สั่ง Cocktails มาดื่มด่ำกับ Cold Cut สักหน่อย เป็นช่วงเวลาที่สร้างโมเมนต์ยามเย็นดีดีให้เราประทับใจอีกช่วงเวลานึง

ประมาณหนึ่งทุ่ม เราก็ย้ายเข้ามานั่งด้านใน ซึ่งจะส่วนตัวให้นั่งคุยกันได้สะดวกหน่อย และเราไม่อยากพลาดฝีมือ เชฟ Nicolas

เราชอบบรรยากาศที่อบอุ่นของลาพาร์ต (L’Appart) นะ รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เหมือนเดินเข้าบ้านที่เจ้าของบ้านให้การต้อนรับแบบเป็นกันเอง มีคนคอยเสิร์ฟอาหารให้บริการเป็นอย่างดี ภาพภายนอกของโรงแรมอันหรูหรากลับมีห้องอาหารที่อบอุ่นซ่อนตัวอยู่ด้านบนสุด เป็นการตกแต่งที่แตกต่างอย่างลงตัว

Roasted beetroot salad (290.-) Cumin yogurt mousse, orange zest and sherry vinegar dressing

Soya Glazed Pork Belly, Celeriac in Variation

Smoked Atlantic Octopus, Ratte Potatoes, Black Garlic Aioli

หลังจากที่ทานอาหารที่ L’Appart เสร็จเราก็เดินเล่นแถวหน้าโรงแรมนิดหน่อยเพื่อย่อยอาหาร บรรยากาศของสองข้างทางย่านนี่ยังคงคึกคัก

กรุงเทพเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และสีสันอันหลากหลาย ทำเลใจที่ตั้งของโรงแรมจะเป็นสิ่งเติมเต็มให้การพักผ่อนครั้งนี้ของคุณสมบูรณ์แบบด้วยความสนุกอย่างเต็มที่เมื่ออยู่ข้างนอก แล้วได้กลับมาผ่อนผ่อนกับความหรูหรา เพรียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ก่อนที่จะเข้าห้องพัก เราแวะฟิตเนสก่อน ฟิตเนสที่นี่เป็นของ So Fit อุปกรณ์มีครบครัน แต่เราคงไม่ทันได้ฟิตแล้วล่ะ ความสนุกสำหรับวันนี้ของเราเยอะแยะเหลือเกิน เลยแวะเก็บภาพมาฝาก แล้วขอตัวไปแช่ตัวในน้ำอุ่นๆ ก่อนนอนดึกว่า

เมื่อกลับเข้ามาที่ห้อง ก็พบว่าห้องได้รับการเทิร์นดาวน์ไว้อย่างเรียบร้อยดี เตรียมน้ำวางไว้ข้างหัวเตียงและวางรองเท้าไว้ข้างเตียงนอน

การเข้าพักห้องพักแบบลักชัวรี่ มีบริการบัตเลอร์ให้ เราสามารถรีเควสขอให้บัตเลอร์ช่วยตีฟอง เตรียมอ่างอาบน้ำไว้ล่วงหน้า ก่อนที่จะเข้าห้องมาพักผ่อนได้

เมื่อเข้าห้องมา เราก็พบกับการเตรียมอ่างอาบน้ำให้เราแช่ พร้อมวางอุปกรณ์ต่างๆไว้ให้ การพักผ่อนของค่ำคืนนี้ของเราจึงปิดท้ายด้วยการแช่น้ำอุ่นที่ตีฟอง พร้อมกลิ่นหอมๆ ของamenity กลิ่นซิตรัสจากแอร์เมส (Hermès)

Good Morning!
เรานอนกลิ้งอยู่บนเตียงไปหลายตลบก่อนจะแต่งตัวเพื่อมาสำรวจไลน์อาหารเช้าอย่างไม่เร่งรีบ

Enjoy Breakfast at Club Millésime

สำหรับแขกที่พักแบบคลับสามารถเลือกทานอาหารเช้าได้ 2 ที่ คือที่  คลับเมนีซีม (Millésime) หรือที่ห้องอาหาร Voila เราเลือกที่จะไปทานที่ Voila แต่ก่อนไปลองแวะสำรวจไลน์อาหารที่ คลับ Millésime กันดูสักหน่อย มีหนังสือพิมพ์อีเลคทรอนิคให้อ่านกันด้วย ทันสมัย ลดการใช้ทรัพยากรกระดาษ เป็นแนวคิดที่ดี

อาหารเช้าที่คลับมินเลซีม ที่วางในไลน์ถือว่าวางไว้เยอะเมื่อเทียบกับการวางอาหารในคลับทั่วไป มีพนักงานคอยดูแล อยากได้อะไรก็แจ้งพนักงาน เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบเดินวุ่นวายกับไลน์อาหาร มีความเป็นส่วนตัวดี

Enjoy Breakfast at Voila

แน่นอนว่า หากใครที่ชอบไลน์อาหารที่หลากหลาย การมานั่งทานที่ห้องอาหารหลัก ก็จะตอบโจทย์มากกว่า

ที่สเตชั่นสำหรับทำเมนูไข่ มีเมนูให้เลือกสั่งเป็นแนวทาง เพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น หน้าตาของเมนูดูดีทีเดียว

รสชาติอร่อยด้วย

ข้าวต้มและเครื่องเคียง

 

ของหวานและผลไม้ก็มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกทานกัน

หลังจากที่เราทานอาหารเสร็จแล้วก็ต้องขอตัวขึ้นไปพักผ่อนต่อบนห้อง

ความคิดเห็นของ SOtraveler.com

เราจะใช้เวลาอยู่กับโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิทสองเพียงวันหนึ่งคืน รู้สึกได้ถึงความพร้อมในการให้บริการที่สมบูรณ์แบบ มีกลิ่นอายของการบริการที่หรูหราและมีเสน่ห์ในแบบฉบับประเทศฝรั่งเศสผสมผสานเข้ากับความงามและวัฒนธรรมอันประณีตแบบไทย คำกล่าวทักทาย “บองชูร์ สวัสดีค่ะ/บองชูร์ สวัสดีครับ” เราได้ยินอย่างคุ้นเคยในขณะที่อยู่ในโรงแรม

เรื่องราวของเรายังไม่จบแค่นี้แน่นอน ยังมีต่อตอนที่สอง ตอนที่ลงไปดูสระว่ายน้ำ เราแวะไปทำสปามาครับ ติดตามกันต่อในตอนที่สองกับ Enjoy treatment at Le SPA with L’Occitane with Ball-Tanakrit

ใครมีคำถามสงสัยตรงไหน สามารถสอบถามได้ทางรีวิวนี้
หรือในแฟนเพจของเราก็ได้ครับ SOtraveler.com
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านรีวิวจนจบครับ ^.^


  • 2
    Shares