กรุงเทพฯ กำลังจะมีอีกหนึ่งมื้ออาหารที่น่าจับตามองอีกครั้งเมื่อ เมซซาลูน่า (Mezzaluna by lebua) ร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินบนชั้น 65 ของ โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ (lebua at State Tower) เปิดบ้านต้อนรับ ลอซิเยร์ (L’Osier) ร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ใน Collaboration Dinner ภายใต้ชื่อ The Willow & The Moon ซึ่งจัดขึ้นเพียง 2 คืน ระหว่างวันที่ 13 – 14 พฤศจิกายน 2026 เท่านั้น

การได้ร่วมชิมเมนูพิเศษครั้งนี้ล่วงหน้า นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีของ SOtraveler ที่จะได้สัมผัสแนวคิดและฝีมือของเชฟทั้งสองก่อนที่ The Willow & The Moon จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน เมนู 7 คอร์สครั้งนี้นำวัตถุดิบญี่ปุ่นมาตีความผ่านแนวทางอาหารฝรั่งเศส พร้อมวิวเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ และแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหลัง โดยมี เชฟริวกิ คาวาซากิ (Chef Ryuki Kawasaki) แห่ง Mezzaluna และ เชฟโอลิวิเยร์ แชญง (Chef Olivier Chaignon) แห่ง L’Osier เป็นผู้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านแต่ละจาน

เริ่มต้นมื้อด้วย Amuse-bouche สองคำแรกที่ชวนให้รู้สึกถึงความน่าตื่นเต้นของจานอื่น ๆ ที่กำลังจะตามมา เชฟหยิบวัตถุดิบญี่ปุ่นโดยเฉพาะวัตถุดิบจากท้องทะเล มาถ่ายทอดได้อย่างพอดี ทั้งในแง่ของรสชาติและการจัดวาง ก่อนเข้าสู่ Welcome Bread อย่างชิโอะปังผสมสาหร่ายวากาเมะที่มีผิวด้านนอกเป็นสีน้ำตาลทองและเนื้อสัมผัสนุ่ม เสิร์ฟพร้อมเนยจากจังหวัดสระบุรี ทั้งเนื้อสัมผัสของขนมปังและการเลือกใช้เนยจากแหล่งผลิตในไทยช่วยเติมรายละเอียดให้กับช่วงเริ่มต้นมื้ออาหารได้อย่างลงตัว



หนึ่งในจานไฮไลต์ครั้งนี้อย่าง Shirako Chawanmushi, Zuwai Crab, Yurine, Autumn Truffle ที่รวมวัตถุดิบญี่ปุ่นหลากหลายชนิดไว้ในจานเดียว ทั้งชิราโกะหรือส่วนสืบพันธุ์ของปลาตัวผู้ เนื้อปูหิมะญี่ปุ่น หัวยูริเนะที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน และทรัฟเฟิลฤดูใบไม้ร่วงที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมเฉพาะตัว เสิร์ฟในรูปแบบชาวันมุชิหรือไข่ตุ๋นญี่ปุ่นเนื้อเนียน พร้อมซอสเนื้อสัมผัสบางเบา

อีกจานที่ไม่พูดถึงไม่ได้กับ Menuke, Matsutake, Kabu, Sakura Ebi ที่เลือกใช้ปลาเมนูเกะจากญี่ปุ่น เสิร์ฟคู่กับเห็ดมัตสึทาเกะที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และหัวคาบุหรือหัวผักกาดญี่ปุ่นที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของเนื้อสัมผัส โดยมีกุ้งซากุระตัวเล็กสีชมพูเป็นส่วนประกอบของน้ำซุป ช่วยเติมมิติของรสชาติจากท้องทะเลให้กับจานนี้

จานที่ประทับใจที่สุดต้องยกให้ Niigata Murakami Beef, Smoked Eel, Gobo, Sansho ที่นำเสนอเนื้อวัวมุราคามิจากจังหวัดนีงาตะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ในปีนึงจะมีแค่ 800 ตัวเท่านั้น และยังเป็นเนื้อที่มาจากบ้านเกิดของเชฟริวกิ เนื้อวัวชนิดนี้มีไขมันแทรกสวยงามให้สัมผัสนุ่มเป็นพิเศษ เสิร์ฟคู่กับปลาไหลรมควันที่เพิ่มกลิ่นหอมเฉพาะตัว รากโกโบหรือรากหญ้าเจ้าชู้ญี่ปุ่นและซันโชเครื่องเทศญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ Red Consommé ที่อินฟิวส์ด้วย Voatsiperifery Pepper พร้อมฟัวกราส์รอแยลที่ช่วยเติมความเข้มข้นให้กับจานนี้ เป็นจานที่น่าจดจำที่เดียว


ปิดท้ายด้วยของหวานด้วย Chestnut, Hibiki Whiskey, Cocoa Juice, Black Lime ที่นำเกาลัด วิสกี้ญี่ปุ่น Hibiki น้ำจากโกโก้และแบล็กไลม์หรือมะนาวแห้งสีดำมารวมไว้ในจานเดียว โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกคามิเลียบนประตูร้าน L’Osier ก่อนปิดท้ายมื้อด้วย Petit Four อีกสามชนิด ได้แก่ ครัวซองต์มิโสะคาราเมล เค้กโรลอบเชย และขนมรสแอปเปิ้ลเขียว ที่ช่วยเติมเต็มช่วงท้ายของมื้ออาหารได้อย่างน่าประทับใจ



เรียกว่า The Willow & The Moon เป็น Collaboration ที่หลังจากได้ลองชิมบางส่วนของทั้ง 7 คอร์สแล้ว บอกเลยว่าไม่ควรพลาด ด้วยการนำวัตถุดิบญี่ปุ่นมาตีความผ่านเทคนิคอาหารฝรั่งเศสได้อย่างน่าสนใจ แอบได้ยินมาว่ามีลูกค้าสนใจ Collaboration ครั้งนี้ค่อนข้างเยอะ ใครที่อยากสัมผัสเมนูพิเศษจากทั้งสองเชฟ แนะนำให้รีบสำรองที่นั่งด่วน สำหรับเมนู Chef’s Tasting Menu ราคา 15,000++ บาทต่อท่าน และ Premium Pairing ราคา 9,500++ บาทต่อท่าน ให้บริการเพียง 2 คืน ในวันที่ 13 – 14 พฤศจิกายน 2026 ณ เมซซาลูน่า (Mezzaluna by lebua) ชั้น 65 ของ โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ (lebua at State Tower)


Mezzaluna by lebua
- Location: ชั้น 65 โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ (lebua at State Tower)
- Opening Hours: เปิดวันจันทร์ – วันเสาร์ 17.30 – 00.30น.
- Reservations: 02-624-9555
- Facebook: MezzalunaBangkok
- Instagram: @mezzalunabangkok
- Website: https://lebua.com/restaurants/mezzaluna/







