กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้สักที่ผสานกับความเย็นสดชื่นของหินอ่อน เป็นสัมผัสแรกที่ต้อนรับเราเมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ของ 137 Pillars Suites & Residences Bangkok แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงสะท้อนลงบนผิวสัมผัสอันประณีตของผ้าไหมไทย ชวนให้เรานึกถึงจุดเริ่มต้นของบ้านไม้สักหลังงามในเชียงใหม่ที่มีเสากว่า 137 ต้น ซึ่งในวันนี้ เรื่องราวเหล่านั้นได้ถ่ายทอดสู่ตึกสูงใจกลางสุขุมวิท พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพัก ที่เสมือนการหลบเร้นเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งความสงบที่ถูกจัดวางมาเป็นอย่างดี

จิตวิญญาณแห่งล้านนาที่หยั่งรากลึกในบริบทใหม่ของเมืองหลวง
รากฐานของ 137 Pillars Hotels & Resorts คือความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ “บ้านบอร์เนียว” ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโดดเด่นด้วยเสาไม้สักจำนวน 137 ต้นอันเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ เมื่อมรดกชิ้นสำคัญนี้ถูกนำมาตีความใหม่ ณ ใจกลางสุขุมวิท เราจึงพบการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อระหว่างอดีตและปัจจุบัน ความเป็น Heritage of Hospitality ที่ส่งมอบบริการที่ละเมียดละไมและการรักษามาตรฐานความหรูหราที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมาของสถานที่

Ayutthaya Suite พื้นที่พักผ่อนที่สะท้อนรสนิยมลุ่มลึกใจกลางเมือง
ภายในห้องพักคือการรังสรรค์พื้นที่ให้กลายเป็นปราการทางอารมณ์ คัดกรองความวุ่นวายจากโลกภายนอกออกไปอย่างสิ้นเชิง งานออกแบบเน้นการใช้วัสดุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความอุ่นของไม้ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายถูกจัดวางคู่กับความหรูหราของหินอ่อนคัดพิเศษ

ครั้งนี้เราได้พักในห้อง Ayutthaya Suite ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เรารู้สึกประทับใจมากเป็นอันดับต้นๆ ภายในถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนประหนึ่ง Residence ส่วนตัวที่สะท้อนรสนิยมอันสุขุม
ส่วนนั่งเล่น มอบความโอ่อ่าด้วยกระจกหน้ากว้างที่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นมีน้ำหนักของดีไซน์ที่ชัดเจน งานไม้สีเข้มมอบความรู้สึกแข็งแกร่ง ทว่าลดทอนความกระด้างด้วยเส้นสายที่โค้งมนของชุดโซฟาที่โอบรับสรีระได้พอดี เราพบว่าความลื่นไหลของพื้นที่ซึ่งเชื่อมต่อไปยังระเบียงส่วนตัวกว้างขวางนั้น เหมาะสำหรับการเปิดรับลมชมวิวเมืองในยามบ่าย พร้อมจิบชาที่จัดเตรียมไว้ในชุดเครื่องบาร์ส่วนตัวที่ครบครัน
สุนทรียศาสตร์ในห้องน้ำและการแช่น้ำที่ไร้ขอบเขต
ห้องอาบน้ำคือหนึ่งใน Masterpiece ของห้องชุดนี้ พื้นที่ส่วนนี้ถูกกรุด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ตัดกับอ่างอาบน้ำวงกลม (Signature Circular Bathtub) ความแตกต่างที่สัมผัสได้คือความใส่ใจในคุณภาพของน้ำและระบบการไหลเวียนที่นุ่มนวล มอบความรู้สึกเหมือนอยู่ในสปาส่วนตัวระดับ Hi-end ตลอด 24 ชั่วโมง



ห้วงนิทราใต้ผืนผ้าไหมและเครื่องนอนชั้นเลิศ
ในส่วนของห้องนอน ความเป็นส่วนตัวถูกยกระดับขึ้นด้วยประตูกั้นสัดส่วน เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการรองรับสรีระถูกห่อหุ้มด้วยผ้าปูเตียงที่มีจำนวนเส้นไหมละเอียดอ่อน ให้สัมผัสที่ปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน ระบบควบคุมแสงไฟภายในห้องถูกปรับจูนมาให้ช่วยกล่อมเกลาอารมณ์ก่อนเข้าสู่นิทรา สิ่งที่ทำให้ Ayutthaya Suite ต่างจากห้องพักระดับเดียวกันที่อื่น คือการบาลานซ์ระหว่าง “ความโอ่โถงของสถานที่” และ “ความอุ่นใจของบ้าน” ได้อย่างพอดี


สระว่ายน้ำขอบฟ้าที่เป็นมากกว่าสัญลักษณ์ของการพักผ่อน
ภาพจำที่เป็นไอคอนิกที่สุดของที่นี่คือสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าที่ขนานไปกับเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานคร การออกแบบเน้นความโปร่งโล่งอย่างไร้ขอบเขต มอบทัศนียภาพของเมืองหลวงในมุมมองกว้างไกลแบบไร้สิ่งกีดขวาง เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอิสระที่เป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับการเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของเมืองจากมุมที่เงียบสงบท
Expert Tips: เราแนะนำให้ใช้เวลาบริเวณสระว่ายน้ำในช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกดินประมาณ 17:15 น. แสงสีทองจะอาบไล้เส้นขอบฟ้าสวยงามที่สุด และสำหรับในห้องพัก มุมที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพคือช่วงเวลา 16:30 น. แสงแดดจะทำมุมเฉียงสร้างมิติ Light & Shadow ได้สวยที่สุด

นิทรา เซเรนิตี้ เซ็นเตอร์: เมื่อความนิ่งคือพลัง
ที่นี่มีบริการนวดผ่อนคลายเช่นกัน เริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟ Welcome Tea พร้อมผ้าเย็นกลิ่นอโรมาอ่อนๆ ก่อนเริ่มทรีตเมนต์ พนักงานจะมีการพูดคุยเพื่อสอบถามจุดเน้นย้ำที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ความประทับใจอยู่ที่ความใส่ใจในรายละเอียด พนักงานจะสังเกตความต้องการของแขกอย่างใจเย็น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักมือที่ต้องการ หรือการระบุจุดที่ต้องระมัดระวัง

จากนั้นก็เลือกกลิ่นน้ำมันสกัดเข้มข้น ที่สกัดจากพรรณไม้ธรรมชาติ ซึ่งแต่ละกลิ่นถูกคัดสรรมาให้เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ 137 Pillars เมื่อเลือกกลิ่นที่ใช่ได้แล้ว พนักงานจะนำทางไปยังห้องทรีตเมนต์ และทำการล้างขัดเท้า

หัวใจหลักที่เราอยากให้คุณลองคือเทคนิค ‘Nitra Maya’ ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ที่พนักงานเทอราปิสจะผสานศาสตร์การยืดเหยียดแบบไทย เข้ากับการกดจุดและการนวดน้ำมันอย่างเป็นระบบ จังหวะการลงน้ำหนักมือนั้นมีความต่อเนื่องและแม่นยำสูง พนักงานสามารถตรวจพบ “ปมกล้ามเนื้อ” ที่ตึงเครียดจากการทำงานหนักและคลี่คลายมันออกอย่างนุ่มนวล


The Gastronomy Narrative ณ ห้องอาหารนิมิต
ชื่อ ‘นิมิต’ (Nimitr) ที่สื่อถึงความฝัน ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรมผ่านการตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินเข้มและงานดีไซน์ที่ดูลึกลับทว่าสง่างาม แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือปรัชญาการปรุงอาหารที่หยิบเอาวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยมาตีความใหม่แบบ Fine Dining โดยที่ยังคงรักษา “รสชาติที่ถูกต้อง” ไว้อย่างแม่นยำ ทำให้ต้องกลับมาซ้ำอีกอย่างแน่นอน


เราเปิดมื้ออาหารด้วย เมี่ยงคำหอยเชลล์ ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของเมี่ยงคำแบบเดิมด้วยการใช้หอยเชลล์เนื้อแน่นเป็นตัวชูโรง ความหวานของหอยเชลล์เข้ากันได้ดีกับความหอมมันของเครื่องเมี่ยง

ต่อด้วย ยำเนื้อปูสับปะรดภูแล ที่ความเปรี้ยวหวานฉ่ำของสับปะรดทำหน้าที่ดึงรสหวานตามธรรมชาติของเนื้อปูออกมาได้อย่างโดดเด่น

อีกจานที่ทำได้ลุ่มลึกคือ ยำใบชะครามเนื้อวากิวไทย ความเค็มที่เป็นเอกลักษณ์ของใบชะครามถูกตัดด้วยความนุ่มมันของเนื้อวากิวไทยที่ย่างมาอย่างพอเหมาะ ขณะที่ ปูหลน ของที่นี่พยายามรักษาความนวลของกะทิและเนื้อสัมผัสที่ละมุนละไม เป็นจานที่สะท้อนถึงความประณีตของครัวไทยดั้งเดิมได้เป็นอย่างดี
เมื่อเข้าสู่สำรับหลัก ต้มยำซีฟู้ดมะพร้าวอ่อน เสิร์ฟมาพร้อมกับกลิ่นหอมของสมุนไพรสด รสชาติเปรี้ยวเค็มเผ็ดถูกต้อง ตามมาด้วย แกงปูใบชะพลู ที่รสสัมผัสเข้มข้นถึงใจ กลิ่นหอมของใบชะพลูช่วยชูรสแกงใต้ที่จัดจ้านแต่ยังคงความนวลนุ่ม

ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือ แกงกุ้ง (Grilled Tiger Prawn with Creamy Yellow Curry) พริกแกงที่เคี่ยวจนเนื้อครีมมีเนียนละเอียด ทานคู่กับกุ้งลายเสือย่างตัวโตที่เนื้อเด้ง กลิ่นหอมจากการย่างถ่านผสานกับความเผ็ดอ่อนๆ ของเครื่องแกงที่มีมันฝรั่งและหอมใหญ่ช่วยเพิ่มเลเยอร์ของรสสัมผัส

และที่ขาดไม่ได้คือ กุ้งแม่น้ำย่าง เนื้อกุ้งสดเด้งทานคู่กับยำสูตรพิเศษ อร่อยเข้ากันได้ดีมาก


ปิดมื้ออาหารด้วยของหวานที่คลาสสิกแต่มีความร่วมสมัยอย่าง ทับทิมกรอบและไอศกรีมมะพร้าว ความกรุบกรอบของแห้วผสานกับความเย็นจัดของไอศกรีมช่วยล้างปากได้ดีเยี่ยม ต่อด้วย สลิ่มลูกชิดกะทิ ที่เส้นสลิ่มเหนียวนุ่มตัดกับความหนึบของลูกชิดในน้ำกะทิหอมควันเทียน
แต่จานที่เราขอยกให้เป็นความประทับใจสุดท้ายคือ ลิ้นจี่ลำพูน (Lamphun Lychee Mousse) มูสเนื้อเบาที่ดึงเอากลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของลิ้นจี่จากภาคเหนือออกมาได้อย่างชัดเจน เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารที่นิมิตได้อย่างน่าจดจำ
เหนือกว่างานดีไซน์ คือความเข้าใจในจังหวะของการบริการ
ความประทับใจที่เกิดขึ้นใน 137 Pillars Suites Bangkok ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความโอ่อ่าของสถานที่ แต่เราพบว่า “พนักงาน” คือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้คำว่า Heritage of Hospitality จับต้องได้จริง พนักงานทุกคนมีจังหวะการเข้าหาแขกที่พอดี ไม่มากเกินจนรบกวนความเป็นส่วนตัว และไม่น้อยเกินจนรู้สึกขาดตกบกพร่อง
โดยเฉพาะพนักงานในส่วนของ ห้องอาหารนิมิต ที่สามารถอธิบายถึงที่มาของวัตถุดิบได้อย่างเข้าใจง่าย ช่วยยกระดับมื้ออาหารให้กลายเป็นการเดินทางของรสชาติที่น่าจดจำ เช่นเดียวกับทีมเทอราปิสที่ นิทรา เซเรนิตี้ เซ็นเตอร์ ซึ่งแสดงออกถึงความเชี่ยวชาญผ่านน้ำหนักมือและคำแนะนำในการฟื้นฟูร่างกายอย่างมืออาชีพ ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย ตั้งแต่การจดจำความพึงพอใจส่วนบุคคล ไปจนถึงการเตรียมพร้อมในทุกจุดบริการ คือสิ่งที่ฟันธงได้ว่าโรงแรมแห่งนี้ให้ความสำคัญกับ “คุณค่าของงานบริการ” อย่างสูงสุด
137 Pillars Suites Bangkok พิสูจน์ให้เราเห็นว่าความหรูหราไม่จำเป็นต้องตะโกนบอกใคร แต่แสดงออกผ่านการจัดการพื้นที่ เวลา และความรู้สึกของแขกด้วยความใส่ใจ สิ่งที่เราประทับใจที่สุดคือความสามารถในการรักษา “การพักผ่อนที่ให้ความสงบและเป็นส่วนตัว” ท่ามกลางความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการแช่ตัวในอ่างอาบน้ำวงกลม หรือการได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นจากพนักงานระดับมืออาชีพ ที่นี่คือทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการให้รางวัลชีวิตด้วยประสบการณ์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้

137 Pillars Suites & Residences Bangkok
- ที่ตั้ง: 59/1 ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- โทรศัพท์: 02 079 7000
- อีเมล: [email protected]
- เว็บไซต์: 137pillarshotels.com/th/bangkok
- Social Media: Facebook / Instagram







