Paii ห้องอาหารโมเดิร์นไทยซีฟู้ด ณ The House on Sathorn ภายในโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ (W Bangkok) เปิดตัวต้อนรับ เชฟบัว สโรชา รัชตะนาวิน ในตำแหน่งหัวหน้าเชฟ พร้อมนำเสนอเมนูชุดใหม่ที่หยิบอาหารไทยมาตีความในมุมที่ร่วมสมัยขึ้น โดยยังคงให้ความสำคัญกับรสชาติที่คุ้นเคยและชูจุดเด่นของวัตถุดิบคุณภาพ ซึ่ง SOtraveler มีโอกาสได้ร่วมชิมเมนูใหม่ครั้งนี้ด้วย

เชฟบัว สโรชา รัชตะนาวิน เติบโตจากการคลุกคลีอยู่ในครัวอาหารไทยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของเส้นทางสายอาชีพ ก่อนจะต่อยอดความรู้ด้านเทคนิคการปรุงและการจัดองค์ประกอบอาหารด้วยการศึกษาด้านอาหารฝรั่งเศสที่ Le Cordon Bleu ประเทศออสเตรเลีย ประสบการณ์ทั้งหมดจึงกลายเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสรรค์เมนูของ Paii ขณะเดียวกันเชฟยังใช้เวลาเดินทางลงพื้นที่ไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเรียนรู้วัตถุดิบจากเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น ทั้งสมุนไพร ผักพื้นบ้าน และผลผลิตตามฤดูกาล

มื้ออาหารเริ่มต้นด้วย ยำส้มโอห่อใบชะพู คำเล็ก ๆ ที่เสิร์ฟมาบนไม้พายตามชื่อ รวมรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม และความหอมของสมุนไพรไว้ได้อย่างสดชื่น ก่อนเข้าสู่ ฮามาจิต้มข่า หนึ่งในเมนูเด่นของเชฟบัว โดยนำฮามาจิไปหมักกับสาหร่ายคอมบุนานหนึ่งคืนด้วยเทคนิค Kombu-jime แล้วแล่เป็นซาชิมิ เสิร์ฟพร้อมมันแกวและซอสต้มข่าที่ให้กลิ่นหอมละมุนและรสชาติกลมกล่อม อีกจานคือ หอยนางรมอบ ที่ได้แรงบันดาลใจจากเมนูกอและ เสริมรสด้วยมะม่วงและพริกชี้ฟ้าเขียว เพิ่มความสดชื่นและมิติให้กับหอยนางรมได้อย่างลงตัว เมนูนี้อร่อยมาก



ถัดมาเป็น ยำผลไม้น้ำใส ที่ใช้ดอกดาหลา ส้มโอทั้งสีขาวและสีแดง ชมพู่ รวมถึงทับทิม จานนี้ให้ความรู้สึกสดชื่นตั้งแต่คำแรก และช่วยเตรียมรสสัมผัสก่อนเข้าสู่เมนูหลักได้เป็นอย่างดี ตามด้วย ข้าวอบปลา ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากข้าวห่อใบบัว ใช้ปลาหิมะและข้าวกล้องออร์แกนิกซึ่งยังคงเนื้อสัมผัสของเมล็ดข้าวไว้อย่างชัดเจน หรือจะลองเมนู พายข้าวผัดปู เมนูที่เรียบง่ายและคุ้นเคย เลือกใช้เนื้อปูอย่างเต็มคำ เหมาะสำหรับแบ่งปันร่วมกันบนโต๊ะอาหารตามวิถีการรับประทานอาหารแบบไทย



มาถึงเมนู มัสมั่นเนื้อ เป็นจานที่น่าสนใจจากการอ้างอิงสูตรในสมัยรัชกาลที่ 9 พร้อมเติมความสดชื่นด้วยส้มจี๊ดที่เชฟปลูกเอง ทำให้รสชาติของเครื่องแกงมีความสดและสมดุลยิ่งขึ้น ต่อด้วย ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ ที่โดดเด่นด้วยความหอมของเครื่องแกงและความหวานตามธรรมชาติของกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ ส่วนจานที่สร้างความประทับใจอีกจานคือ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม เนื้อหมึกมีความสด เด้งกำลังดี ซอสไข่เค็มเข้มข้นและเคลือบทุกชิ้นอย่างพอดี เป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่หยุดตักไม่ได้จริง ๆ



ซี่โครงหมูฮ้องย่าง ที่นำแรงบันดาลใจจากหมูฮ้องมาต่อยอด โดยใช้ทั้งหมูฮ้องและขาหมู ก่อนนำมาย่างและเสิร์ฟคู่กับผักกาดดองยูนนานซึ่งช่วยเพิ่มความสดชื่นและตัดความเข้มข้นของเนื้อหมูได้ดี ยังมี กะหล่ำปลีอบน้ำปลา เมนูคลาสสิกที่เรียบง่ายและทำออกมาได้อย่างลงตัว รวมถึง ไหลบัวผัดกะปิ ซึ่งเลือกใช้เคยหวานแทนกะปิทั่วไป ทำให้รสชาติมีความละมุน กลิ่นหอม และช่วยเติมเต็มมื้ออาหารได้อย่างพอดี

ขยับมาที่ของหวานเริ่มจาก พายวาฟเฟิล ซิกเนเจอร์ของห้องอาหารที่เสิร์ฟมาในรูปแบบเรียบง่าย เนื้อวาฟเฟิลหอมและรับประทานได้เพลิน ถัดมาเป็น ไอศกรีมซันเดมะพร้าว ที่ให้รสชาติสดชื่นและช่วยรีเฟรชหลังอาหารจานหลัก ก่อนปิดท้ายด้วย เต้าทึง เมนูของหวานสไตล์ไทย-จีนที่คุ้นเคย โดดเด่นด้วยวัตถุดิบหลากหลายชนิดที่นำมารวมกัน ให้รสชาติหวานเย็นกลมกล่อม




การมาของเชฟบัวช่วยเติมเสน่ห์และสร้างสรรค์มิติใหม่ๆ ให้กับ Paii ได้อย่างน่าสนใจ ทั้งในด้านแนวคิด การเลือกใช้วัตถุดิบ รวมถึงการนำเสนออาหารไทยในมุมมองร่วมสมัย เมนูแต่ละจานยังคงยึดรากฐานของอาหารไทยไว้ครบถ้วน พร้อมเติมรายละเอียดผ่านเทคนิคการปรุงและการคัดสรรวัตถุดิบที่พิถีพิถัน เมื่อรวมเข้ากับบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของ The House on Sathorn ภายในโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ (W Bangkok) จึงทำให้มื้อนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่ากลับมาใช้เวลาเพื่อค้นพบเรื่องราวใหม่ ๆ ผ่านอาหารอยู่เสมอ


Paii, The House on Sathorn
- Location: โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ (W Bangkok)
- Opening Hours: เปิดทุกวัน 12.00 – 23.00 น.
- Reservations: 02-344-4025 หรืออีเมล์ [email protected]
- Facebook: paiibangkok
- Instagram: @paii.bangkok
- Website: https://www.paiibangkok.com/







