ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่เงียบสงบริมฝั่งแม่น้ำปิงที่ Raya Heritage เชียงใหม่ กับ Silver Voyage Club

48,380 views

เก็บตกบรรยากาศทริปเชียงใหม่ล่าสุดของเรามาเล่าสู่กันฟังกับการบินไปดื่มด่ำกับธรรมชาติที่เงียบสงบริมฝั่งแม่น้ำปิงที่ โรงแรมรายา เฮอริเทจ (Raya Heritage) โรงแรมเปิดใหม่ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนาไว้กับการตกแต่งภายในรีสอร์ทอย่างมีชั้นเชิงและทรงคุณค่า ทริปสุดเพอร์เฟคของเราในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิ์ห้องพักและลีมูซีนรับ-ส่งสนามบินที่อยู่ในบัตรสมาชิก Silver Voyage Club น่าสนใจมากใช่ไหมล่ะ มาติดตามไลฟ์สไตล์ทริปท่องเที่ยวสุดเพอร์เฟคของเราครั้งนี้กันเลยดีกว่า

ขอเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นของทริปกับการจองโรงแรมและลีมูซีนรับส่งสนามบินผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ Silver Voyage Club การจองโรงแรมและลีมูซีนได้รับการคอนเฟิร์มกลับอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมโทรสอบถามกับทางคอนเซียสของ Silver Voyage Club ได้ที่เบอร์ 02-016-9950 เจ้าหน้าที่คอนเซียสบริการด้วยความสุภาพและให้คำตอบได้อย่างครบถ้วน นี่คือการส่งมอบความประทับใจให้กับลูกค้าที่แตกต่างและดีเยี่ยมของ Silver Voyage Club

ก่อนวันเดินทางหนึ่งวัน Silver Voyage ยังส่ง sms เข้ามือถือเพื่อยืนยันพร้อมกับแจ้งเตือนนัดหมายการเดินทางของเราอีกครั้ง เรานัดให้มารับที่คอนโดเพื่อเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ พนักงานขับรถมาถึงจุดนัดหมายก่อนเวลาประมาณ 15 นาที พร้อมกับโทรหาเพื่อแจ้งความพร้อมในการรอรับ

รถที่ให้บริการมีทั้ง Camry, Fortuner, Hyundai H-1 และ Alphard นั่งสบายทุกคัน

รถสะอาด นั่งสบาย พนักงานขับนิ่มมาก บนรถยังมีน้ำแร่บริการฟรีอีกด้วย หากประเมินมูลค่าเทียบกับการบริการที่สะดวกสบายบวกกับความไว้วางใจในการบริการได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องบอกว่าคุ้มค่าคุ้มราคามาก

รายา เฮอริเทจ เป็นโรงแรมที่อยู่ในเครือ The Leading Hotels of the World ซึ่งเป็นเครือโรงแรมระดับลักชัวรีที่ตั้งอยู่ทั่วโลก ที่สำคัญสมาชิกบัตร Silver Voyage Club สามารถใช้สิทธิ์ห้องพักฟรีกับโรงแรมในเครือนี้ได้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เมื่อเดินทางมาถึงเชียงใหม่เราก็ตรงเข้าที่พักเนื่องจากพอเหมาะพอดีกับเวลาเช็คอินของโรงแรม

จุดแรกของโรงแรมที่ทุกคนมาถึงแล้วต่างต้องถ่ายรูปนั่นคือโถงต้อนรับที่ดีไซน์ให้เปิดโล่งเพดานสูง มองออกไปเห็นต้นกระท้อนและต้นสะเดาสูงเด่นเป็นสง่าให้ร่มเงา เป็นจุดเช็คอิน-เช็คเอาท์ที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกในใจที่ว่า “มาแล้วรู้สึกประทับใจ ก่อนกลับไปก็รู้สึกคิดถึง”

ส่วนของห้องพักจะเป็นอาคาร 3 ชั้นมีให้เลือกพักทั้งหมด 3 รูปแบบคือ Rin Terrace Suites, Huen Bon Suites และ Kraam Pool Suite มีแบบละ 11 ห้อง Kraam Pool Suite คือห้องไทป์สูงสุดจะตั้งอยู่ชั่นหนึ่งมีสระว่ายน้ำส่วนตัวล ส่วนชั้นสองจะเป็นไทป์ Rin Terrace Suites และชั้นสามคือ Huen Bon Suites

ครั้งนี้เราเข้าพักห้อง Huen Bon Suites ซึ่งอยู่ชั้นสามเป็นห้องที่มีห้องน้ำกว้าง ระเบียงใหญ่พร้อมโซฟาไว้นั่งชิลล์ชมวิวแม่น้ำปิงจากห้องพัก

กุญแจห้องพักเป็นแท่งเหล็กสี่เหลี่ยมตันสลักเลขที่ห้องไว้

แต่ละรูปแบบห้องจะตกแต่งด้วยโทนสีที่แตกต่างกัน เฮือนบนสวีต (Huen Bon Suites) จะตกแต่งด้วยโทนสีขาวเบจ พนักงานที่พาเรามาส่งที่ห้องพักเล่าให้ฟังอีกว่าที่นี่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นออแกนิคและเครื่องใช้ที่มาจากวัตถุดิบจากธรรมชาติเช่นไม้ไผ่จักสานและกระดาษสา

สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปสไตล์มินิมอลแล้วล่ะก็ คุณจะต้องหลงไหลและคลุกตัวถ่ายรูปกับมุมต่าง ๆ ภายในห้องพักได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้ไม้สอย เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ถูกออกแบบให้เข้ากันได้อย่างลงตัว

เตียงนอนขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ชุดเครื่องนอนทอด้วยผ้าคุณภาพดี แน่นนุ่มให้สัมผัสที่ลื่นสบายผิว นอนหลับสบายตลอดทั้งคืน

ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของห้องพักที่นี่คือห้องน้ำที่มีพื้นที่ใหญ่พอ ๆ กับห้องนอน

มีอ่างอาบน้ำให้นอนแช่ สร้างความผ่อนคลาย

และยังมีอีกหลาย ๆ มุมที่จัดแต่งได้อย่างสบายตา

ระเบียงด้านหน้าห้องมองออกไปเห็นวิวลำน้ำปิง นั่งเพลินได้ทั้งวัน

ที่ระเบียงยังมีชุดชาออแกนิค 9 ชนิดให้ชงดื่มพร้อมกับคำบรรยายสรรพคุณของชาแต่ละชนิด

ป้ายแขวนหน้าประตูเป็นไม้ไผ่สานขัดเป็นห้าเหลี่ยม คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่มาจากความเชื่อเก่าแก่ของชาวล้านนาว่าจะช่วยปกปักรักษาคุ้มครองผู้ที่อาศัยอยู่ในที่พักแห่งนี้

การออกแบบตกแต่ง รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ ทั่วทั้งโรงแรมถูกออกแบบให้สอดคล้องกันได้เป็นอย่างดี

สระว่ายน้ำอยู่ติดแม่น้ำปิง เราชอบการจัดสวนและการลงต้นไม้ของที่นี่หนาแน่นร่มรื่นแต่ไม่รกรุงรัง

ห้องอาหารและบาร์จะอยู่โซนใกล้กับโถงต้อนรับประกอบไปด้วย ‘ห้องอาหารคุข้าว’ ห้องอาหารหลักของโรงแรมให้บริการแบบออลเดย์ไดนิ่ง ‘บ้านท่า’ บาร์นั่งจิบเครื่องดื่มชมวิวแม่น้ำปิง ‘ลานชา’ ระเบียงชั้นสองสำหรับจิบชายามบ่ายควบคู่ไปกับเซ็ทขนมหวานและถัดจากลานชายังมี ‘ไอ ว่าน สปา’ สปาของโรงแรมไว้บริการอีกด้วย

เราพามาต่อกันที่อาหารเช้า (Breakfast) ซึ่งให้บริการที่ห้องอาหารคุข้าวกันต่อเลยดีกว่า

อาหารเช้า รายา เฮอริเทจ จะไม่ได้วางเป็นเสิร์ฟเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ เป็นเมนูให้เลือกสั่งมีตั้งแต่ เมนูไข่ต่าง ๆ เมนูปรุงจากผักสด เมนูเอเชียน เมนูสุขภาพ เมนคอร์ส ชีส นม ผลไม้ ของหวาน ฟังดูแล้วอาจจะธรรมดา แต่หากได้อ่านองค์ประกอบและเห็นแต่ละเมนูแล้วจะสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในการเลือกแต่ละเมนูมาเสิร์ฟเป็นเมนูอาหารเช้า

ในส่วนของน้ำส้มเป็นน้ำส้มคั้นสดจากผลส้มไม่ใช่น้ำส้มกล่อง ทานแล้วสดชื่นมาก และยังมีรายการน้ำผลไม้ ชา กาแฟ อื่น ๆ ให้เลือกทาน

เมนูที่เราชอบมากที่สุดขอยกให้กับ Avocado & Lemon เมนูเรียบง่ายแต่โดนใจและดีต่อสุขภาพด้วย เป็นอโวคาโดเนื้อหวานบีบเลมอนลงไปเล็กน้อยสัมผัสได้ถึงความสดของผลอโวคาโดที่นำมาเสิร์ฟ

ส่วนเมนูอื่น ๆ ทำได้ดีไม่แพ้กัน ทุกจานเห็นถึงความใส่ใจในการปรุงจานต่อจาน ถ้าไม่ลืมว่านี่คือเชียงใหม่อาหารเช้าเสิร์ฟสไตล์อลาคาร์ทแบบนี้ถือว่าวางมาตรฐานไว้ดีมากทีเดียว เราทานอาหารเช้าอย่างไม่เร่งรีบคล้อยตามบรรยากาศที่สุดแสนสโลว์ไลฟ์ในยามเช้าแบบนี้

ความเป็น รายา เฮอริเทจ (Raya Heritage) นั้นทำออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์และน่าประทับใจ ทำให้การเดินทางมาพักผ่อนเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติที่เงียบสงบริมฝั่งแม่น้ำปิงครั้งนี้เต็มอิ่มเป็นอย่างมาก

เราอาจจะมีเวลาพักผ่อนช่วงสั้น ๆ แต่ได้บินไปถึงเชียงใหม่พร้อมกับรถรับส่งสนามบินอันแสนสะดวกสบายกับไลฟ์สไตล์แบบเพอร์เฟคแบบนี้ ทุกคนสามารถมีประสบการณ์แบบนี้ได้ด้วยความคุ้มค่าจาก Silver Voyage Club

ขากลับที่บริเวณทางออกมีพนักงานของ Silver Voyage มารอรับและพาไปขึ้นลีมูซีนเพื่อกลับที่พัก เป็นการเดินทางข้ามจังหวัดที่รู้สึกสบายยิ่งกว่าการขับรถไปเที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพฯ เสียอีก

และยังมีโรงแรมอื่น ๆ ที่สมาชิก Silver Voyage Club จะสามารถจองไปพักผ่อนกันได้สบาย ๆ ในเครือ The Leading Hotels of the World ตัวอย่างเช่น

The Strand โรงแรมเก่าแก่สุดคลาสสิค ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1901 ติดอยู่กับแม่น้ำย่างกุ้ง ภายในตกแต่งแฝงกลิ่นอายโคโลเนียล (Colonial) ซึ่งเป็นแบบก่อสร้างที่นิยมเป็นอย่างมากในช่วงยุคล่าอาณานิคม และในอดีตเคยได้รับยกย่องว่าเป็น โรงแรมที่ดีที่สุด นับจากคลองสุเอซมาทางตะวันออก (The finest hostelry East of Suez) อีกด้วย และได้รับโล่รางวัลเกียรติคุณ Blue Plaque จาก Yangon Heritage Trust (YHT) เพื่อแสดงถึงความสำคัญของอาคารว่าเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์

The Strand Cruise เรือสำราญล่องแม่น้ำอิรวดี (Ayeyarwady River) เส้นทางล่องเรือจระหว่างพุกาม (Bagan) และ มัณฑะเลย์ (Mandalay) ไป-กลับ โดยมีให้เลือกเริ่มตั้งแต่ 2 คืน ไปจนถึง 4 คืน

Ciragan Palace Kempinski ตั้งอยู่ริมฝั่งของช่องแคบบอสฟอรัส (ฺBosphorus) เมืองอิสตันบูล โรงแรมแห่งนี้ได้รับรางวัล Europe’s Leading Hotel มาแล้วถึง 3 ปีซ้อน อีกทั้งยังเคยได้รับรางวัล World’s Leading Hotel 2014 อีกด้วย และรองรับแขกผู้มีชื่อเสียงจากทั่วโลก อย่างเช่น John F. Kennedy Junior และ Carolyn Bessette ครั้งมาฮันนีมูลที่อิสตันบูลอีกด้วย

Nihi Sumba Resort ได้รับโหวตให้เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกถึง 2 ปีซ้อนจากผู้อ่านนิตยสาร Travel + Leisure ประจำปี 2016 & 2017 โดยรีสอร์ทตั้งอยู่ที่เกาะซุมบ้าประเทศอินโดนีเซีย

Beau-Rivage Hotel เป็นที่ที่เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ พระบรมราชชนกและหม่อมสังวาลย์ พระบรมราชชนนีเข้าพัก เมื่อครั้ง เสด็จท่องยุโรปในปี พ.ศ. 2463 ซึ่งแม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 100 ปี แต่โรงแรมโบริวาจ ก็ยังคงความงดงามไม่เคยเปลี่ยน

เชื่อว่าทุกคนต้องอดใจไม่ไหวที่จะสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้เช่นเดียวกับเราแล้ว เราขอแนะนำให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับ Silver Voyage Club แล้วคุณจะได้สัมผัสกับไลฟ์สไตล์สุดเพอร์เฟคแบบนี้กันเร็ว ๆ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-016-9950 หรือแอดไลน์เข้ามาสอบถามกับเราได้ที่ไลน์แอด @sotraveler อยากให้ทุกคนมีความสุขอย่างเต็มที่กับวันพักผ่อนอันแสนมีค่าของคุณ

  • 6
    Shares

Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of