ได้ยินว่าเพิ่งเปิดได้ไม่นานกับ YANG ร้านสเต๊กและไวน์บาร์แห่งใหม่ย่านบางนา ที่เน้นชื่อร้านอันเรียบง่ายมาจากคำว่า “ย่าง” ซึ่งบอกถึงหัวใจของอาหารได้ค่อนข้างตรงตัว พร้อมชูแนวคิด Steak • Wine • Fire ที่เชื่อมโยงการเลือกเนื้อ การปรุงด้วยไฟ และเลือกไวน์เข้าด้วยกัน บรรยากาศของร้านมีความสบาย ๆ เหมาะกับการแวะมาทานมื้อเย็นหลังเลิกงาน นัดเจอเพื่อน ทานอาหารกับครอบครัว หรือวันที่อยากนั่งชิล ๆ กับอาหารดี ๆ และไวน์สักขวด


ผู้อยู่เบื้องหลังของร้านคือ เชฟแชมป์ พานิชกุล เชฟและเจ้าของร้านขนมในตำนานอย่าง Patisserie Rosie ที่งานนี้เชฟนำความสนใจส่วนตัวเรื่องเนื้อ ไวน์ และการทำอาหารด้วยไฟมาถ่ายทอดผ่านร้านแห่งนี้ เชฟแชมป์เข้ามาดูแลตั้งแต่การวางคอนเซ็ปต์ ออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงการพัฒนาเมนูและคัดเลือกวัตถุดิบ โดยจัดให้ครัวและเตาย่างอยู่ในพื้นที่เดียวกับโซนที่นั่ง ทำให้เราได้เห็นการทำงานของเชฟและจังหวะการย่างเนื้อได้แบบใกล้ชิด เปลวไฟจากหน้าเตาลุกขึ้นเป็นระยะเหมือนโชว์ไฟสด ๆ ที่ชวนให้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแทบทุกวินาที

แนวคิดของเมนูยึดแกน Steak • Wine • Fire เป็นหลัก โดยเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเนื้อที่ร้านนำเข้ามาเองเพื่อควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของวัตถุดิบในแต่ละ Cut ทำให้สามารถออกแบบวิธีการปรุงให้เหมาะกับเนื้อแต่ละส่วนได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันการย่างทั้งหมดใช้ถ่านบินโจตัน (Binchotan) ซึ่งให้ความร้อนที่นิ่งและสะอาดกว่าถ่านทั่วไป ช่วยดึงรสธรรมชาติของเนื้อออกมาโดยไม่กลบกลิ่น พร้อมสร้างผิวด้านนอกที่หอมและมีเอกลักษณ์ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ทุกจานในร้านเชื่อมโยงกันผ่านทั้งวัตถุดิบ เทคนิค และไฟที่ใช้ในการปรุง


งานนี้ SOtraveler ได้ชิมหลากหลายเมนู เริ่มด้วย Thai Kale Caesar เชฟเลือกตีความ Caesar Salad ใหม่ โดยนำผักเคลไปย่างให้มีกลิ่นหอมก่อนเสิร์ฟพร้อมหมูกรอบ ให้ฟีลเหมือนเมนูคะน้าหมูกรอบ เรียกว่าอร่อยและแปลกใหม่ ตามด้วย Charred Corn Ribs ข้าวโพดย่างที่ถูกหั่นเป็นซีกยาว ลักษณะคล้ายซี่โครงข้าวโพด ทำให้หยิบขึ้นมาแทะได้สะดวก โรยหน้าด้วยพาร์เมซานชีส เพิ่มรสเค็มมันและความหอมเข้ากับความหวานของข้าวโพดย่างได้ดี อีกจานคือ Wagyu Patty Melt แซนด์วิช Wagyu Patty ประกบด้วยโชกุปังเนื้อนุ่ม เสิร์ฟคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ที่ช่วยเพิ่มความเค็มมัน เป็นอีกจานที่น่าสนใจ



หนึ่งในจานที่มาถึง YANG แล้วไม่ควรพลาดคือ Bone-in Striploin เสิร์ฟพร้อม Garlic Fried Rice เมนูที่ไม่ได้ถูกวางให้เป็นซิกเนเจอร์ตั้งแต่แรก แต่กลับกลายเป็นจานที่ลูกค้าสั่งแทบทุกโต๊ะ ด้วยความลงตัวของวิธีการปรุงที่ดึงรสชาติของเนื้อออกมาได้ชัดเจนที่สุดจานหนึ่ง เชฟนำ Striploin ติดกระดูกมาย่างพร้อมกัน เพื่อให้ไขมันและความหอมจากกระดูกช่วยเพิ่มมิติของรสชาติระหว่างการปรุง เสิร์ฟมาบนข้าวกระเทียมที่ผัดกับน้ำมันจากกากเนื้อในสไตล์ปาเอญ่า โดยปล่อยให้ข้าวบางส่วนสัมผัสความร้อนจากกระทะจนเกิดเท็กซ์เจอร์กรุบเล็กน้อย


แนวคิดเรื่อง Secondary Cut ถูกนำเสนอผ่าน From The Skewer เนื้อส่วนต่าง ๆ ที่นำมาเสียบไม้ย่าง ทั้ง Chuck Flap, Beef Tongue, Hanger, Flap Meat และ Chef’s Cut ซึ่งหมุนเวียนตามเนื้อที่เชฟเลือกในแต่ละวัน แต่ละส่วนจับคู่กับเครื่องปรุงต่างกัน ทั้ง Shio Koji, Miso Butter, Chimichurri และ Garlic Herb Butter เพื่อให้เข้ากับรสชาติและเนื้อสัมผัสของเนื้อแต่ละ Cut

ส่วนคนที่ชอบลิ้นวัวแนะนำ Beef Tongue Steak ลิ้นวัวชิ้นหนาที่ผ่านการย่างจนผิวด้านนอกมีความเกรียมเล็กน้อย แต่ด้านในยังคงความนุ่มและเด้ง เสิร์ฟคู่กับไข่ดองที่ช่วยเพิ่มความมันและความละมุนให้รสชาติของลิ้นวัวชัดขึ้น ขณะที่ Chuck Eye Roll เนื้อที่ผ่านขั้นตอน Secret Bath หรือที่เชฟเรียกเล่น ๆ ว่า Jacuzzi ซึ่งเป็นการควบคุมอุณหภูมิและพักเนื้อในสภาวะที่เหมาะสมก่อนนำขึ้นเตาย่างอีกครั้ง ทำให้เนื้อส่วนนี้มีความนุ่มสม่ำเสมอและยังคงความชุ่มฉ่ำไว้ได้ดี


นอกจากเนื้อวัว YANG ยังมีเมนูหมูที่น่าสนใจอย่าง Bacon Ribs with Honey-Glazed Cornbread and Mashed Potato เมนู Weekend Special ที่ใช้เวลา Smoke ข้ามคืนจนกลิ่นหอมเข้าไปในเนื้อ เสิร์ฟพร้อม Cornbread เคลือบน้ำผึ้งและมันบด จานนี้มีเฉพาะช่วงวันหยุดและแนะนำให้จองไว้ล่วงหน้า เพราะเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาด ส่วน Bacon Steak เป็นเมนูใหม่ที่ต่อยอดจาก Bacon Ribs นำหมูมาทำในรูปแบบสเต๊ก เนื้อสัมผัสนุ่มมากจนแทบละลายในปาก


Side Dish ของร้านยังคงมีไฟเข้ามาเกี่ยวข้อง เริ่มจาก Charred Cabbage กะหล่ำปลีที่ผ่านการย่างก่อนนำไปอบต่อจนด้านในนุ่มและเกิดรสหวานจากการ Caramelize เสิร์ฟกับ Miso Butter Sauce ส่วน Miso Eggplant ใช้มะเขือม่วงย่างจนเนื้อนุ่ม ก่อนเพิ่ม Miso Butter ด้านบน สำหรับซอสมีทั้ง Sauce Foyot ซอสที่มีพื้นฐานจาก Béarnaise และเพิ่มความเข้มข้นขึ้นด้วย Meat Glaze รวมถึง Red Wine Jus ที่ให้รสเข้มและเข้ากับเนื้อย่างได้อย่างลงตัว


ปิดท้ายอาหารด้วยของหวานจากฝีมือเชฟที่คุ้นเคยกับโลกของ Pastry เป็นอย่างดี Bananas Foster เมนูที่เชฟนำกระทะมาทำให้ดูถึงข้างโต๊ะ โดยเชฟนำขนมคลาสสิกมาปรับให้อยู่ในรูปแบบของ YANG โดยจับคู่กล้วยและซอสคาราเมลที่มีกลิ่นของ Don Papa Rum เข้ากับไอศกรีม Fior di Latte ความเย็นและรสนมของไอศกรีมช่วยตัดกับกล้วยและคาราเมลอุ่น ๆ ได้พอดี อีกเมนูคือ Burrato ที่หน้าตาชวนให้นึกถึง Burrata ให้เนื้อสัมผัสนุ่มและฉ่ำ เป็นอีกจานที่สะท้อนพื้นฐานด้านขนมของเชฟแชมป์ได้อย่างน่าสนใจ




อีกส่วนที่ขาดไม่ได้คือ Wine List ซึ่งถูกวางให้เป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบหลักของ Steak • Wine • Fire โดยร้านเน้นไปที่ไวน์ Old World เป็นหลัก มีให้เลือกจากหลายแหล่งผลิต ไม่ว่าจะเป็น Champagne, Burgundy, Bordeaux, Rhône, Loire, Tuscany, Veneto, Rioja และ Piedmont ขณะเดียวกันก็ยังมี New World อย่าง California และ Marlborough เสริมเข้ามา โดยไฮไลต์ของโซนนี้คือชั้นไวน์ที่ตั้งอยู่กลางร้าน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในร้านขายไวน์จริง ๆ ทำให้การเลือกไวน์ในแต่ละแก้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารไปพร้อมกัน

ภาพรวมของ YANG ที่ชูจุดเด่นอย่าง Steak • Wine • Fire เป็นร้านสเต๊กที่มีความจริงจังกับเนื้อและการใช้ไฟ ขณะเดียวกันยังรักษาบรรยากาศให้เข้าถึงง่าย โดยไฮไลต์สำคัญคือการเลือกใช้เนื้อที่ร้านนำเข้าเอง ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพของวัตถุดิบทุกชิ้น และที่น่าสนใจคือราคายังอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่าย และไม่ได้แรงอย่างที่คิด เมื่อรวมกับ Wine List ที่มีตัวเลือกหลากหลาย ทำให้เป็นอีกหนึ่งร้านน้องใหม่ในย่านบางนาที่น่าจับตามองทีเดียว

YANG – Steak • Wine • Fire
- Location: 29, 31-32 ซอยราชวินิตบางแก้ว ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
- Opening Hours: วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 16.30 – 23.00น.
- Reservations: 063-272-3344
- Facebook: yang.bangna
- Instagram: @yang.bangna







