ท่ามกลางแสงสีของกรุงเทพมหานครที่ทอดยาวสุดสายตา การได้นั่งอยู่บนชั้น 55 ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ในยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งเป็นอะไรที่พิเศษอย่างที่สุด Red Sky Bangkok ต้อนรับเราด้วยบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความน่ารักจากการต้อนรับอย่างอบอุ่นและรอยยิ้มอันน่าประทับใจของพนักงาน
การกลับมาครั้งนี้เพราะอยากลิ้มรสฝืมือเชฟลูก้า รุสโซ่ เชฟชาวอิตาเลียนที่เคยร่วมงานกับร้านอาหารระดับมิชลินและโรงแรมดังมากมาย การเดินทางของรสชาติในมื้อนี้ถูกร้อยเรียงไปพร้อมกับการพักผ่อนในห้อง Junior Suite ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการเฉลิมฉลองส่วนตัวที่ประณีตที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เราเคยสัมผัสมา
เจาะลึกรสสัมผัสจานต่อจาน
Alaskan King Crab Salad ทำหน้าที่เป็นปฐมบทของมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี เนื้อปูอลาสก้ามอบรสหวานฉ่ำที่สะท้อนถึงคุณภาพวัตถุดิบสดใหม่จากแหล่งกำเนิด เชฟเลือกจับคู่กับเรดดิชและแตงกวาสไลด์บางเฉียบที่มอบความสดชื่นและสัมผัสกรุบกรอบ
รายละเอียดที่น่าสนใจคือการเพิ่มหน่อไม้ทะเลลงไปเพื่อเพิ่มความซับซ้อน รสเค็มอ่อนๆ ที่แฝงมาช่วยจำลองกลิ่นอายของท้องทะเลให้ชัดเจนขึ้น เป็นจานเริ่มต้นที่เน้นการนำเสนอความสุนทรีย์ของรสชาติธรรมชาติโดยไม่ต้องปรุงแต่งจนบดบังหัวใจสำคัญของวัตถุดิบ

จานถัดมาคือ Red Sky Bisque ซุปข้นกุ้งที่เชฟ Luca Russo นำเสนอออกมาได้ละเมียดละไม ตัวน้ำซุปผ่านการเคี่ยวกรำวัตถุดิบอย่างยาวนานจนได้เนื้อสัมผัสเนียนละเอียดและกลิ่นหอมที่เข้มข้นถึงขีดสุด
วินาทีที่พนักงานเริ่มรินซุปอุ่นๆ ลงบนก้ามล็อบสเตอร์ คือจังหวะที่ดึงเอารสสัมผัสของท้องทะเลให้อบอวลขึ้นมาทันที ความร้อนจากซุปช่วยกระตุ้นความฉ่ำหวานของเนื้อล็อบสเตอร์ให้โดดเด่นและชัดเจนยิ่งขึ้น

พาสต้าและเนื้อวากิวระดับพรีเมียม
จานที่สร้างความประทับใจให้เรามากอีกเมนูคือ Fagottelli with Foie Gras พาสต้าแป้งสดทรงถุงเล็กๆ ที่ภายในบรรจุฟัวกราส์รสเลิศ ทันทีที่กัดลงไป ไส้ฟัวกราส์ที่ปรุงจนเนื้อเนียนจะละลายเคลือบไปทั่วทั้งปาก มอบความมันวาวที่ลงตัวกับซอส Madeira รสหวานนำ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของทรัฟเฟิลฤดูหนาวที่สไลด์มาอย่างพอเหมาะ จานนี้คือการผสมผสานเทคนิคตะวันตกเข้ากับวัตถุดิบชั้นสูงได้อย่างไร้รอยต่อ

หากความลงตัวมีอยู่จริง เราค้นพบสิ่งนั้นในจาน Tagliolini เส้นพาสต้าสดที่ถูกนวดอย่างประณีตจนได้เนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มกำลังดี ความพิเศษอยู่ที่การ Infused กลิ่นอายของ Smoked Salmon ลงไปในตัวเส้นอย่างแผ่วเบา เคลือบด้วย Champagne Sauce ที่มีความครีมมี่แต่แฝงด้วยความสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแชมเปญชั้นดี ก่อนจะปิดท้ายด้วยความลุ่มลึกจาก Oscietra Caviar ที่วางประดับมาด้านบน เมื่อรสเค็มอ่อนๆ ของไข่ปลาแตกตัวในปากพร้อมกับซอสรสละมุน

สำหรับผู้ที่มองหาความคลาสสิกที่ไร้กาลเวลา Grilled Maine Lobster คือตัวเลือกที่แสดงถึงการคัดสรรวัตถุดิบระดับ Top-tier ของ Red Sky ล็อบสเตอร์ตัวโตถูกนำไปย่างด้วยไฟที่พอเหมาะจนเนื้อตึงกระชับแต่ยังคงความฉ่ำวาว (Succulent) ทานคู่กับ Drawn Butter ที่ช่วยดึงรสหวานตามธรรมชาติของเนื้อกุ้งออกมาได้อย่างเต็มที่ เสริมทัพด้วยความกรอบสดของหน่อไม้ฝรั่งย่างและมันบดเนื้อเนียนละเอียด

Pan Seared Foie Gras ฟัวกราส์ชิ้นหนาที่ถูกเซียร์จนผิวด้านนอกเป็นสีทองสวยและมีความกรอบบางๆ ขณะที่เนื้อในยังคงความเนียนนุ่มจนแทบจะละลายในทันทีที่สัมผัสลิ้น เพิ่มมิติของกลิ่นและรสชาติด้วยเห็ด Girolles ที่มีความหอมเฉพาะตัว และยกระดับความซับซ้อนขึ้นไปอีกขั้นด้วย Winter Truffle ที่ส่งกลิ่นหอมจรุงใจในทุกคำที่ทาน

สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับศาสตร์แห่งเนื้อ Hitachi Wagyu Sirloin A4 คือจุดบรรจบของรสชาติที่เรากล้านิยามว่าไร้ที่ติครับ ลายไขมัน Marbling ที่แทรกตัวอยู่อย่างละเอียดถูกรีดผ่านความร้อนด้วยเทคนิคที่แม่นยำ จนไขมันแตกตัวส่งกลิ่นหอมกรุ่นและมอบสัมผัสที่นุ่มละมุนจนแทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว
ความน่าสนใจยังอยู่ที่เครื่องเคียงอย่าง Potato Mille-feuille ที่ถูกบรรจงซ้อนชั้นมันฝรั่งมาอย่างประณีต มอบผิวสัมผัสกรอบบางที่สลับกับความนุ่มด้านใน เมื่อผสานเข้ากับซอสเดมิเกลซ (Demi-glace) รสเข้มข้นที่เคี่ยวกรำจนได้ความลุ่มลึก ทุกองค์ประกอบในจานนี้จึงทำหน้าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อขับเน้นคาแรกเตอร์ของเนื้อวากิวให้โดดเด่นและมีมิติที่สุด

สุนทรียะแห่งการพักผ่อนใน Centara Junior Suite
เมื่อบานประตูห้อง Centara Junior Suite เปิดออก สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือเส้นสายการออกแบบที่เรียบหรูและสง่างาม ผนังห้องโทนสีเทาที่ประดับด้วยงานศิลปะร่วมสมัยช่วยสร้างบรรยากาศนิ่งสงบ ตัดกับแสงธรรมชาติที่สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน เผยให้เห็นทัศนียภาพอันมีเสน่ห์ของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ราวกับเป็นภาพวาดมีชีวิตที่ประดับอยู่ปลายเตียง

รายละเอียดที่ตอกย้ำความเป็น Luxury Hospitality คือความใส่ใจในวาระพิเศษของการเฉลิมฉลองวันเกิด เราพบข้อความต้อนรับและคำอวยพรที่เขียนด้วยลายมืออย่างประณีตบนกระจกหน้าต่าง ซึ่งเป็น Touchpoint ที่สร้างความประทับใจได้ทันทีที่ก้าวเข้ามา บนเตียงคิงไซส์หนานุ่มถูกประดับด้วยงานพับผ้าเช็ดตัวเป็นรูปช้างคู่เคียงข้างเค้กสองชั้นก้อนโต มอบความรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง

พื้นที่ภายในห้องถูกจัดสรรไว้อย่างชาญฉลาด ทั้งมุมนั่งเล่นพักผ่อนด้านข้างหน้าต่าง และโต๊ะทำงานทรงกลมที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการพักผ่อนแบบสเตเคชัน (Staycation) ทุกตารางนิ้วในห้องนี้จึงเป็นพื้นที่สำหรับการเสพสุนทรียภาพและการใช้เวลาที่มีค่าในการพักผ่อน

สำหรับผู้ที่มองหาความเงียบสงบและการบริการที่ไร้รอยต่อ Executive Club Lounge บนชั้น 51 คือหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับการพักผ่อนให้สมบูรณ์แบบ พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือนโอเอซิสส่วนตัวใจกลางเมืองที่แยกตัวออกมาเพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด เราเริ่มต้นช่วงเวลาบ่ายด้วย Afternoon Tea ที่คัดสรรทั้งขนมสไตล์ตะวันตกและของว่างที่เชฟปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟเคียงคู่กับชารสเลิศในบรรยากาศที่ปล่อยให้เวลาค่อยๆ หมุนไปอย่างช้าๆ
เมื่อแสงสุดท้ายของวันเริ่มพาดผ่านขอบฟ้า ช่วงเวลาของ Evening Cocktails ก็เริ่มต้นขึ้น เราได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มที่คัดสรรมาอย่างดีและคานาเป้ (Canapés) คุณภาพเยี่ยมที่มีให้เลือกหลากหลาย สิ่งที่ทำให้เราประทับใจมากที่สุดคือบริการ Private Check-in และ Check-out ที่ชั้น 51 ซึ่งพนักงานมอบการดูแลที่เป็นส่วนตัวและรวดเร็ว ทำให้ทุกขั้นตอนของการเข้าพักเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย สมกับเป็นพื้นที่สำหรับผู้ที่ต้องการเอกสิทธิ์แห่งการพักผ่อนที่เหนือระดับอย่างแท้จริง

การเตรียมตัวมาเยือน Red Sky
เมนูใดที่ควรสั่งสำหรับการมาครั้งแรก?
เราแนะนำ Red Sky bisque และ Fagottelli with Foie Gras ซึ่งเป็นสองเมนูที่แสดงถึงเอกลักษณ์การปรุงอาหารของเชฟ Luca Russo ได้ชัดเจน
สิทธิพิเศษของ Club Lounge ชั้น 51 มีอะไรบ้าง?
ประกอบด้วยบริการอาหารเช้า, ชายามบ่าย, ค็อกเทลและของว่างช่วงเย็น รวมถึงบริการเช็คอิน/เช็คเอาท์ที่ชั้น 51
การแต่งกายสำหรับ Red Sky Bangkok ต้องเป็นอย่างไร?
ทางห้องอาหารใช้กฎ Smart Casual รบกวนงดเว้นชุดกีฬา กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะ เพื่อรักษามาตรฐานบรรยากาศอันหรูหรา
ข้อมูลร้าน Red Sky Bangkok
- ที่อยู่: ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
- เวลาเปิด: 17.00 – 01.00 น.
- เบอร์โทร: 02 100 6255







