“เริน” ในภาษาใต้หมายถึง เรือนหรือบ้าน คำเรียบง่ายที่สะท้อนแนวคิดของร้าน สถานที่ซึ่งอาหารผูกพันอยู่กับวิถีชีวิตและความทรงจำ RERN เลือกถ่ายทอดอาหารใต้ในรูปแบบ Fine Dining ที่ยังคงกลิ่นอายของครัวและรสมือแบบบ้าน ๆ รวมถึงวัตถุดิบจากถิ่นกำเนิดไว้อย่างชัดเจน ล่าสุดแนวคิดเหล่านี้จึงถูกต่อยอดออกมาเป็นคอร์สใหม่อย่าง The Lost Taste กับบทสนทนาที่ชวนย้อนกลับไปสำรวจรสชาติอาหารใต้ซึ่งกำลังเลือนหาย ไม่ใช่เพราะไม่อร่อย หากแต่เพราะกาลเวลาและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ก่อนจะถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

เบื้องหลังแนวคิด The Lost Taste คือความตั้งใจของ เชฟภู ภูริพัฒน์ วุฒิพัฒนานนท์ ที่มุ่งตามหารสชาติอาหารใต้ซึ่งกำลังเลือนหายไปพร้อมกับผู้คนและครัวบ้าน ๆ เชฟเลือกออกเดินทางไปยังแหล่งวัตถุดิบจริง ตั้งแต่ท้องทะเล ป่าเขา ไปจนถึงชุมชนเล็ก ๆ เพื่อเรียนรู้รสมือและวิธีปรุงจากต้นกำเนิด ก่อนนำทุกองค์ประกอบกลับมาตีความใหม่ด้วยเทคนิคที่ประณีต โดยยังคงรักษารสชาติและจิตวิญญาณที่ซื่อตรงต่อถิ่นกำเนิดไว้อย่างชัดเจน

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ RERN ความรู้สึกราวกับหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง โลกที่เงียบสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก ให้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย โอบล้อมด้วยสวนภายในร้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “สระมรกต” ในจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเชฟภู พื้นที่สีเขียวตรงกลางเปรียบเสมือนหัวใจของร้าน รายล้อมด้วยห้องอาหารทั้งสี่ห้อง ซึ่งออกแบบให้เป็นตัวแทนของอำเภอต่าง ๆ ที่โอบล้อมสระมรกตไว้ สเปซทั้งหมดเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างอ่อนโยน ช่วยให้มื้ออาหารดำเนินไปอย่างไม่เร่งรีบ

มื้ออาหารถูกออกแบบให้เสมือนเป็นวิถีชีวิตของคนใต้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น เริ่มต้นอย่างนุ่มนวลด้วย Welcome Drink น้ำเม็ดมะม่วงหิมมะพานต์ เครื่องดื่มพื้นบ้านที่ให้รสเปรี้ยวสดชื่น ช่วยปลุกประสาทรับรสอย่างอ่อนโยน ก่อนเข้าสู่ช่วง Welcome to RERN ผ่านเมนูเปิดที่ค่อย ๆ ไล่จังหวะรสชาติ ตั้งแต่ ยำสายจากสงขลา ที่ให้รสสดใส เบาสบาย ตามด้วย ยำหอยชักตีนจากกระบี่ ที่ขยับระดับความแซ่บขึ้นอย่างชัดเจน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม ครบถ้วน ก่อนจะพักจังหวะด้วย ข้าวสังข์ต้มจากพัทลุง ที่ให้ฟีลอบอุ่น ละมุน และชวนให้นึกถึงข้าวต้มบ้าน ๆ เป็นการปูทางเข้าสู่มื้ออาหารด้วยตัวตนของอาหารใต้อย่างครบถ้วน




ช่วง Morning Market เปรียบเสมือนการพาเราออกเดินตลาดยามเช้า ผ่านรสชาติที่สะท้อนวิถีการกินของภาคใต้ เริ่มจาก หอยนางรมจากสุราษฎร์ธานี ที่โดดเด่นด้วยความสดและรสหวานธรรมชาติ ก่อนตามด้วย กุ้งผัดเคยฉลูจากกระบี่ กุ้งเนื้อแน่น ผัดกับกะปิหอม ๆ ให้รสเค็มลึกและเผ็ดพอดีคำ ต่อด้วยไฮไลต์อย่าง ขนมจีนแกงปูจากกระบี่ ที่ซ่อนขนมจีนและก้ามปูไว้ใต้กระดอง เมื่อคลุกทุกอย่างเข้าด้วยกัน รสเข้ม มัน และหอมเครื่องแกงจะหลอมรวมเป็นคำเดียว ก่อนปิดช่วงนี้อย่างสดใสด้วย ลูกพีน้ำปลาหวาน ความเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นกะปิหวานช่วยเคลียร์รสชาติอย่างพอดี พร้อมพาเข้าสู่สำรับอาหารใต้ในลำดับถัดไป







หัวใจของมื้ออยู่ที่ Samrab หรือสำรับอาหารใต้แบบดั้งเดิม ซึ่งสะท้อนวิธีการกินของคนใต้ที่ทุกจานถูกออกแบบมาให้กินร่วมกันบนโต๊ะ เริ่มต้นด้วย แกงเนื้อข่าอ่อนจากปัตตานี กลิ่นข่าหอมสดช่วยขับรสของเนื้อให้ลุ่มลึก อบอุ่น และชวนให้นึกถึงแกงหม้อบ้าน ๆ ถัดมาคือ แกงส้ม รสเปรี้ยวจัด เผ็ดตรง แบบไม่ประนีประนอม ปรุงด้วยเครื่องแกงเข้มข้นที่ปลุกพลังของสำรับให้ชัดเจน และ ไก่เบตงสับเย็นจากยะลา เนื้อไก่แน่น ฉ่ำ รสกลมกล่อม ให้สัมผัสที่ชัด ช่วยตัดจังหวะความเข้มข้นของแกงได้อย่างพอดี ทุกจานถูกโอบอุ้มด้วย ข้าวมันขี้โล้จากยะลา เมล็ดข้าวหอม นุ่ม มันกะทิอ่อน ๆ ที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งหอม ทำหน้าที่เป็นแกนกลางของสำรับและทำให้การกินร่วมกันของทุกจานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น






ภายใน Samrab ยังมี ใบเหลียงผัดกะปิหวานจากระนอง ที่ให้รสกลอมกล่อม หอมกลิ่นกะปิอย่างพอดี เป็นอีกเมนูที่ชอบ ต่อด้วย น้ำพริกกะปิปลาโอเผาจากสตูล ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นรมควันและรสเค็มมันเข้มข้น กินคู่กับผักพื้นบ้านช่วยขับรสของสำรับให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนจะปิดท้ายด้วย หมูโคจากสุราษฎร์ธานี เนื้อแน่น รสกลมกล่อม ในสำรับยังเสิร์ฟซุปใสรสเปรี้ยวสดที่เสิร์ฟเคียงกัน ทำหน้าที่เคลียร์ช่องปากได้อย่างดีเยี่ยม




ช่วง Refreshing Afternoon คือช่วงเวลาที่มื้ออาหารผ่อนจังหวะลงอย่างตั้งใจ หลังรสจัดจ้านของสำรับด้วย สับปะรดภูเก็ต ผลไม้ขึ้นชื่อที่ให้รสหวานอมเปรี้ยว สดฉ่ำ ช่วยปลุกความสดใสและเคลียร์รสในปากอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนตามด้วย ข้าวกะทิจากนครศรีธรรมราช หอมกะทิอ่อน ๆ ให้รสละมุนและอบอุ่น เป็นช่วงรีเซ็ตลิ้นอย่างนุ่มนวล เพื่อพาเราเข้าสู่บทสุดท้ายของมื้อได้อย่างพอดีและสบายใจ


มื้ออาหารปิดท้ายอย่างละเมียดด้วย Southern Evening กับ Petit Fours ที่รวบรวมขนมพื้นถิ่นภาคใต้ไว้ในคำเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขนมขี้มัน ที่ให้รสหวานนุ่ม กลิ่นกะทิหอมละมุนแบบขนมบ้าน ๆ ช็อกโกแลตจากชุมพร ที่ถ่ายทอดรสโกโก้เข้มข้นจากแหล่งปลูกทางใต้ และ ขนมมัน เนื้อเนียน หวานกำลังดี เสิร์ฟเคียงกับชาไทยปิดท้ายมื้ออาหารด้วยความเรียบง่าย อบอุ่น และชวนให้จดจำ

The Lost Taste ที่ RERN ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงความอร่อย หากแต่ทิ้งไว้เป็นความเข้าใจว่าอาหารคือวัฒนธรรม ความทรงจำ และตัวตนของผู้คน มื้ออาหารนี้จึงไม่ใช่แค่ Fine Dining แต่คือการพาอดีตกลับมานั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกับปัจจุบันอย่างงดงาม ในราคา 3,600++ บาทต่อท่าน สำหรับประสบการณ์ที่ค่อย ๆ เล่าเรื่อง ค่อย ๆ ชวนให้รับฟัง และค่อย ๆ ทำให้เราอยากกลับมาสัมผัสรสชาติที่กำลังเลือนหายนี้อีกครั้ง

RERN
- Location: 151/25 ซอยพหลโยธิน 34 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
- Opening Hours: วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 17.30 – 23.00น.
- Reservations: 095-515-5142
- Facebook: rern.southerncuisine
- Instagram: @rern.bangkok
- Website: https://rernbkk.com/homeen/







