รีวิว Business Class การบินไทย AirBus A350 กรุงเทพ-อิตาลี บินตรงระหว่างประเทศ Non-Stop flight สบายสุด

7,887 views

อิตาลี (Italy) ประเทศแห่งศิลปะชั้นเลิศ นานาสถาปัตยกรรรมทางประวัติศาสต์อันน่าค้นหา และสวรรค์ของคนรักอาหาร จึงเป็นที่หมายที่หลายคนอยากมาเยือน ทางเลือกสายการบินที่จะเดินทางไปประเทศอิตาลีที่สบายที่สุดก็ต้องการบินไทย (Thai Airways) เพราะเป็นสายการบินเดียวที่ให้บริการบินตรง กรุงเทพ-โรม ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 ถึง 12 ชั่วโมง เราขอเก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์บินตรงด้วยเที่ยวบิน TG944 กรุงเทพ-โรม ชั้นธุรกิจ (Business Class) ที่การบินไทยเรียกว่าชั้น Royal Silk Class มาเล่าให้ทุกคนได้ติดตามกัน

ข้อมูลที่ควรทราบเกี่ยวกับเส้นทางการบิน กรุงเทพ-โรม คือ สนามบินในโรมที่รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศจะมีอยู่ 2 แห่งคือ สนามบินฟีอูมีชีโน (Fiumicino) และสนามบินคัมปิโน (ciampino) เราจะบินไปลงที่สนามบินฟีอูมีชีโนซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี หากได้ยินกัปตันประกาศว่าท่าอากาศยานเลโอนาร์โด ดา วินชี ฟีอูมีชีโน (Leonardo da Vinci di Fiumicino) ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะเป็นชื่อเต็มของสนามบิน

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จุด Check-in สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ Royal Silk Class จะอยู่ที่แถว A สามารถโหลดน้ำหนักกระเป๋าได้ถึง 40 กิโลกรัม หลังจากโหลดกระเป๋า และรับบอร์ดดิ้งพาสเรียบร้อยแล้ว เดินตรงเข้าไปด้านในแถว A จะมีจุด Security Check และ Immigration แยกเป็นพิเศษ ทำให้ใช้เวลาผ่านจุดนี้ได้อย่างรวดเร็ว มีเวลาเข้าไปช้อปปิ้งสินค้า Duty Free และผ่อนคลายในเลาจน์ของการบินไทยที่มีอยู่หลายจุดภายในสนามบิน

ภายในเลานจ์ของการบินไทยจะมีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการแบบเต็มอิ่ม ในส่วนของรอยัลออร์คิด สปา ผู้โดยสารชั้น Royal Silk Class สามารถใช้บริการนวดคอและบ่า-ไหล่ หรือนวดเท้า ได้ประมาณ 30 นาที แต่ต้องไปจองคิวที่หน้าห้องรับรองรอยัลออร์คิด สปา ในวันที่เดินทาง

Business Class Thai Airways Italy 001

ผู้โดยสาร Royal Silk Class จะมีโซนสำหรับนั่งรอขึ้นเครื่องกั้นแยกไว้ตรงหน้าเกต และได้รับการเรียกขึ้นเครื่องก่อนผู้โดยสายชั้น Economy เข้าไปนั่งจิบเครื่องดื่มรอเครื่อง Take-off สบายใจ

Airline: Thai Airways International TG 944
Aircraft: Airbus Industrie A350-900
Seat: 16B

ที่นั่งชั้น Royal Silk Class (Business Class) ของการบินไทยบนเครื่องบิน Airbus รุ่น A350-900 มีจำนวนทั้งสิ้น 32 ที่นั่ง มีการจัดเรียงที่นั่งแบบ 1-2-1 เยื้องสลับกันแบบฟันปลา ทำให้แต่ละที่นั่งมีความเป็นส่วนตัว เรียงตำแหน่ง A,B,D,E,F,G,J,K หากต้องการความเป็นส่วนตัวมาก ๆ แนะนำเลือกที่นั่งเป็นตำแหน่ง A,K สำหรับคู่รักแนะนำตำแหน่ง E,F แถวที่ 11,14,16,18 ซึ่งจะมีเพียง 4 คู่เท่านั้น

ThaiAirways Airbus A 350-900 aircraft

ความกว้างของแต่ละที่นั่งมีขนาด 21 นิ้ว ถือว่านั่งได้สะดวกสบาย ปรับเอนนอนได้ราบ 180 องศา เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด (คล้ายกับเข็มขัดนิรภัยรถยนต์) มีหมอน มีผ้าห่ม หมอนกลมพิงหลัง เครื่อง Take-off ได้นิ่มมาก เสียงเครื่องยนต์เงียบสบายหู เป็นข้อดีของการนั่งเครื่องตำแหน่งบริเวณหัวเครื่อง

ในส่วนของความสะดวกสบายอื่น ๆ ของที่นั่งบนชั้นธุรกิจ Royal Silk Class มีดังนี้

ปลั๊กไฟแบบ universal และช่องเสียบหูฟังอยู่ด้านข้างที่นั่ง

ด้านข้างมีไฟหมุนปรับตำแหน่งได้ ปรับระดับความสว่างได้

Business Class Thai Airways Italy

โต๊ะด้านข้างกว้าง วางของได้สะดวก ด้านบนมีช่องเสียบนิตยสารและแคตตาล็อกสินค้าดิวตี้ฟรี มีช่องด้านข้างที่นั่ง สามารถเก็บของใช้ส่วนตัวได้เล็กน้อย

จอโทรทัศน์ระบบสัมผัสขนาด 16 นิ้ว Inflight Entertanment ทั้งหนัง เพลง รายการทีวี มีให้เลือกเยอะดี

ช่องเสียบชาร์จ USB อยู่ด้านล่างจอโทรทัศน์

หูฟังระบบเสียงดีมาก ฟังแล้วสบายหู ของ AKG

ปุ่มปรับที่นั่งระบบไฟฟ้า เปิดไฟ เบาะปรับได้ตามใจ นอนเหยียดขาได้เต็มที่ พร้อมกับรีโมตควบคุมจอโทรทัศน์ ตอนที่เอนตัวหรือปรับเนาะนั่งห่างจากจอ สามารถเลือกควบคุมผ่านรีโมทได้สะดวก

โต๊ะอาหารพับอยู่ด้างข้างจอโทรทัศน์

ที่แขวนเสื้ออยู่ด้านข้างโต๊ะอาหาร

ชุด Amenity Kit มีแปรงฟัน ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หวี ลิปมัน บอดี้โลชั่น

หลังจากขึ้นเครื่องพนักงานจะต้อนรับด้วยเครื่องดื่ม และผ้าร้อน สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวขึ้นเครื่อง

จากนั้นจะมารับออร์เดอร์เครื่องดื่ม ซึ่งสามารถสั่งแชมเปญ ไวน์แดง ไวน์ขาว โรเซ่ไวน์ รวมไปถึง ซอฟดริงก์ ชา กาแฟ ต่าง ๆ

พร้อมรับออร์เดอร์อาหารบนไฟลท์ โดยจะเสิร์ฟทั้งหมด 2 รอบ หลังจากเครื่องออกไปได้ประมาณ 40 นาที และมื้ออาหารเช้าก่อนเครื่องลงประมาณ 2 ชั่วโมง ในระหว่างเที่ยวบินสามารถสั่งเครื่องดื่ม เบเกอรี่ และสุกี้แห้งทะเลมาทานได้ตลอด กดปุ่มเรียกพนักงานได้เลย

อาหารมื้อแรกบนเครื่อง แบ่งออกเป็น 3 คอร์ส คอร์สแรกจะเป็นเมนูทานง่าย ๆ

ขาไปเราได้รับเสิร์ฟเป็นเมนู ยำเนื้อย่าง ซีซ่าส์สลัดม้วน ขนมปังกรูตอง น้ำสลัดซีซาร์ เครปม้วนปลาแซลลมอน ครีมชีสและหน่อไม้ฝรั่ง ตกแต่งด้วยครีมชีส พิสตาชิโอ บัลซามิกเพิร์ท

ส่วนขาบินกลับประเทศไทยเป็นเมนูกุ้งครอว์ฟิชกับสลัดสปาเก็ตตี้ ปลาแซลมอนรมควันปรุงรสสมุนไพร

คอร์สที่สองเป็นชุดสำรับไทย

ขาไปมีเมนคอร์สให้เลือกระหว่าง แกงฮังเลหมู และ ปลากะพงทอดราดซอสผัดฉ่า เสิร์ฟพร้อมกับ ต้มไก่ข่าอ่อนสูตรโบราณ หมูสับก้อนใส่ไชโป๊ ผักกาดดองผัดไข่ และข้าวหอมมะลิ เราเลือกเป็น แกงฮังเลหมู รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมดีเลยล่ะ

ขากลับเมนคอร์สให้เลือกระหว่างฉู่ฉี่กุ้งกับแกงมัสมั่นเนื้อ เราเลือกฉู่ฉี่กุ้ง เสิร์ฟพร้อมกับปูจ๋า ต้มข่าไก่ มะเขือยาวผัดพริกโหระพา กับข้าวหอมมะลิ

หรือใครไม่อยากทานชุดสำรับไทย จะเลือกเป็นอาหารนานาชาติได้ เมนูที่จะเสิร์ฟก็จะเป็นแนว สเต็กเนื้อเทนเดอร์ลอยน์ ซอสไวน์แดง มันฝรั่งกราแตง ซูกินีย่าง หรือ ปลาแซลมอนแอตแลนติกย่าง ซอสครีมสมุนพพรดิลล์ มันฝรั่งอบโรสแมรี่ แครอท ผักโขมผัดเนย

ต่อด้วยการเสิร์ฟขนมปัง เนย ชีส ผลไม้สด และแครกเกอร์

ตบท้ายด้วยคอร์สขนมหวาน ขาไปมีให้เลือกระหว่าง สังขยาเผือก หรือ มูสพิสตาชิโอ โกโก้ครัมเบิล ขากลับมีให้เลือกระหว่าง แกงบวดลูกตาลแปะก๊วย หรือ ทาร์ตแอปเปิ้ลคาราเมล ครีมชองติยีและครัมเบิล

จบมื้ออาหารก็สามารถสั่งชา กาแฟ ช็อกโกแลตมอลต์ มาทานปิดท้ายได้ ถ้าไม่ติดเรื่องเข้าห้องน้ำบ่อย สั่งชาคาโมมายล์มาจิบก็ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและทำให้หลับสบายมากยิ่งขึ้น

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ พนักงานยังมีผลไม้สดเป็นตะกร้าเล็ก ๆ ออกมาเสิร์ฟตบท้าย และยังมีนิตยสารที่เป็นไลฟ์สไตล์แมกกาซีน นิตยสารต่างประเทศ มาให้เลือกอ่านระหว่างการเดินทางอีกด้วย พร้อมกับมี Wifi ให้ใช้บนเครื่อง 20 MB

อาหารเช้าบนเครื่องเสิร์ฟ ผลไม้สด บิเชอร์มูสลี่ ลูกพีชและซอสลูกพีช ขนมปัง ครัวซองท์ เพสทรี เนย แยม ชา กาแฟ ช็อกโกแลตมอลด์

และมีจานหลักให้เลือกระหว่าง ข้าวต้มหมูสับสมุนไพร เสิร์ฟพร้อม ไข่เจียวเอื้องหลวง(ใส่ใบมะกรูด หอมแดง และพริกแดง) หรือ ไข่กวน (มันฝรั่ง เห็ดแชมปิญอง ต้นหอมและเบคอนผัด ซูกินีกับเฮเซลนัทผัดเนย มะเขือเทศเชอร์รี่

นอกจากนี้ยังมีเมนูเย็นอย่าง เวอร์จิเนียแฮม ซาลามี่พริกไทย ฟอนทินาชีส เห็ดสมุนไพร หรือจะเป็นอาหารเช้าแบบคอนติเนนตัล ก็เลือกสั่งได้ตามความชอบ

หลังจากที่เครื่องลงจอด ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ Royal Silk Class ก็จะได้รับสิทธิ์ให้ลงจากเครื่องก่อนเช่นกัน พร้อมกระเป๋าที่จะมาถึงก่อน

และนี่คือประสบการณ์ที่เราได้รับจากการนั่งชั้นธุรกิจ Royal Silk Class ของการบินไทยแบบไป-กลับเส้นทาง กรุงเทพฯ-โรม ด้วยการบริการแบบ Full Service บินสบาย เวลาดีด้วยไปถึงอิตาลีเวลาเช้าแล้วสามารถเที่ยวต่อได้เลย การบินไทยเลยถือว่าเป็น Best Choice สำหรับเส้นทางนี้ และที่นั่งชั้นธุรกิจ Royal Silk Class คือทางเลือกที่แนะนำสำหรับการเดินทางระยะไกลที่สบายอย่างที่สุด


Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of