สวัสดีครับท่านผู้อ่าน SOtraveler.com วันนี้ผมจะขอพาทุกท่านไปสัมผัสกับ CHAR Rooftop Bar โรงแรม Hotel Indigo ถนนวิทยุ หนึ่งในแม่เหล็กดึงดูดใจคือการเป็น Rooftop ที่มีวิวสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ บนทำเลยถนนวิทยุซึ่งเป็นย่านที่มีเอกลักษณ์และคุณลักษณะเฉพาะของพื้นที่ที่น่าสนใจมากอีกย่านหนึ่ง

Char Rooftop Bar

ในตอนเย็นของวันที่วุ่นวายที่สุดของสัปดาห์ ผมนั่งคิดหาสถานที่ที่จะให้รางวัลตัวเองด้วย Cocktail ดีๆ สักแก้ว พร้อมทั้งชวนเพื่อนไลฟ์สไตล์เดียวกันไปนั่งล้อมวงอัพเดตข่าวคราวและแลกเปลี่ยนแรงบรรดาลใจกันสักหน่อย มี Rooftop อยู่ที่นึงห่างจากออฟฟิศที่ผมทำงานไม่กี่ก้าว ผ่านไปผ่านมาหลายครั้งไม่มีโอกาสได้แวะขึ้นไปนั่งสักที วันนี้ขอเลือกปักหลักที่นี่แล้วกัน

เมื่อยื่นข้อเสนอไปกับก้วนเพื่อนที่จะนัดเจอกันเย็นนี้ ทุกคนต่างเซย์เยสทันที การที่มีเพื่อนไลฟ์สไตล์และเทสคล้ายๆกันทำให้การนัดกันไปที่ไหนสักที่ของเราตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว แล้วเราก็นัดมาเจอกันที่โรงแรม Hotel Indigo โรงแรมที่แทรกตัวอยู่บนถนนวิทยุ ย่านที่ราคาที่ดินแพงลิบลิ่ว พื้นที่ล้อมรอบไปด้วยสถานฑูตทั้งเนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และอเมริกา

เมื่อเข้ามาในโรงแรมเราจะสัมผัสได้ถึงการตกแต่งของโรงแรมที่เป็นการผสมผสานระหว่างความคลาสสิคกับความทันสมัย เหมือนโรงแรมกำลังเล่าประวัติอันน่าสนใจของที่มาของคำว่า “ ถนนวิทยุ ” ที่ได้รับพระราชทานนามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2464 เนื่องจากตัดผ่านสถานีวิทยุแห่งแรกของไทย การตกแต่งจึงมีกลิ่นอายของความเป็น Retro ย้อนยุคในแบบไทยๆ

ชื่นชมกับความสวยงามของ lobby กันไปสักพัก เราก็กดลิฟท์มาชั้นที่ 26 เพื่อมาที่ CHAR Bangkok ชั้น 25 จะเป็น ห้องอาหาร CHAR และชั้น 26 จะเป็น Rooftop Bar

เราเลือกนั่งที่ชั้น 26 เพื่อชมภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือตึกสูงย่านธุรกิจแห่งนี้เพื่อรอเพื่อนๆ ที่กำลังเดินทางมาจบครบก้วน ตอนนี้เวลาประมาน 6 โมงเย็นมีลมพัดกำลังดีพร้อมกับวิวที่สวยมากๆ เราอยากให้ทุกคนได้เห็นด้วยตาของตัวเอง

Cocktails

Inspired, creative yet classic cocktails with breathtaking views

“You can’t buy happiness but you can buy a glass of cocktails and that’s kind of same thing” – Somewhere on Social

เมื่อมาถึง CHAR Rooftop บรรยากาศค่อนข้างจะสบายๆ รีแล็กซ์ดีเหมาะสำหรับการมาพักผ่อน unwind หลังเลิกงาน หรือจะมาเป็นคู่เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศแสงสีของมหานครก็ได้ แม้กระนั่งจะหลบมานั่งชิลคนเดียวเพื่อมาฟังดนตรีแนว chill house ที่เลือกมาอย่างดีด้วย Dj มืออาชีพก็ได้เช่นกัน แล้วแต่ว่าเราอยากมีโมเมนต์ไหน

สำหรับผมเองก็ขอเริ่มสั่งอะไรก่อนในขณะที่รอทุกคนมาครบและอะไรจะดีไปกว่าการที่ได้นั่งชมวิวจากมุมที่สวยที่สุดแบบนี้ ต้องคู่กับค๊อกเทลดีๆ สักแก้ว (และ แก้วที่สอง สามและสี่ …) ผมขอให้ mixologist ช่วยตามใจผมด้วยเมนูอะไรก็ได้ที่จะเริ่มต้นเย็นนี้ ขอแบบสดชื่นๆ

Char’s signature cocktails – Jan Dara

(White Wine , Absolute Berri Acai, Raspberry Pucker liqueur, Alovera Juice , Jelle Grape lemon)

เครื่องดื่มแก้วแรกของผมนั้น มีสีเหลืองอัมพัน ถูกเสริฟมาในแก้วแชมเปญเหมือนแสงสะท้อนจากดวงจันทร์ เบสจากไวน์ขาวและว๊อดก้ากลิ่นเบอรี่ เข้าได้ดีกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของเยลลี่นุ่มลื่นกลิ่นองุ่น ถือเป็นการเรียกความสดชื่นได้ดีมากครับ

Mocking bird

(Olmeca Gold, Dry Vermouth, Campari, Lime Juice, Pineapple Juice )

หากอยากได้เครื่องดื่มที่มีสดชื่นและทานง่าย Mocking bird น่าจะเป็นคำตอบที่ดี เครื่องดื่มแก้วนี้ให้รสเปรี้ยวและหวานส่วนผสมของ tequila กับแอลกอฮอล์ ที่เลือกใช้ทำให้มีมีมิติที่น่าสนใจ ประดับด้วยผิว Lemon เหมือนปีกนก mocking bird กำลังเกาะแก้วและยังให้กิ่นหอมสดชื่นของเลมอน

Lady Pamelo

(Beefeater Gin, Vermouth Bianco, Cherry Blossom Syrup, Lemon, Pomelo Juice, Raspberry, St. Germain, Egg White)

เป็นอีกแก้วที่เราว่าทานได้ง่าย ด้วยรสหวานกลมกล่อม fruty กำลังดี เด่นด้วยมิติของกลิ่น floral และใบ sage ทีใช้ทำให้แก้วนี้โดดเด่นเมื่อยกดื่มจะทำให้ได้มิติของกลิ่น

Sabaispy Kah

(KAH Tequila, passion fruit, mango, lemon)

สำหรับแก้วนี้เราถือว่าเป็น surprise experience ของเราด้วยเครื่องดื่มตัวนี้ใช้ KAH Tequila ซึ่งมีกลิ่นของพริก ตกแต่งแก้วด้วยพริกเกลือ เราทานแล้วทำให้นึกถึงการทานผลไม้เปรี้ยวๆ พร้อมกับพริกเกลือของคนไทย ถือว่าสร้างสรรค์และอร่อยจริงครับ

BAR food

Bite on the food imbued with passion

ในส่วนของอาหาร SOtraveler ไม่อยากใช้คำว่า Snack เพราะด้วยความสร้างสรรค์และปริมาณการเสิร์ฟสามารถทานได้อย่างจริงจัง

Oyster

เราเริ่มจาก Oyster ซึ่งมีทั้งสายพันธ์จากยุโรปและอเมริกา ซึ่งในแต่ะวันอาจเสิร์ฟต่างกันขึ้นอยู่กับความสดของหอยที่นำมาใช้ วันนี้เราได้ fine de cliar ที่สดมาก โดยนอกจากหอยนางรมที่สดแล้ว ยังมีน้ำจิ้ม 3 แบบ รวมถึงซีฟู๊ดที่รับรองว่าถูกปากคนไทยแน่นอนครับ

Charcuterie and Cheese Board

เป็น selection ขอ cold cuts และ ชีสคุณภาพดีเราชอบความใหม่ของ prosciutto di Parma หรือ ปราม่าแฮมที่กลิ่นหอมสดใหม่

T.W.P.W.

หรือ Truffle Chicken Wings and Parmesan Wedges เราเรียกกันว่าปีกไก่ศักดิ์สิทธิ์…เพราะโดนปิดทอง 😉 T.W.P.W เป็นปีกไก่ที่ถูกทอดกรอบเสิร์ฟพร้อมกับ potatoes wedges เพิ่มมิติของรสชาติด้วย parmesan cheese และ black truffle oil อร่อยมากครับ ซึ่งพวกเราก็ทานเพลินลืมนับแคลลอรี่กันเลย

White Pepper Lamb Ribs

เป็นเนื้อซี่โครงแกะย่างที่สุกอย่างพอดีผ่ามาแล้วข้างในนุ่มอร่อยและไม่มีกลิ่นคาวของแกะ ราดด้วยซอสแกงกะหรี่ กะทิ และเครื่องเทศถือเป็นจานที่เราประทับใจมาก

Chongqing Chicken Wings Kentucky Style

เราเรียกจานนี้ว่าเป็นอาวุธลับของเชฟ เพราะขณะที่เราทุกคนเริ่มมึนกับ cocktail ที่ดื่มไป เราถามเชฟว่ามีอะไรที่จะทำให้เราตื่นไหม เชฟหายไปพร้อมกับ surprise เราด้วยไก่ทอดกรอบคลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุงรสเผ็ดเปรี้ยวเค็มอย่างจัดจ้าน ทุกคนลงความเห้นว่าจานนี้เป็น classic ที่ twist อย่างแท้จริง และเราคงจะสั่งอีกในครั้งต่อไปอย่างแน่นอน

ท่ามกลาง Rooftop Bar จำนวนไม่น้อยในกรุงเทพฯ Char Rooftop bar เป็นอีกสถานที่สุดพิเศษที่เราแนะนำด้วยมาตรฐานและเทสของ SOtraveler อีกทั้งเราสามารถ enjoy กับประสบการณ์โดยไม่ต้องจ่ายค่าเครื่องดื่มแพงๆ เป็นค่าวิว หรือ ต้องเป็นโอกาสพิเศษเท่านั้น แต่สามารถมาได้ตลอดไม่ว่าจะหลังเลิกงาน หรือ นัดก้วนเพื่อนสนิท คนรู้ใจ มา enjoy ท่ามกลางวิวและอาหารกับเครื่องดื่มที่ปรุงรสด้วย passion

คุณก็มาชิลกับห้องอาหาร CHAR Rooftop Bar แบบเราได้ที่

CHAR Rooftop Bar

Hotel Indigo Bangkok Wireless Road

ชั้น 25th และชั้น 26th
ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ
อีเมล: [email protected]
เบอร์โทรสำรองที่นั่ง: 02-2074999

ใครมีคำถามสงสัยตรงไหน สามารถสอบถามได้ทางรีวิวนี้
หรือในแฟนเพจของเราก็ได้ครับ Facebook : SOtraveler.COM

SHARE TO YOUR FRIEND