Big Fish & Bar, the seafront dining destination at Hua Hin Marriott Resort & Spa

13,686 views
  • 236
    Shares

วันนี้ SOtraveler.com จะมานำเสนอเมนูอาหารจากยอดฝีมือเชฟหนุ่ม ‘เซเวียร์ ซาเรส เรเอล’ ที่ล่าสุดมารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าเชฟห้องอาหารบิ๊กฟิช แอนด์ บาร์ ห้องอาหารสุดโรแมนติกริมชายหาดหัวหิน โรงแรมหัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา เราอยากชวนทุกคนมาติดตามความอร่อยไปด้วยกันในมื้อดินเนอร์ริมชายหาด สองบรรยากาศสองสไตล์ เริ่มต้นด้วยค็อกเทลต้อนรับกันชิลๆ ในช่วงเย็น รับลมทะเลกับจังหวะเพลงรีมิกซ์จากดีเจ แล้วพอแสงหมด เราก็ไปต่อกันบนโต๊ะอาหารเมนู 15 คอร์สเสิร์ฟแบบไฟน์ไดนิ่ง

ห้องอาหารบิ๊กฟิช แอนด์ บาร์มีพื้นที่ที่เป็นเทอร์เรสหรือระเบียง อยู่ด้านหน้าห้องอาหาร เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ นั่งชิลกับบรรยากาศทะเลหัวหิน มีลมพัดโกรกและเสียงคลื่นกระทบฝั่ง โดยเฉพาะเวลาช่วงเย็นจะเห็นบรรยากาศคึกคักของชายหาด นั่งเพลินจนลืมเวลา

บรรยากาศแบบนี้มันต้องมีดริงก์สวยๆ รสชาติฉ่ำคอสักแก้วมาจิบ ค็อกเทล “เสาวรส” หรือ “แพชชั่นฟรุต” ที่ใครต่อใครต่างบอกกันว่านี่เป็นซัมเมอร์ดริงก์ แต่สำหรับเรา นี่เป็นดริงก์ที่เราสุดแสนจะโปรดปรานและต้องสั่งอย่างน้อยหนึ่งแก้วแล้วแพริ่งกับดริงก์สีสวยอีกสักแก้ว แล้วก็กดแชะภาพลงโชเชียล ทั้งรสชาติและสีสันนี่จึงเป็นดริงก์โปรดของเรา แล้วของเพื่อนๆละ เป็นเมนูไหนพิมพ์มาเล่าให้เราฟังหน่อยก็ดีนะ

เพราะว่าวันนี้เป็นโอกาสพิเศษในการเปิดให้สื่อมาร่วมชิมเมนูของเชฟเซเวียร์ ทางโรงแรมเลยจัดเป็นงานค็อกเทลต้อนรับเล็กๆ ด้านหน้าห้องอาหาร โยกกันเบาๆด้วยจังหวะสนุกๆ รีมิกซ์โดยดีเจ Adashi เป็นงานที่จัดออกมาได้อย่างอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศดีดีริมทะเลหัวหิน เรายืนคุยและพูดถึงเมนูอาหารที่จะได้ชิมกันในวันนี้เพลิน จนอยากยืดเวลาให้ตะวันลับของฟ้าช้าลงสักหน่อย เรายังติดใจกับบรรยากาศช่วงนี้อยู่

เมนูของเชฟเซเวียร์ ดูตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่มีรสนิยม แต่ละเมนูดูจะมีรสชาติที่หลากหลาย คล้ายๆกับเมนูอาหารของเชฟมิชลินแต่ไม่กลบความเด่นของวัตถุดิบเลย นี่เป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่เราสัมผัสได้หลังจากที่ได้ชิมเมนู 15 course จากเชฟเซเวียร์ จะละมุนและกลมกล่อมแค่ไหน ตามมาดูแต่ละเมนูที่เราเริ่มได้เห็นตั้งแต่งานค็อกเทลต้อนรับยามเย็น

ค็อกเทลกุ้ง (Prawn Cocktail, Thai Style) กุ้งตัวใหญ่เสริ์ฟพร้อมสะเต๊ะซอส รสชาติหวานมันจากถั่วและงา ความสะใจอยู่ตรงที่ได้จิ้มกุ้งลงไปในสะเต๊ะซอสแบบฉ่ำๆ แล้วตอนกัดสัมผัสได้กับเนื้อกุ้งเด้งๆนี่แหล่ะ ความเด็ดของเมนูนี้

ทาร์ทาร์เนื้อ (Beef Tartare, homemade pickles, parmesan, old balsamic) เชฟเซเวียร์เลือกใช้การสับด้วยมือแล้วคลุกเคล้าเนื้อสับเข้ากับพาเมซานชีส ปรุงรสด้วยน้ำส้มบัลซามิคและใบโหระพาทอด ใครที่ชอบทานเมนูทาร์ทาร์ไม่น่าพลาดที่จะลิ้มลอง

Salmon Confit, lime yogurt เมนูแซลม่อนที่ผ่านการทอดในน้ำมันเพียงให้ด้านนอกสุกกรอบ แต่ด้านในยังสดแดงอยู่ เสิร์ฟพร้อมครีมโยเกิร์ตมะนาว เราเชื่อว่าเมนูนี้จะเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน

Scallop, salmon caviar, mango puree เมนูหอยเชลล์ไซส์ใหญ่นำไปเซียร์ให้พอหอม เสิร์ฟคู่กับซัลซ่าลิ้นจี่ ไข่ปลาแซลมอน และพูเร มะม่วง ทานพร้อมกันแล้วจะได้รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวของซอสแทรกด้วยความเค็มของคาร์เวียร์ที่เรากัดลงกรุบเมื่อผสมผสานกับเนื้อหอยเชลล์ที่แน่นหวาน ทำเราตาลุกวาวด้วยความอร่อยในขณะที่ทานอยู่

Red snapper เมนูปลากระพงแดง ซึ่เป็นปลาที่มีเนื้อแน่น มีไขมันน้อยเป็นเมนูทานง่ายๆเบาๆ ก่อนเข้าสู่เมนู main course

บรรยากาศช่วงพลบค่ำบริเวณเทอร์เรส

ด้านในห้องอาหารเป็นห้องกระจกบานใหญ่ตั้งแต่พื้นถึงเพดาน เห็นบรรยากาศของชายทะเลได้ชัดเช่นเดียวกัน โต๊ะริมกระจกดูจะเป็นมุมไฮไลท์ที่แสนโรแมนติก แสงเทียนและไฟโทนอบอุ่นของห้องอาหารช่างชวนให้นึกถึงโมเมนต์ของการนั่งดินเนอร์สองต่อสองเหลือเกิน

งานวันนี้เป็นงานอีเวนท์ที่รวมสื่อจากหลายสำนักมารวมกัน โต๊ะอาหารจึงจัดเป็นโต๊ะยาว กระบวนการพรีเซนเทชั่นในแต่ละเมนูของค่ำคืนนี้ก็ทำได้น่าจะทับใจ พนักงานยกจานเดินเรียงแถวเข้ามาเสิร์ฟพร้อมๆกัน

นอกเหนือจากเมนูบางส่วนจากที่เราได้เอ่ยไปถึงก่อนหน้านี้ ก็ยังมี Soft Shell Crab, chili, garlic, orange เมนูปูนิ่มทอดกรอบกับซอสออกสามรสแบบไทยๆ

Foie Gras, apple, cinnamon ฟรัวกราส์กับซอสแอปเปิ้ลซินนามอนที่ให้รสชาติหวานแกมเปรี้ยวอ่อนๆ ฟรัวกราส์ที่นำมาปรุงไม่มันมากนัก ทานแล้วได้รสชาติที่กลมกล่อม มีกลิ่นหอมของผิวฟรัวกราส์ที่ทอดมาแบบสุกเกรียมด้านนอก

Thai Cheese from Chiang Mai with fruit confit เมนูชีสที่ผลิตที่จังหวัดเชียงใหม่ ทานคู่กับสตอเบอรี่สด แยมสับปะรด ใบมินท์และกลีบดอกดาวเรือง เราเคยได้ยินว่ามีชีสที่ผลิตที่เชียงใหม่ของมูลนิธิโครงการหลวง เราไม่แน่ใจว่าชีสนี้มาจากแหล่งเดียวกับที่เราทราบรึปล่าว รสชาติเค็มๆมันๆ อร่อยเลยนะ แล้วทานคู่กับสตอเบอรี่ก็อร่อยไปอีกแบบ เราลองทานพร้อมกับใบมินท์และกลีบดอกดาวเรืองดู ก็แปลกกับกลิ่นดาวเรืองที่เราไม่คุ้นเคย 

Norwegian omelet, mango ice cream เมนูขนมหวาน เราเคยเห็นในเมนูอาหารฝรั่งเศสจะเรียกว่า Omelette a la Norvegienne และมีความคล้ายกับขนมพัพโลวาที่เราเคยทาน มันคือเมอแรงก์ที่ข้างในเป็นไอศกรีมมะม่วงรสเปรี้ยว เวลาทานพร้อมกันรสชาติหวานเปรี้ยวตัดกันชัดเจนมาก ความเจนจัดของเมนูนี้อยู่ที่การราดเหล้าเชอรี่ลงไปนี่แหล่ะ ที่ให้ความขมและกลิ่นเหล้าติดปลายจมูกในขณะที่กลืนลงไปในลำคอ เป็นเมนูขนมหวานปิดท้ายที่เรียกเสียงฮือฮาของทุกคน ก็ต้องลุกขึ้นยืนปรบมือกับความสำเร็จของจานฟินาเล่ที่สมบูรณ์แบบในมื้อนี้

“บิ๊กฟิชแอนด์บาร์ หัวหิน (Big Fish & Bar Hua Hin) จะไม่เป็นเพียงห้องอาหารที่เหล่านักชิมจากหัวหินอยากที่จะสัมผัสและลิ้มลองเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นที่ที่นักชิมจากกรุงเทพฯ ต้องมีอยู่ในลิสร้านที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนหัวหิน” – เซเวียร์ ซาเรส เรเอล (New Head Chef)

จากคำกล่าวของเชฟเซเวียร์ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เซเวียร์ จะได้รับการเรียกขานจากใครต่อใครว่า “เชฟหนุ่มไฟแรง” ด้วยวัยเพียง 25 ปี แต่คลุกคลีกับการปรุงอาหารมานับหลายพันจานที่เกิดจากความหลงใหลในการทำอาหารของเค้าตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อความหลงใหลมาพร้อมกับพรสวรรค์ทำให้เชฟเซเวียร์ ประสบความสำเร็จจนเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างเช่นทุกวันนี้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม SOtraveler.com จึงอยากให้คุณมาลองชิมฝีมือของเชฟเซเวียร์

See you at Bigfish & Bar Hua Hin

คุณเองก็มาลิ้มรสความอร่อยฝีมือเชฟเซเวียร์ กับบรรยากาศริมทะเลชายหาดหัวหิน เหมือน SOtraveler.com ได้เช่นกัน ที่ห้องอาหาร “บิ๊กฟิช แอนด์ บาร์” โรงแรม หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 032 904 666 หรืออีเมล [email protected]


  • 236
    Shares

Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of