FAVOLA, Le Meridien Suvarnabhumi : UK Rising Culinary Star 4 course wine dinner

498 views
  • 4
    Shares

เรามีโอกาสได้มาชิมมื้อมิชลินสตาร์ที่ห้องอาหารอิตาเลี่ยนสุดหรู ฟาโวลา โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นมื้อดินเนอร์อาหาร 4 คอร์สเสิร์ฟแพริ่งคู่กับไวน์ นำทีมรังสรรค์เมนูพิเศษนี้โดย เชฟ ทิม สเปดดิง ( Tim Spedding) เชฟดาวรุ่งชื่อดังจากประเทศอังกฤษ บินลัดฟ้ามาปรุงเมนูอาหารให้เราชิมถึงที่

ทิม สเปดดิง ( Tim Spedding) ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเชฟที่มีอิทธิพลและนำเสนอความน่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดในวงการเชฟรุ่นใหม่แห่งสหราชอาณาจักร มาพร้อมกับประสบการณ์ในร้านอาหารมิชลินสตาร์อย่าง Clove Club และ The Ledbury ในลอนดอน และ Quay ในซิดนีย์ และล่าสุดยังมีโครงการเปิดเกสท์เฮาส์แนวชนบทที่เมืองคอร์นวอลล์ ซึ่งทิมกำลังทำร่วมกับ Louise Roedkjaer  นำเสนออาหารแนวใหม่ทำมาจากวัตถุดิบออร์แกนิค รังสรรค์เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ ภายใต้แนวคิดจากฟาร์มท้องถิ่นสู่โต้ะอาหาร พร้อมเสิร์ฟให้ลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลกได้ลิ้มลอง

ห้องอาหารฟาโวลา (Favola) เป็นห้องอาหารอิตาเลี่ยนประจำแบรนด์ Le Méridien สำหรับที่โรงแรม Le Méridien Suvarnabhumi Bangkok Golf resort & spa มีที่นั่งทั้งแบบในห้องแอร์และด้านนอกสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติชมวิวสนามกอล์ฟ

ที่สนามกอล์ฟมีบริการไดร์ฟกอล์ฟตอนกลางคืนหรือ Night golf การนั่งทานมื้อดินเนอร์ท่ามกลางบรรยากาศสนามกอล์ฟตอนกลางคืน จึงให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายแตกต่างจากบรรยากาศห้องอาหารอิตาเลี่ยนที่อื่นๆ

อาหารมื้อนี้เชฟทิม จัดเสิร์ฟเป็น 4 คอร์สแพริ่งคู่กับไวน์ รสชาติดีและเข้ากันมากทีเดียว ทั้ง 4 คอร์สจะมีอะไรบ้าง มาติดตามกัน

Starter: 01

Langoustine, Lardo & Rosemary Salt, A light soup made from the langoustine heads

(Bisol, Belstar, Prosecco Bruit, DOCG)

กุ้งแลงกูสทินเนื้อแน่นหวาน ราดมาด้วยซอสที่มีส่วนผสมของ lardo และเกลือสมุนไพรโรสแมรี่ ให้กลิ่นหอมคลุ้งในปาก เสิร์ฟคู่มากับซุปใสที่ทำมาจากหัวกุ้งกุ้งแลงกูสทิน มีรสชาติที่เข้มข้นคล้ายน้ำซุปต้มยำของไทยแต่เบากว่า

วิธีการทานเมนูนี้ เชฟแนะนำให้ทานกุ้งแลงกูสทินก่อนแล้วซดน้ำซุปตามเข้าไป เป็นกรรมวิธีที่ชูความอร่อยของวัตถุดิบหลักอย่างกุ้งแลงกูสทินออกมาได้ดี ทานคู่กับโปรเซกโก้รสชาติดรายฝาดเล็กน้อย เข้ากันดีมาก

Starter: 02

Grilled Scallop, Seaweed Mustard, Braised Kelp & Smoked Scallop Broth

(Placido, Pinot Grigio, Toscana, IGT)

หอยเชลล์ย่าง เสิร์ฟพร้อมกับสาหร่ายเคล์ปเคี่ยวน้ำตาล มัสตาร์ดสาหร่ายและซุปหอยเชลล์รมควัน เสิร์ฟแบบราดน้ำซุปหอยเชลล์รมควันที่โต๊ะ หอยเชลล์เนื้อและหวานมาก เซียร์ออกมาได้หอม ทานคู่กับสาหร่ายแล้วให้รสสัมผัสที่คล้ายกับการปรุงในสไตล์เอเชี่ยน ทานคู่กับไวน์ขาวจากองุ่นปิโนต์ กรีส์ สีเหลืองทองให้กลิ่นของผลไม้เขตร้อน

Main Course

Slow Roasted Lamb Rack, Mint & Anchovy

(Placido, Chianti, Toscana, DOCG)

ซี่โครงแกะย่างราดซอสไวน์แดง เสิร์ฟพร้อมกับมินท์และแอนโชวี่ เนื้อแกะรสชาติดีกลิ่นไม่แรง ทานคู่กับซอสและ eggplant slad ที่มีใบมินท์ช็อคโกแล็ตมาเซอร์ไพรส์ด้วย ทานเข้ากันดี พร้อมกับไวน์แดงเคียนติ ที่ให้ความหอมนุ่นละมุน เข้ากันดีมาก

Dessert

Burnt Clementine Granita & Buttermilk Mousse

(Talamonti, Modo, Montepulciano D Abruzzo, DOC)

ปิดท้ายด้วยคอร์สของหวานเป็น กรานิตาส้มแมนดารินกับมูสโยเกิร์ต ทานคู่กับไวน์แดงที่ให้กลิ่นหอมหวานออกแนวผลไม้สุก สีทับทิมเข้มอมม่วง ทานแล้วให้ความสดชื่น

นับว่าเป็นอีกหนึ่งมื้ออาหารที่น่าประทับใจ ยกนิ้วให้กับความสามารถในการรังสรรค์เมนูอาหารของ Tim Spedding ให้ออกมาเรียบง่าย มีความกลมกล่อมของเครื่องเทศ โดยที่ยังคงชูรสชาติของวัตถุดิบหลักได้ดีอยู่

สำหรับผู้อ่าน ต้องรอติดตามข่าวจาก ฟาโวลา ว่าจะมีเชฟมิชลินบินมาปรุงเมนูให้ชิมกันถึงที่ในโอกาสพิเศษใดอีกหรือไม่ ในระหว่างนี้มาสัมผัสกับบรรยากาศของห้องอาหารอิตาเลียนฟาโวลา และชิมเมนูอาลาคาร์ท เปิดประสบการณ์ไวน์ดินเนอร์กับทีมเชฟฟาบิโอ เอ็กเซ็คคิวทีฟ ซู เชฟ ห้องอาหารอิตาเลียนฟาโวลา โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา ก็สุดยอดเช่นกัน

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ รีสอร์ท แอนด์ สปา หรืออีเมล์สอบถามและจองดินเนอร์ได้ที่ [email protected] หรือโทรศัพท์ 02 118 7777

 


  • 4
    Shares

Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of