• 11
    Shares

โมเมนต์ที่เราได้ยินใครต่อใครพูดถึง โว้ค เลานจ์ (VOGUE Lounge) ภาพของบิสซิเนส เลาจน์ ก็ถูกบิ้วขึ้นมาในหัว ต้องแต่งตัวลุคเท่ๆ คูลๆ นั่งตัวเกร็งคุยกันในบาร์แฟชั่นเก๋ๆ ใจกลางเมืองอย่างนั้นรึปล่าว เราว่าไม่ใช่! ที่นี่เป็นร้านอาหารสไตล์แคชชวลที่ออกแนวเฟรนด์ลี่เสียด้วยซ้ำ และที่นี่ยังให้ประสบการณ์ที่มากกว่าการเป็นบาร์เก๋ๆกลางเมือง ถ้าคุณกำลังทำหน้าขมวดคิ้วและคิดขึ้นมาในหัวว่า จริงเหรอ…นี่แหล่ะเรื่องจริงและคุณอาจยังไม่รู้จักโว้ค เลานจ์มากไปกว่าการเห็นโฆษณาที่ผ่านตาเพียงผิวเผินแล้วก็สไลด์มือข้ามไป อาจกดไลก์สักหน่อยเพราะรูปสวย แต่ก็ไม่ได้เกิดอินสไปเรชันที่จะอยากมาลองด้วยตัวเอง

เอาล่ะ…เชื่อเราและทำความรู้จักโว้ค เลานจ์ให้มากขึ้นไปกับเรา เราจะทำให้คุณได้เห็นว่า “การที่คุณเองจะแวะมาเติมความชิคที่โว้ค เลานจ์ นั้นเป็นอะไรที่อีซี่มากๆ” ถ้าใครยังไม่ได้ลองปลดล็อคตัวเองออกมาจากกรอบที่สร้างขึ้นจากการรู้จักบางสิ่งบางอย่างผ่านการสไลด์ทามไลน์บนโซเชียลก็เริ่มได้แล้ว มาเอ็นจอยความซ่าและความคูลที่จะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับที่โว้ค เลานจ์ ไปกับ SOtraveler.com และจะบอกว่ามันเจ๋งจริง

โว้ค เลาจน์ (VOGUE Lounge) เป็นร้านอาหารและบาร์ ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 ของตึกมหานคร คิวบ์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ด้วยดีไซน์และการตกแต่งอย่างมีระดับจาก กองเด นาสต์ (Condé Nast) เครือบริษัทแม่ของ VOGUE ผู้นำด้านอินทีเรียของโลก ได้ผสมผสานการออกแบบให้สัมผัส​กับกลิ่นอายความเป็นโมเดิร์นของ VOGUE ได้อย่างลงตัว จึงทำให้ใครหลายๆคนประทับใจในบรรยากาศและประสบการณ์ที่ได้รับไปเต็มๆ

ภายในเลาจน์ตกแต่งด้วยสีดำ-ทอง ซึ่งแสดงออกถึงความหรูหราและเป็นส่วนตัว รวมไปถึงตัวบาร์ที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มและค็อกเทลหลากหลายชนิดที่พร้อมเสิร์ฟ​ให้คุณลิ้มลองได้ตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป

ความน่าสนใจคือ พื้นที่สำหรับนั่งของ VOGUE Lounge ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆคือ พื้นที่เปิดแบบเอาท์ดอร์ และข้างในบาร์แบบอินดอร์ 

พื้นที่เอาท์ดอร์นั้น ไม่ต้องกังวลเลยว่าคุณจะรู้สึกร้อนหรือเหนอะหนะ เพราะบริเวณภายนอกนั้นติดแอร์แทบทุกจุด และอากาศยังถ่ายเทเย็นสบาย เหมาะสำหรับใครที่เพิ่งเลิกงานและกำลังหาที่สังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือคู่รักที่กำลังหาสถานที่สุดโรแมนติกสำหรับดินเนอร์มื้อสำคัญก็เป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อช่วงเวลาอันแสนพิเศษนี้ด้วยแหล่ะ

ส่วนฝั่งพื้นที่อินดอร์​ จะถูกแบ่งโซนออกเป็นหลายส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้าที่มาใช้บริการ และจุดที่ VOGUE Lounge ภูมิใจนำเสนอที่สุดก็คือที่นั่งตรงหน้าบาร์นั่นเอง!

To Be Your Charming Bartender

สาวๆ อาจจะเยอะหน่อยสำหรับสำหรับโว้ค เลานจ์ (VOGUE Lounge) ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์โว้ค จึงดึงดูดสาวๆ ให้มาที่นี่ ประหนึ่งว่า “นี่คือพื้นที่ลีฟวิ่งรูมนอกบ้าน ที่ฉันอยากแวะมานั่งผักผ่อนและอัพรูปลงโชเชียลได้ปังทุกจุด” แต่จากที่เรานั่งๆไป พบว่าสาวๆ จะมาช่วงหัวค่ำเยอะหน่อย แต่เมื่อเริ่มดึกมากขึ้นพบว่าก็มีชายหนุ่มมากขึ้นในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง ดังนั้นที่นี่ไม่ใช่บาร์เฉพาะสำหรับสาวๆ แน่นอน ถ้าหนุ่มๆแวะมาอ่านประโยคนี้แล้วชวนก๊วนมานั่งเหล่ตามองสาวๆ ที่นี่ล่ะก็ คุณน่าจะได้เจอสาวที่มีความเก๋ของไลฟ์สไตล์ระดับนึงเลยล่ะ เราชี้เป้าเบาๆ

สิ่งที่ดึงดูดสาวๆ ไม่ใช่แค่ความเป็นโว้ค หลังจากที่เราได้พบกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อนัยต์ตาหวานปานน้ำผึ้งชาวอิตาเลียน ฟาบิโอ บรูโนลาโร (Fabio Brugnolaro) ที่ร่ายมนต์สเน่ส์ด้วยแพสชั่นทางด้านเครื่องดื่มที่มีในตัวเค้าออกมาเป็นเมนูค็อกเทล​ชั้นเซียน อย่าว่าแต่สาวๆ เลยแม้แต่หนุ่มๆยังต้องยกนิ้วโป้งให้ เฮ้ยนายนี่เจ๋งจริง!

ลองแวะเข้ามาดูลีลาของฟาบิโอกันที่บาร์สักหน่อยสิ…ถือว่าแวะมาเซย์ไฮและดูลีลาอันแพรวพราวของหนุ่มคนนี้ ด้วยประสบการณ์การเป็นบาร์เทนเดอร์มากว่า 7 ปีและพรสวรรค์ในการเป็นนักออกแบบ จึงทำให้เขาสามารถดัดแปลงเมนูต่างๆให้กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของเขา ที่แฝงไปด้วยเรื่องราวอันซับซ้อนมากมายผ่านรสชาติเหล่านั้น

เมนูซิกเนเจอร์ที่ฟาบิโอ บรูโนลาโร (Fabio Brugnolaro) เลือกมิกซ์ให้เราชิมเป็นแก้วแรกในวันนี้คือ มิสเตอร์บราวน์กับซิการ์โคฮิบาของเค้า (Mr.Brown and his Cohiba Cigar) ชื่อภาษาไทยนี้เราตั้งเอง ถ้าไปที่ร้านก็เรียกหามิสเตอร์บราวน์อย่างเดียวก็เป็นอันรู้กัน ฟังแล้วน่ารักน่าชังคล้องจองกับหมีบราวน์ตัวการ์ตูนของไลน์ เป็นเมนูคู่แมชชิ่งกันระหว่างค็อกเทลกับของหวาน (Cocktail & Dessert) ที่ต้องทานคู่กันถึงจะลงตัวที่สุด

ค็อกเทลามิสเตอร์บราวน์มีส่วนผสมของกาแฟ (Coffee) และจิน (Gin) บอดี้ของกาแฟค่อนไปทางเข้ม รสชาติขมอมหวาน แต่ยังคงรู้สึกสดชื่น ท้อปด้านบนด้วยโฟมฟองที่มีผงซินนามอนโรยอยู่ คล้ายๆคาปูชิโน่อยู่เหมือนกันนะ เวลายกดื่มซินนามอนจะอยู่บริเวณจมูกของเราพอดี ทำให้เวลาดื่มก็จะได้รับกลิ่นหอมจากกาแฟและซินมามอนไปด้วย เสิร์ฟในแก้วที่มีลักษณะคล้ายไปป์ (Pipe) ตกแต่งด้วยช็อคโกแลตเคลือบสีทองรูปโบว์หูกระต่าย …

ไนซ์ ทูมีท ยู เซอร์/มาดาม ไอแอมมิสเตอร์ มิสเตอร์บราวน์… (แนะนำตัวอย่างติดๆขัดๆ เพราะยังเป็นเด็กใหม่ที่มีความขวยเขิลประหม่าต่อหน้าฝูงชน)

วิธีการจิบค็อกเทลมิสเตอร์บราวน์ ให้ใช้ริมฝีปากดูดดื่มค็อกเทลขึ้นมาจากปลายแก้วรูปทรงไปป์ ก็จะได้ฟีลคล้ายกับการสูบไปป์ และเมื่อทานคู่กับของหวานรูปซิการ์โคฮิบา ซึ่งมีรสชาติหวานไม่มากนักกลายเป็นคู่รสชาติที่ลงตัวมาก

นอกจากตัวซิกเนเจอร์ดริงก์มิสเตอร์บราวน์ยังมีค็อกเทลที่น่าสนใจอีกหลายเมนู อย่างที่เราได้จิบคือ เวลคัม ทู เดอะ จังเกิล (Welcome to the Jungle) ตัวนี้เป็นค็อกเทลที่มีกลิ่นใบไม้ช่วยให้เราได้รู้สึกผ่อนคลาย สัมผัสแรกจะรู้สึกสดชื่นเหมือนได้กดปุ่มรีเฟรชตัวเอง รสชาติออกหวานเล็กน้อย มีความเปรี้ยวที่เข้ากันกำลังดี ถ้าวันไหนทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วได้จิบค็อกเทลแก้วนี้แล้ว รับรองได้เลยว่าความเหนื่อยจะหายเป็นปลิดทิ้งเลย

Welcome to the jungle : 400 THB
Welcome to the jungle : 400.- บาท

มหานคร เมดเล่ย์ (Mahanakhon Medley) ค็อกเทลสำหรับสาวๆ เพราะเราเห็นจากสีที่พรีเซนเทชั่นออกมาเป็นสีชมพูหงชาด ซึ่งเป็นสีชมพูที่เกิดจากสีแดงเจือกับสีขาวเป็นสีชมพูที่น่าเกรงขาม ให้ความรู้สึกน่าค้นหา แต่อย่าให้ภาพลักษณ์ของดริงก์เป็นขีดจำกัดของการได้ลองชิม หนุ่มๆควรจะชิมเสียด้วยซ้ำ เพราะคุณจะได้รู้ใจและเลือกดริงก์ให้สาวๆ พร้อมอธิบายรสชาติที่มีอยู่ในแก้วจนสาวๆ รู้สึกหลงไหลในความใส่ใจรายละเอียดเหล่านี้ พร้อมที่จะให้คะแนนเต็มสิบเลยล่ะ ลองดูสิ

พอลองจิบแรกแล้ว แทบอยากจะต่อด้วยจิบสองและสามตามเลย เป็นค็อกเทลที่มีส่วนผสมของจินและน้ำมะนาวเป็นเบสหลัก เสริมรสชาติด้วยไซรัปกลิ่นกุหลาบ รสชาติหวานแกมปรี้ยวผสมผสานกัน ให้ความรู้สึกสดชื่น

Mahanakhon Medley : 360 THB
Mahanakhon Medley : 360.- บาท

เฟอร์นีย์ (Fernie) อีกหนึ่งดริงก์ที่เหมาะสำหรับคนที่เป็นคอค็อกเทลแบบคลาสสิกตัวจริง เพราะแก้วนี้มีกลิ่นหอมของใบสะระแหน่ (Peppermint) กรุ่นอยู่ทั่วทั้งแก้ว พร้อมกับรสชาติหวานปิดท้ายตรงโคนลิ้น ความเย็นสดชื่นจากใบสะระแหน่ทำให้จิบคู่กับอาหารคาวเมนูไหนก็อร่อย

Fernie : 460.- บาท
Fernie : 460.- บาท

มานิฟิก (Magnifique) ค็อกเทลแก้วโปรดรองจากมิสเตอร์บราวที่ทางเราชอบ ด้วยพรีเซนเทชั่นและการตกแต่งของดริงก์ช่างงดงามสมกับชื่อของค็อกเทล รสชาติหวานอมเปรี้ยว ทานง่ายและมีกลิ่นเหล้าจางๆ ทำให้เราจิบเพลินจนหมดเป็นแก้วแรกโดยไม่รู้ตัว

“Magnifique” : 450 THB
Magnifique : 450.- บาท

จริงอยู่ที่โว้ค เลาจน์ (Vogue Lounge) โดดเด่นเรื่องค็อกเทล แต่เราก็อยากบอกให้สายฟู้ดดี้ได้มาลองเมนูชิคๆ ของที่นี่ดูเช่นกัน เมนูอาหารของที่นี่มีหลากหลายสไตล์แต่มีคอนเซปต์เดียวกันคือเป็นอาหารสไตล์ครีเอทีฟที่จัดเสิร์ฟแบบสวยงาม ทานง่ายพอดีคำ ด้วยคุณภาพและรสชาติที่คุ้มค่า​

Eat. Sip. Chill.

เนื้อโคลด์ คัทรวม (Cold Cuts Combination) เราเลือกสั่งมาเป็นเมนูทานเล่นเมื่อมาถึงร้านใหม่ๆ คู่กับสปาร์คกลิ้งไวน์ฟองซ่า จิบแล้วชื่นใจ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชีสกับไวน์นั้นเป็นของคู่กัน ชีสเปรียบเสมือนกับแกล้มชั้นดีเมื่อทานคู่กับไวน์หรือจะเป็นค็อกเทลแก้วโปรดที่รสอมฝาดหน่อยก็เข้ากันได้ดี และอย่างที่เกริ่นไว้ด้านบนแล้วว่า วัตถุดิบแต่ละอย่างล้วนเป็นเกรดพรีเมี่ยมที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้น แพลตเทอร์จานนี้จึงเหมาะมากสำหรับโคลด์ คัทเลิฟเวอร์และคนที่หลงไหลในรสชาติของชีสคุณภาพเยี่ยม อาหารทานเล่นจานนี้หากทานเพลินไม่ระวังก็อาจจะทำเอาอิ่มได้เช่นกันนะ

หอยนางรมฝรั่งเศสฟิน เดอ แคลร์ เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียง (Fine de claire oyster with condiments) ฟิน เดอ แคลร์เนื้อบางแต่ตัวใหญ่เต็มฝา มีความฉ่ำ รสชาติกลมกล่อมทานง่าย เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงปรุงรสอย่างน้ำส้มสายชูหมักเรดวิเนก้า หอมแดงเจียว น้ำจิ้มซีฟู้ด และเลม่อนสไลซ์ เมนูนี้สั่งมาเป็นสตาร์ทเตอร์ถือเป็นการเรียงลำดับได้ดีสำหรับการเรียกน้ำย่อย

ฟิน เดอ แคลร์เป็นหอยนางรมย์พันธ์ที่คนนิยมทานและโปรดปรานกันมากที่สุด เนื้อนุ่มลื่นละลายในปากทานคู่กับเครื่องเคียงน้ำจิ้มตามความชอบขอบแต่ละคนหรือจะทานหอยสดเปล่าเพื่อเสฟกับความสดของหอยก็ดีเยียมไม่แพ้กัน

Fine de claire oyster with condiments (420.- บาท)
Fine de claire oyster with condiments (420.- บาท)

ปลาหมึกชุบแป้งทอดกับซอสทาทาร์ (Deep fried Calamari with Tartar Sauce) คาลามารี่หรือหมึกชุปแป้งทอดเมนูโปรดของเราเสิร์ฟพร้อมซอสทาทาร์ ที่มีส่วนผสมของการ์ลิค เลม่อน มายองเนส รสหวานมันเปรี้ยว เหมาะกับการทานคู่กับอาหารทะเล รสชาติที่กลมกล่อมของซอสทาทาร์ไม่จัดจนไปแย่งซีนหมึกชุปแป้งทอดเวลาทานคู่กัน ช่วยชูความกรอบหอมอร่อยของหมึกชุปแป้งทอดขึ้นมาให้โดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก

Deep fried Calamari with Tartar Sauce (220.- บาท)

เบอร์เกอร์วากิว เบคอน และเชดดาชีส (Wagyu Beef Burger with Crispy Bacon and Cheddar Cheese) อีกหนึ่งเมนูทานเล่นที่ไม่ควรพลาด เพราะปรุงออกมาได้อย่างอร่อยไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะรสชาติของซอสเนื้อวากิวที่หวานฉ่ำกับแผ่นเบคอนกรอบที่เข้ากันมากจนอยากสั่งเพิ่ม เหมาะสำหรับทานคู่ไปกับการจิบค็อกเทลเข้มๆและนั่งฟังดนตรีสดดีเป็นที่สุด

Wagyu Beef Burger with Crispy Bacon and Cheddar Cheese (540.- บาท)
Wagyu Beef Burger with Crispy Bacon and Cheddar Cheese (540.- บาท)

Prime Time

ช่วงเวลาที่เป็นที่นิยมที่สุดในการมาใช้บริการก็คงหนีไม่พ้นช่วงเวลาเลิกงานของวันพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มเป็นต้นไป ทุกวันพฤหัสบดีจะมีดนตรีสดจากวง Acid Society และทุกวันเสาร์วง Hawa ก็จะมาคอยสร้างบรรยากาศและความสุนทรีย์ที่โว้ค เลาจน์แห่งนี้

ท้ายที่สุดแล้วใครก็ตามที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแห่งการผ่อนคลายหรือสังสรรค์แบบชิคๆและหรูหรา ไม่ควรพลาดที่นี่ รับรองว่าบริการในระดับที่คุณต้องพึงพอใจพร้อมอาหารรสเยี่ยม ท่ามกลางบรรยากาศสุดพิเศษเช่นนี้​ จะทำให้คุณประทับใจและอยากกลับมาที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างแน่นอน

โว้ค เลานจ์ (VOGUE Lounge Bangkok) ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 ของมหานคร คิวบ์ ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีช่องนนทรี (BTS Chong Nonsri) ถนนนราธิวาสฯ ใครทำงานย่านสีลม-สาทร ยิ่งเดินทางมาได้สะดวก ช่วงเวลา Fashion Happy Hour ซื้อ 1 แถม 1 ยาวมากตั้งแต่ 17.00 ถึง 21.00 น.

แนะนำให้โทรจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนที่เบอร์: 02-001-0697 หรือใครอยากจัดงานอีเวนท์งานเลี้ยงส่วนตัวล่ะก็อีเมลไปสอบถามได้ที่ [email protected]

ไม่ได้ผ่านมาทางนี้ก็อยากให้ตั้งใจแวะมาจิบค็อกเทลดีๆและอิ่มท้องกับเมนูอร่อยๆ ติดรถไฟฟ้าเดินทางสะดวกขนาดนี้ ใครจะไปรู้ว่าที่นี่อาจกลายเป็นสถานที่โปรดในดวงใจที่คุณหลงไหลแวะมาสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อยก็ได้นะ เราแอบติดใจและเป็นหนึ่งในนั้นล่ะ

Photographer : WARIS IM-ERB|Ekkachai Leelaprasertsin

SHARE TO YOUR FRIEND

  • 11
    Shares