ห้องอาหารบูล แอนด์ แบร์(Bull&Bear) สเต๊กเฮาส์ระดับพรีเมียม ณ ชั้น 55 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ชวนสัมผัสนิยามใหม่ของ “ศิลปะแห่งการบ่มเนื้อ” ผ่านเมนูพิเศษที่ถ่ายทอดความพิถีพิถันของศาสตร์การดรายเอจ พร้อมเปิดประสบการณ์สเต๊กสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะระหว่างวันที่ 15–30 มิถุนายนนี้เท่านั้น
“The Art of Dry Aging” ถือเป็นครั้งแรกของ บูล แอนด์ แบร์ ในการต่อยอดเทคนิคดรายเอจแบบคลาสสิกด้วยกระบวนการ Flavor Infusion เพื่อยกระดับมิติของกลิ่น รสสัมผัส และความซับซ้อนของเนื้อวัว โดยใช้ศาสตร์การดรายเอจแบบดั้งเดิมเพื่อพัฒนาเนื้อสัมผัสและความเข้มลึกของรสชาติ ผสานเข้ากับศิลปะแห่งการปรุงแต่งรสร่วมสมัย เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับเนื้อแต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกลิ่นหอม ความลุ่มลึกของรสชาติให้กลมกล่อม หรือการสร้างรสสัมผัสที่ละเมียดละไมยิ่งขึ้น
โดยศิลปะในการแต่งรสครั้งนี้ มีสองรูปแบบ ได้แก่ “Whiskey Butter Aged” โดยนำเนื้อ Australian Black Angus, Wagyu MB7 และ Full Blood Wagyu MB9 เคลือบหนาด้วยเนยผสม Michter’s US 1 Kentucky Straight Rye Whiskey เพื่อปกป้องเนื้อจากอากาศระหว่างการบ่มเป็นเวลา 35 วัน ขณะที่เอนไซม์ธรรมชาติค่อยๆ ช่วยสลายเส้นใยเนื้อจนเกิดสัมผัสที่นุ่มละมุน พร้อมมอบกลิ่นหอมของเครื่องเทศและไม้โอ๊กคั่วจากไรย์วิสกี้ ปิดท้ายด้วยความหวานนุ่มละม้ายบูร์บง
โดยเมนูไฮไลต์ประกอบด้วย Australian Black Angus NY Strip Steak (300 กรัม) ราคา 3,300 บาท++ Australian Wagyu Tenderloin MB7 (200 กรัม) ราคา 3,500 บาท++ และ Full Blood Wagyu Tomahawk MB9 ราคา 12,800 บาท++ ต่อกิโลกรัม

อีกหนึ่งเทคนิคคือ “Chipotle Onion & Beef Tallow Aging” ที่มุ่งเน้นการสร้างมิติของรสกลมกล่อมและกลิ่นรมควันอย่างลุ่ ผ่านการบ่มเนื้อ True North Black Onyx และ Japanese Wagyu จากฮอกไกโด เป็นเวลา 28 วัน ในไขมันวัวที่ผ่านการปรุงด้วยหัวหอมย่างและพริกชิโปตเล โดยไขมันวัวช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อตลอดกระบวนการบ่ม ขณะที่หัวหอมย่างช่วยขับความหวานธรรมชาติและเพิ่มมิติอูมามิ ส่วนชิโปตเลมอบกลิ่นรมควันที่นุ่มลึกและความอุ่นละมุน โดยไม่กลบรสชาติอันเข้มข้นของไขมันแทรกในเนื้อวากิวระดับ A4 เมนูแนะนำในกลุ่มนี้ ได้แก่ Australian Black Angus Ribeye MB4 (350 กรัม) ราคา 3,600 บาท++ Hokkaido Wagyu Ribeye A4 (400 กรัม) ราคา 4,900 บาท++ และ Saga Wagyu Striploin A4 (250 กรัม) ราคา 4,800 บาท++
การเลือกใช้วัตถุดิบอย่าง ไรย์วิสกี้ พริกรมควัน และส่วนผสมผ่านกระบวนการหมักดอง ยังสะท้อนถึงการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเอกลักษณ์ของสเต๊กเฮาส์ตะวันตกแบบดั้งเดิม และอิทธิพลของรสชาติร่วมสมัยจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก
นอกจากสเต๊กแล้ว ห้องอาหารบูล แอนด์ แบร์ ยังรังสรรค์เมนูพิเศษเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การรับประทานอาหารในครั้งนี้ อาทิ Kombu Butter Fettuccine (750 บาท++) ที่ผสานความเค็มละมุนของสาหร่ายฮิจิกิและความเข้มข้นของไข่แดงดอง เพื่อช่วยขับรสชาติของเนื้อดรายเอจให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และ Grilled Bone Marrow (650 บาท++) เสิร์ฟพร้อม Barolo Jus ที่ช่วยตัดเลี่ยนและเสริมสมดุลให้กับความเข้มข้นของเนื้อวากิวได้อย่างลงตัว
เมนู “The Art of Dry Aging” พร้อมให้บริการในจำนวนจำกัด ณ ห้องอาหารบูล แอนด์ แบร์ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ระหว่างวันที่ 15–30 มิถุนายน 2569 สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เวลา 12.00 น. – 15.00 น. และ 17.30 น. – 22.30 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่: โทร. +66 (0)2 846 8888, LINE: @WaldorfAstoriaBKK หรือ อีเมล: [email protected]
หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%







