สิงคโปร์เป็นหนึ่งในจุดหมายที่คนไทยคุ้นเคยกันดี จะเดินทางมาเที่ยวในช่วงวันหยุดสั้น ๆ หรือกลับมาเยือนอีกครั้งก็มักมีภาพจำของเมืองที่เป็นระเบียบ ตึกสูง และแลนด์มาร์กที่คุ้นตาอยู่แล้ว ครั้งนี้เราเลยอยากลองเปลี่ยนวิธีเที่ยวสิงคโปร์ดูสักหน่อย ด้วยการเริ่มต้นจากการพักผ่อนบนเกาะ Sentosa แล้วค่อยออกไปค้นพบประสบการณ์ต่าง ๆ ในแบบที่ไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป

The Starting Point of Your Singapore Escape
การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นที่ Hotel Ora โรงแรมภายใน Resorts World Sentosa ที่เราเลือกใช้เป็นฐานสำหรับการพักผ่อนและออกไปเที่ยวบนเกาะ Sentosa ทำเลของโรงแรมอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยรู้จักกันดี ทั้ง Universal Studios Singapore, Singapore Oceanarium และ Harry Potter: Visions of Magic อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากสถานี Sentosa Express ซึ่งสามารถนั่งต่อไปยัง VivoCity เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดิน MRT และเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ของสิงคโปร์ได้สะดวก สำหรับแขกผู้เข้าพักใน Resorts World Sentosa ยังสามารถใช้บริการ Sentosa Express ได้ฟรี เพียงแสดง QR Code ที่ได้รับจากทางโรงแรม จึงช่วยให้การวางแผนทริปที่มีทั้งกิจกรรมบนเกาะและการออกไปสำรวจเมืองทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย



ห้องพักที่เราเข้าพักในครั้งนี้คือ Deluxe Pool View ห้องพักที่เปิดมุมมองออกไปยังสระว่ายน้ำของโรงแรม ให้บรรยากาศผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ภายในห้องตกแต่งในโทนร่วมสมัย จัดพื้นที่ใช้งานไว้อย่างเป็นสัดส่วน มีทั้งเตียงนอนขนาดใหญ่ พื้นที่นั่งพักและทำงาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บสัมภาระ และห้องน้ำที่ใช้งานได้อย่างสะดวก อีกหนึ่งรายละเอียดที่เราชอบคือโทรทัศน์ภายในห้องสามารถเชื่อมต่อกับ Netflix และ YouTube ได้ โดยระบบจะรีเซ็ตทุกครั้งที่ปิดทีวี จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการล็อกอินค้างไว้หลังเช็กเอาต์ นอกจากนี้ยังมีเตารีดให้ภายในห้อง ช่วยลดสัมภาระที่ต้องเตรียมจากไทย และปลั๊กไฟทั้งหมดสามารถเสียบใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยได้โดยตรง ไม่ต้องพกอะแดปเตอร์มาให้ยุ่งยาก เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การเข้าพักสะดวกขึ้นมากทีเดียว




เช้าวันใหม่เริ่มต้นที่ Loma ห้องอาหารของ Hotel Ora กับมื้ออาหารเช้าที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งอาหารเช้าสไตล์นานาชาติ เมนูไข่ ขนมปังและเบเกอรี ซีเรียล ผลไม้สด รวมถึงอาหารจานร้อนและเครื่องดื่มสำหรับเริ่มต้นวันแบบสบาย ๆ ก่อนออกผจญภัยสิงคโปร์ ที่สำคัญคืออาหารมีรสชาติอร่อยและมีตัวเลือกให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ที่แม้จะเข้าพักหลายคืนก็ยังสามารถสลับเมนูทานได้โดยไม่รู้สึกจำเจ


Dive into a Different Side of Singapore
ใครที่เคยมา S.E.A. Aquarium อาจต้องกลับมาเยือน Singapore Oceanarium อีกครั้ง เพราะที่นี่ไม่ได้เปลี่ยนเพียงชื่อ แต่ยังผ่านการปรับปรุงและขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ ต่อยอดมาจาก S.E.A. Aquarium ที่เปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี 2012 ก่อนปิดปรับปรุงและขยายพื้นที่ในเดือนเมษายน 2025 แล้วกลับมาเปิดอีกครั้งในชื่อ Singapore Oceanarium เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025



การกลับมาครั้งนี้มาพร้อมการปรับโฉมครั้งใหญ่และพื้นที่จัดแสดงที่เพิ่มขึ้นเป็น 22 โซน ถ่ายทอดเรื่องราวของมหาสมุทรตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคต ผ่านสิ่งมีชีวิตทางทะเลและประสบการณ์แบบ Immersive ตั้งแต่ปลาหลากหลายชนิดไปจนถึงสัตว์ทะเลที่อาจไม่ค่อยได้เห็นในชีวิตประจำวัน ทำให้การเดินชมโลกใต้ทะเลครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศจากความคึกคักของเมืองได้อย่างเต็มที่



A Day of Adventure, A Night of Wonder
นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้นเคยอย่าง Universal Studios Singapore, Singapore Oceanarium และ Harry Potter: Visions of Magic แล้ว Sentosa ยังมีประสบการณ์อื่น ๆ ที่ช่วยเติมสีสันให้กับทริปได้อีกมาก เราเลือกแวะไปที่ Skyline Luge Singapore กิจกรรมที่ผสมผสานการขับ Luge ลงตามเส้นทางกับการนั่ง Skyride ชมวิว ก่อนจะเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่ช่วงค่ำกับ Wings of Time การแสดงกลางแจ้งที่มีทั้งแสง สี เสียง เอฟเฟกต์น้ำ เลเซอร์ และดอกไม้ไฟ จัดแสดงทุกวันวันละ 2 รอบ เวลา 19.40 น. และ 20.40 น. โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีต่อรอบ การแสดงริมทะเลที่ Siloso Beach แห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาของวันบนเกาะที่ช่วยให้การเที่ยวสิงคโปร์มีความหลากหลายขึ้น




From Sentosa to Singapore’s Green Escape
ออกเดินทางจาก Sentosa สู่ Gardens by the Bay สวนพฤกษศาสตร์ริมอ่าว Marina Bay ที่เปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี 2012 และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของสิงคโปร์จากการผสมผสานธรรมชาติเข้ากับงานสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าสนใจ ไฮไลต์สำคัญคือกลุ่ม Supertree Grove เสาต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีทั้งหมด 18 ต้นทั่ว Gardens by the Bay โดย 12 ต้นอยู่ในบริเวณ Supertree Grove และมีความสูงสูงสุดราว 50 เมตร เชื่อมต่อด้วย OCBC Skyway ทางเดินลอยฟ้าสูงประมาณ 22 เมตร สำหรับชมวิวสวนและเสาต้นไม้ในมุมสูง

ก่อนเข้าสู่ Flower Dome เรือนกระจกที่รวบรวมพืชพรรณจากพื้นที่อากาศเย็นและแห้งของหลายภูมิภาคทั่วโลก พร้อมนิทรรศการดอกไม้ที่เปลี่ยนธีมไปตามช่วงเวลา ส่วน Cloud Forest ถ่ายทอดบรรยากาศของป่าเขตร้อนชื้นผ่านภูเขาพืชพรรณและน้ำตกในร่มขนาดใหญ่ โดยในช่วงที่เราไปเยือนมีการจัดธีม Jurassic World: The Experience เพิ่มเข้ามา ทำให้การเดินชมพื้นที่แห่งนี้มีทั้งธรรมชาติและเรื่องราวของโลกดึกดำบรรพ์ให้ได้สำรวจ




A Nourishing Break at Gardens by the Bay
แวะมาที่ Foura ร้านอาหารแนว Wellness Dining ที่ตั้งอยู่ภายใน Gardens by the Bay โดยมีคอนเซ็ปต์ผสานอาหารร่วมสมัยสไตล์เอเชียและยุโรปเข้ากับแนวคิดเรื่องสุขภาพ ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งผักและพืชพรรณที่หลากหลาย เนื้อสัตว์คุณภาพดี และซีฟู้ดที่อุดมด้วยโอเมกา เมนูของ Foura ยังได้แรงบันดาลใจจากรูปแบบการกินของผู้คนในพื้นที่ Blue Zones พร้อมเครื่องดื่มอย่าง Specialty Coffee, Ceremonial-grade Matcha, Cold-pressed Juices และเครื่องดื่มหมักต่าง ๆ ให้เลือกเติมความสดชื่นตลอดวัน เป็นร้านที่ทำให้การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมีรสชาติและความน่าสนใจในแบบที่เข้าถึงง่าย โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าเรากำลังจำกัดตัวเองเรื่องอาหาร




Singapore Through Three Iconic Landmarks
เมื่อพูดถึงสิงคโปร์ในมุมของเมืองและวัฒนธรรม เราเลือกเริ่มต้นที่ Singapore Flyer ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่เปิดให้บริการในปี 2008 และกลายเป็นหนึ่งในจุดชมวิวสำคัญของเมือง จากห้องโดยสารกระจกสามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้าของ Marina Bay รวมถึงแลนด์มาร์กอย่าง Marina Bay Sands และ Gardens by the Bay ได้ในมุมกว้าง ที่น่าสนใจคือ Singapore Flyer มีคอนเซ็ปต์ 28-28-28 ประกอบด้วยห้องโดยสารปรับอากาศจำนวน 28 ห้อง แต่ละห้องรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 28 คน และใช้เวลาหมุนครบหนึ่งรอบประมาณ 28 นาที โดยเลข 28 ยังสื่อถึงความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองตามความเชื่อด้านฮวงจุ้ยอีกด้วย



ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศไปยัง National Gallery Singapore พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เปิดในปี 2015 ภายในอาคารประวัติศาสตร์ 2 แห่ง ได้แก่ City Hall และอดีต Supreme Court ซึ่งได้รับการบูรณะและปรับให้เป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นี่จึงน่าสนใจทั้งในแง่ของผลงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์




ปิดท้ายที่ Merlion Park บ้านของรูปปั้น Merlion สัญลักษณ์หัวสิงโตและลำตัวปลา ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1972 โดยหัวสิงโตสื่อถึงชื่อ Singapura หรือเมืองแห่งสิงโต ส่วนลำตัวปลาสะท้อนจุดเริ่มต้นของสิงคโปร์ในฐานะหมู่บ้านชาวประมง การแวะมาที่นี่จึงเป็นโอกาสได้ชมแลนด์มาร์กที่เป็นภาพจำ พร้อมเดินเล่นริม Marina Bay และเก็บภาพเมืองสิงคโปร์ในอีกหนึ่งมุมที่คุ้นเคย


A Seafood Feast at JUMBO Premium
แวะมาลอง JUMBO Premium สาขา Resorts World Sentosa แบรนด์ซีฟู้ดสัญชาติสิงคโปร์ที่เริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ ที่ East Coast Seafood Centre ในปี 1987 ก่อนเติบโตจนกลายเป็นร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นรู้จักกันดี โดยเฉพาะเมนู Award-Winning Chilli Crab ที่เป็นหนึ่งในรสชาติซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของอาหารสิงคโปร์ได้อย่างชัดเจน ใครที่อยากสัมผัสรสชาติซีฟู้ดแบบสิงคโปร์ในบรรยากาศที่นั่งสบาย และได้ลองเมนูซิกเนเจอร์ของ JUMBO Seafood การแวะมาที่ JUMBO Premium บนเกาะ Sentosa ก็เป็นอีกหนึ่งมื้อที่ควรอยู่ในลิสต์ของทริปนี้




A Final Pause Before Departure
ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย เราแวะที่ Jewel Changi Airport เพื่อชม Rain Vortex น้ำตกในร่มขนาดใหญ่ที่เป็นหนึ่งในจุดเด่นของสนามบินแห่งนี้ ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวและสถาปัตยกรรมกระจกที่โอบล้อมอยู่รอบ ๆ การได้หยุดมองสายน้ำและใช้เวลาเดินเล่นบริเวณนี้สักพัก เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ช่วยให้เราค่อย ๆ ปิดท้ายทริป ก่อนออกเดินทางกลับบ้าน เป็นการแวะเติมพลังเล็ก ๆ ระหว่างรอเที่ยวบิน และเป็นภาพสุดท้ายของสิงคโปร์ที่น่าจดจำทีเดียว

The Journey Ends, The Memories Stay
ถ้าถามว่าไปสิงคโปร์แล้วน่าเบื่อไหม คำตอบคงขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกออกแบบการเดินทางแบบไหน ครั้งนี้เราเริ่มต้นจาก Hotel Ora บนเกาะ Sentosa แล้วค่อยออกไปค้นพบทั้งโลกใต้ทะเล กิจกรรมสนุก ๆ สวนในเมือง ศิลปะ วิวเมือง และมื้ออาหารที่ตั้งใจเลือกมาให้เป็นส่วนหนึ่งของทริป ทำให้การกลับมาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งนี้มีรายละเอียดมากกว่าที่คิด สำหรับใครที่กำลังวางแผน Singapore Escape และอยากจัดทั้งโรงแรม บัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว และประสบการณ์ต่าง ๆ ไว้ในทริปเดียว Trip.com ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้ค้นหาและวางแผนการเดินทางได้สะดวกขึ้น เพื่อให้เราออกแบบทริปสิงคโปร์ในแบบที่เหมาะกับตัวเองได้มากขึ้น

Hotel Ora
ที่อยู่: 12 Sentosa Gateway, Hotel Ora, Singapore 098271
การจองห้องพัก:
- อีเมล์: [email protected]
Social Media:
- Facebook: ResortsWorldatSentosa
- Instagram: @rwsentosa
- Website: https://www.rwsentosa.com/en/stay/hotel-ora







