การทำความรู้จักวัฒนธรรมญี่ปุ่นอาจเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว อย่างอาหารและชาใน Sense of Matcha Afternoon Tea ที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) จึงเป็นอีกชุดน้ำชายามบ่ายที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากสำรวจเรื่องราวของญี่ปุ่นผ่านรสชาติ โดยมีมัตจะเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนขยายไปสู่ชาอีกหลายชนิดที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน สิ่งที่น่าติดตามคือวิธีที่ชาแต่ละชนิดถูกเลือกมาใช้ร่วมกับวัตถุดิบอื่น ๆ รวมถึงการนำรสชาติที่คุ้นเคยมาปรับให้อยู่ในรูปแบบของชุดน้ำชายามบ่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและการตีความวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นในมุมที่ร่วมสมัย

สิ่งที่ทำให้ชุดน้ำชายามบ่ายนี้น่าติดตามต่อ คือวิธีที่เรื่องราวของชาถูกถ่ายทอดผ่านเมนูที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่อาหารคาวที่หยิบแรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่นมาใช้ ไปจนถึงขนมหวานที่นำชาไปจับคู่กับผลไม้ ถั่วและช็อกโกแลต แต่ละเมนูมีจุดเริ่มต้นต่างกัน ขณะเดียวกันก็ยังเชื่อมโยงกันด้วยการใช้ชาเป็นองค์ประกอบสำคัญ นี่จึงเป็นโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักทั้งบุคลิกของชาและวิธีนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาสร้างสรรค์รสชาติ

ฝั่งเมนูคาว (Savoury Delicacies) เริ่มด้วย Japanese Curry Avocado | Balsamic Caviar ที่นำรสแกงกะหรี่ญี่ปุ่นมาจับคู่กับอะโวคาโดที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มและรสละมุน ช่วยรองรับรสเครื่องเทศจากแกงกะหรี่ ขณะที่ Balsamic Caviar ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับคำนี้ อีกเมนูคือ Aosa Cream Okonomiyaki | Matcha Choux ที่หยิบแรงบันดาลใจจากโอโคโนมิยากิ โดยเลือกใช้สาหร่ายที่ช่วยเชื่อมโยงให้เข้ากับกลิ่นอายของอาหารญี่ปุ่น ขณะที่มัตจะเข้ามาเพิ่มองค์ประกอบให้น่าสนใจยิ่งขึ้น


ต่อด้วย Goong Mae Nam | Coconut | Garlic & Chilli Mayo ที่ใช้กุ้งแม่น้ำเป็นวัตถุดิบหลัก เสริมด้วยมะพร้าวและมายองเนสกระเทียมพริก ซึ่งช่วยเพิ่มความกลมกล่อมและรสเผ็ดอ่อน ๆ ให้กับเมนูนี้ ก่อนเข้าสู่ Hokkaido Scallop | Wasabi Mayo | Golden Ebiko ที่เลือกใช้หอยเชลล์ฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสนุ่มและรสหวานตามธรรมชาติ มาจับคู่กับวาซาบิมาโยที่เพิ่มความฉุนสดขึ้นมาอย่างมีเอกลักษณ์ ขณะที่ไข่กุ้งเอบิโกะช่วยเติมเนื้อสัมผัส เป็นการจับคู่ที่ให้ความสำคัญกับรสหวานของหอยเชลล์และรสเด่นจากเครื่องปรุง โดยไม่ปล่อยให้ส่วนผสมใดส่วนผสมหนึ่งกลบกันจนหมด


เมื่อเข้าสู่เมนูหวาน (Sweet Creations) เราจะเริ่มเห็นบทบาทของชาแต่ละชนิดชัดขึ้นจากการจับคู่กับส่วนผสมอื่น ๆ เริ่มด้วย Hojicha Pistachio Yuzu Madeleine นำโฮจิฉะที่ผ่านการคั่วจนเกิดกลิ่นหอมเฉพาะตัวมาใช้กับมาเดอลีน จับคู่กับพิสตาชิโอที่ให้ความหอมมันและส้มยูซุที่มีรสเปรี้ยวสดชื่น ทำให้ส่วนผสมทั้งสามมีบทบาทแตกต่างกันในคำเดียวกัน อีกคำคือ Genmaicha Sudachi Cheese Tart ซึ่งใช้เก็นไมฉะหรือชาเขียวญี่ปุ่นที่ผสมข้าวคั่วที่มีกลิ่นหอมที่ชวนให้นึกถึงธัญพืชคั่ว นำมาจับคู่กับทาร์ตชีสและส้มซูดาจิที่ให้รสเปรี้ยว ส่วน Genmaicha & Goma Pumpkin Seed ขยับไปในทิศทางของรสหอมมันจากงาและเมล็ดฟักทอง โดยมีเก็นไมฉะเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมรสชาติไว้ด้วยกัน



สำหรับ Matcha & Azuki Daifuku เป็นการจับคู่ที่คนชื่นชอบขนมญี่ปุ่นน่าจะคุ้นเคยดี เพราะมัตจะมีรสขมอ่อน ๆ และกลิ่นหอมเฉพาะตัว ขณะที่ถั่วแดงอาซูกิให้ความหวานและเนื้อสัมผัสที่เข้ากันกับไดฟุกุได้ดี รสของชาและถั่วแดงจึงช่วยเสริมกันโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มองค์ประกอบที่ซับซ้อนมากนัก อีกแนวทางกับ Matcha Banoffee Tiramisu ซึ่งหยิบองค์ประกอบของบานอฟฟีและทีรามิสุมาใช้ร่วมกัน การมีมัตจะเข้ามาในขนมที่มีรสหวานและเนื้อสัมผัสหลากหลาย ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมของชาและความขมอ่อน ๆ ให้ตัดกับความหวานของส่วนผสมอื่น ทำให้เรื่องของมัตจะในเซตนี้เดินทางไปได้ไกลกว่าขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม


อีกสองเมนูที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับฝั่งขนมหวานคือ Chocolate Bon Bon เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เหมาะสำหรับคนชอบช็อกโกแลต ด้วยรสชาติที่เข้มข้นและความหวานที่ไม่มากจนเกินไป ส่วน Double Chocolate Matcha Macaron นำมัตจะมาจับคู่กับช็อกโกแลต กับมาการองที่ให้ทั้งกลิ่นหอมของชาและรสช็อกโกแลตในคำเดียวกัน การวางขนมทั้งสองชนิดไว้ในเซตเดียวกันช่วยเพิ่มมิติให้กับเมนูหวาน ทั้งรสช็อกโกแลตที่ชัดเจนและการจับคู่กับมัตจะที่ช่วยเพิ่มความซับซ้อนของรสชาติ


แม้ชื่อชุดน้ำชายามบ่ายนี้จะเน้นมัตจะ แต่ Japanese Black Tea Melon Mousse แสดงให้เห็นว่าเรื่องของชาในเซตนี้ยังมีอีกหลายมุม ชาดำญี่ปุ่นที่นำมาจับคู่กับเมลอนในรูปแบบมูส ซึ่งช่วยให้เมนูมีทิศทางที่เบาและให้ความรู้สึกสดชื่นจากผลไม้ ส่วน Matcha Scone นำมัตจะมาอยู่ในสโคน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่คุ้นเคยของชุดน้ำชายามบ่ายแบบตะวันตก การผสมชาเข้ากับขนมชนิดนี้ทำให้เห็นการนำวัตถุดิบญี่ปุ่นมาใช้ผสมผสานได้อย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับเครื่องดื่มมีชาให้เลือกหลายประเภท ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาขาวและชาแดง ตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มกาแฟ ช็อกโกแลต ชาไทยและเครื่องดื่มมัตจะ เก็นไมฉะและโฮจิฉะ ทั้งแบบใสและแบบลาเต้




Sense of Matcha Afternoon Tea นำเสนอเรื่องราวของชาแบบญี่ปุ่นผ่านเมนูที่หลากหลาย ตั้งแต่รสชาติคุ้นเคยอย่างแกงกะหรี่ญี่ปุ่นและโอโคโนมิยากิ ไปจนถึงขนมหวานที่ผสมผสานมัตจะ โฮจิฉะ เก็นไมฉะและชาดำญี่ปุ่นเข้ากับวัตถุดิบต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ เป็นชุดน้ำชายามบ่ายที่ชวนให้ค้นพบเสน่ห์ของชาในมุมที่กว้างขึ้น โดยให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์ของชาแต่ละชนิดและการจับคู่รสชาติอย่างลงตัว เซตนี้ให้บริการถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 ที่ Up & Above Restaurant and Bar ชั้น 24 ของโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ในราคาเพียง 2,200++ บาทต่อเซตสำหรับ 2 ท่านเท่านั้น

Up & Above Restaurant and Bar
- Location: โรงแรมดิโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok)
- Opening Hours: ทุกวัน 14.00 – 17.00น. (Afternoon Tea)
- Reservations: 02-687-9000 | [email protected]
- Facebook: TheOkuraPrestigeBangkok
- Instagram: @okuraprestigebkk
- Website: www.okurabangkok.com







