ที่ Lakorn ชั้น 7 ของโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok) เป็นสถานที่ที่ SOtraveler มีโอกาสได้แวะมาลองชุดน้ำชายามบ่ายชุดใหม่อย่าง Harmony & Heritage Afternoon Tea ที่ออกแบบมาให้รับประทานในรูปแบบคอร์ส โดยจะทยอยเสิร์ฟตั้งแต่คำแรกกับเมนูคาว ไปจนถึงเมนูหวาน ที่ทำให้แต่ละเมนูยังคงความสดใหม่ จุดที่ชอบคือบรรยากาศของมื้อที่ไม่ได้เร่งให้รับประทานทุกอย่างในคราวเดียว แต่มีเวลาให้ค่อย ๆ ลองแต่ละคำ ได้พูดคุยและเพลิดเพลินกับช่วงบ่ายได้อย่างเต็มที่

Harmony & Heritage Afternoon Tea ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่อง ความกลมกลืน ความสมดุล และความงดงามของการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล สร้างสรรค์โดย เชฟอาสึกะ มัตสึบาระ (Chef Asuka Matsubara) Pastry Chef ผู้ทำงานร่วมกับศิลปินจากฮ่องกง Alvin C.K. Lam โดยนำความละเอียดอ่อนของงานฝีมือและเทคนิคขนมหวานแบบญี่ปุ่นมาผสมผสานกับวัตถุดิบและรสชาติที่คุ้นเคยในแบบไทย รายละเอียดจึงปรากฏทั้งในรูปทรง สีสัน การจัดวาง และองค์ประกอบของแต่ละเมนู

เริ่มต้นคอร์สแรกด้วย Welcome Bite กับเมนู Scallop Chawanmushi ให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น โดยเสริมความกลมกล่อมจากไวน์สาโตะ กุ้งแห้งและคาเวียร์ออสเซตรา ก่อนต่อด้วย Monaka ขนมญี่ปุ่นที่นำมาจับคู่กับมะละกอดิบ กลิ่นหอมของน้ำปลาไทย และผงมะเขือเทศ ให้ฟีลเหมือนการยกเมนูส้มตำมาในรูปแบบคำเล็กแบบญี่ปุ่น มีทั้งความกรอบของ Monaka ความเปรี้ยวสดชื่นของมะละกอดิบ เป็นคำที่น่าสนใจไม่น้อย


เข้าสู่ Savory Land กับเมนูคาวที่เสิร์ฟในสไตล์แบบ Sando หรือแซนด์วิชญี่ปุ่นเริ่มต้นอย่าง Pork Neck with Green Shiso กับเนื้อหมูส่วนคอที่ให้สัมผัสนุ่มกำลังดี รสชาติกลมกล่อมและเข้าถึงง่าย เสริมกลิ่นหอมสดชื่นของ Green Shiso อีกเมนูคือ Lo Hei Salmon with Crispy Quinoa แซลมอนที่ให้รสชาติสดและละมุน เพิ่มความสนุกของของเนื้อสัมผัสด้วย Crispy Quinoa ที่กรุบกรอบในทุกคำ ทำให้จานนี้มีทั้งความนุ่มของปลาและความกรอบเล็ก ๆ แทรกอยู่ตลอดการรับประทาน

เข้าสู่ช่วง Sweet ด้วย Soufflé Cheesecake เนื้อเบานุ่มละมุน และสะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนในทุกสัมผัส ทั้งความเรียบง่ายและความพอดีของรสชาติที่ไม่หนักจนเกินไป ตามด้วยอีกหนึ่งเมนูคือ Coconut Foam, Taro, Sakura Flower, Mikado ที่นำกลิ่นอายของญี่ปุ่นมาผสมกับรสชาติของมะพร้าวและเผือก พร้อมการจัดเสิร์ฟที่ได้แรงบันดาลใจจากธงญี่ปุ่น และการหยิบ Mikado หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อป๊อกกี้ มาตีความใหม่ให้เข้ากับองค์ประกอบของจาน


ก่อนเข้าสู่ Pre-Dessert ที่ช่วยล้างปากด้วย Thai Fruit on Ice โดยจะปรับเปลี่ยนผลไม้ไปตามช่วงเวลาและวัตถุดิบที่มี ในวันที่เราไปรับประทานเสิร์ฟเป็นลำไยให้ความหวานหอมแบบผลไม้ไทย ก่อนต่อด้วย Lollipop ที่เสิร์ฟมาสองแท่งสองรสชาติ ได้แก่ Mango Sorbet, Japanese และ Chili Lime Basil, Thai Salt ที่มีทั้งความสดชื่นจากมะม่วงและรสชาติของพริกเกลือช่วยเตรียมรสชาติก่อนเข้าสู่ขนมหวานชุดถัดไป


สำหรับ Dessert Platter มีเมนู Peach Mochi ที่ให้สัมผัสนุ่มหนึบแบบโมจิ แป้งบางเบาห่อไส้พีชที่ให้ความหวานละมุนและกลิ่นหอมสดชื่นในแบบผลไม้ฤดูร้อน ต่อด้วย Green Matcha Puff with Sago Pearl พัฟเนื้อกรอบเบาด้านนอก ตัดกับความเข้มข้นของมัตจะด้านใน และเพิ่มมิติด้วยสาคูที่ให้ความหนึบเล็ก ๆ และ Chiang Mai Chocolate with Yuzu ที่นำช็อกโกแลตจากเชียงใหม่ซึ่งมีความเข้มลึกมาจับคู่กับ Yuzu ที่ให้ความเปรี้ยวสดชื่นอย่างมีชีวิตชีวา ปิดท้ายช่วงของหวานได้อย่างน่าประทับใจ



ช่วงท้ายของขนมหวานเป็น Mignardises Platter ที่เสิร์ฟขนมคำเล็ก ๆ โดยแบ่งออกเป็นสามเมนู โดยเริ่มจาก Lakorn Madeleine ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Art Piece ในห้อง Lakorn ซึ่งสื่อถึงชีวิตริมน้ำของคนไทย พร้อมรายละเอียดของงานขนมที่เรียบง่ายและประณีต ต่อด้วย Crispy Rice หรือข้าวพองเคลือบช็อกโกแลตจากเชียงใหม่ ที่ให้สัมผัสกรอบเบา และปิดท้ายด้วย Calamansi Fruit Jelly ที่ให้รสเปรี้ยวสดชื่น ช่วยล้างปากและทำให้จบคอร์สได้อย่างสมดุล




ในส่วนของเครื่องดื่มมีให้เลือกทั้ง Japanese Tea ที่ช่วยเสริมรสชาติความเป็นญี่ปุ่นอย่าง Matcha, Sencha, Hojicha, Genmaicha, Matcha Latte และ Hojicha Latte โดยจะมีพนักงานเข็น Matcha Trolley มาทำให้ชมกันที่ข้างโต๊ะ ทำให้ช่วงเครื่องดื่มมีรายละเอียดที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย และยังมี Selection of Hot & Iced Coffees ให้เลือกดื่มคู่กับชุดน้ำชายามบ่ายชุดนี้อีกด้วย



สิ่งที่รู้สึกชอบใน Harmony & Heritage Afternoon Tea คือรูปแบบการเสิร์ฟที่ไม่เร่งรีบ แต่ละคอร์สทยอยออกมาอย่างเป็นลำดับ จึงมีเวลาให้ชิมและพูดคุยโดยไม่ต้องรีบจัดการขนมทั้งหมดบนโต๊ะในครั้งเดียว ตอกย้ำว่าแนวคิดเรื่อง Harmony และ Balance จึงไม่ได้อยู่เฉพาะในรายละเอียดของเมนูเท่านั้น โดยชุดนี้ให้บริการตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป ในราคาเพียง 1,050++ บาทต่อท่าน ที่ Lakorn ชั้น 7 ของโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok)

Lakorn
- Location: ชั้น 7 โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok)
- Opening Hours: ทุกวัน เวลา 14.00 – 17.00น. (Afternoon Tea)
- Reservations: 02-080-0070
- Facebook: RosewoodBangkok
- Instagram: @rosewoodbangkok
- Website: https://www.rosewoodhotels.com/en/bangkok







