เวลารู้ว่าร้านอาหารแห่งหนึ่งมีดาราหรือคนดังอยู่เบื้องหลัง เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามอยู่ในใจไม่ต่างกันว่าอาหารจะอร่อยจริงไหม งานนี้เลยอยากชวนให้เปิดใจให้ Talayjai Dining ร้านอาหารทะเลที่มี Jamyjames หรือ คุณเจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ นักแสดงมากฝีมืออยู่เบื้องหลัง โดยเราอยากชวนให้ลองวางอคติไว้ แล้วใช้สิ่งที่ได้ชิมจริงเป็นคำตอบ เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าของร้าน สิ่งที่ทำให้เราอยากกลับไปอีกครั้งก็คงหนีไม่พ้นรสชาติอาหารที่อยู่ตรงหน้า

เบื้องหลังของ Talayjai Dining มีแนวคิดที่น่าสนใจ โดยคุณเจมส์เป็นผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานซีฟู้ดมากเป็นพิเศษ ถึงขั้นที่สามารถทานได้ทุกวัน ความชอบนี้จึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการลงมือพัฒนาเมนูด้วยตัวเอง ทั้งการทดลองวัตถุดิบ การจับคู่รสชาติ และการทำ R&D เพื่อให้ได้อาหารในแบบที่ต้องการ เป็นที่มาที่แนวทางของร้านเน้นอาหารทะเลไทยที่นำมาปรุงและจัดเสิร์ฟในรูปแบบร่วมสมัย โดยยังคงให้ความสำคัญกับรสชาติที่คนไทยคุ้นเคย สิ่งที่น่าสนใจคือการนำวัตถุดิบใกล้ตัวและอาหารที่เรารู้จักมาปรับรายละเอียดใหม่ บางจานมีหน้าตาแตกต่างจากที่คิด ขณะที่บางจานยังคงความเรียบง่ายของอาหารทะเลเอาไว้

เริ่มต้นกันด้วยสองเมนูที่ทำให้เห็นแนวทางการนำเสนออาหารของ Talayjai Dining ได้อย่างน่าสนใจอย่าง มูสหอยนางรม (Oyster Mousse) ที่เสิร์ฟบนขนมปังชิ้นเล็กอบจนกรอบ ตัวมูสมีเนื้อสัมผัสเนียนละเอียดมาก เมื่อรับประทานแล้วให้ความรู้สึกคล้ายกำลังทานหอยนางรมคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด เป็นการนำรสชาติที่คุ้นเคยมาอยู่ในรูปแบบใหม่ที่รับประทานได้ในคำเดียว ส่วน โครเกต์กรรเชียงปูใบชะพลู (Croquettes de Geang Poo) นำรสชาติของแกงปูใบชะพลูมาตีความใหม่ในรูปแบบโครเกต์ ด้านนอกกรอบ ขณะที่รสชาติด้านในยังคงความเข้มข้นของเครื่องแกง ความเผ็ดร้อนและความกลมกล่อมของกะทิ จานนี้ทำเอาต้องร้องว้าวกับความจัดจ้าน เพราะยังคงเอกลักษณ์ของแกงไทยไว้ได้อย่างชัดเจน แม้จะเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอไปจากเดิม


ลิ้มลองกันต่อกับ กะหล่ำย่างครัมเบิ้ลปลาเค็ม (Grilled Cabbage with Salted Fish Crumbs and Fish Sauce) เมนูที่ส่วนตัวค่อนข้างชอบ เพราะย่างกะหล่ำมาได้พอดี เนื้อด้านในนุ่มและยังมีความหวานตามธรรมชาติ ก่อนเติมความหอมและรสเค็มจากครัมเบิ้ลปลาเค็มและน้ำปลา เป็นการนำวัตถุดิบที่ดูเรียบง่ายมาสร้างรสชาติให้มีมิติมากขึ้น ส่วน ซีซาร์สลัดน้ำพริกไข่ปู (Spicy Crab Roe Caesar Salad) เป็นการนำแนวคิดของซีซาร์สลัดมาผสมกับน้ำพริกไข่ปู เพิ่มความจัดจ้านในแบบไทยให้กับสลัดจานนี้ รสชาติเข้มข้นและมีความแตกต่างจากซีซาร์สลัดที่คุ้นเคย ขณะที่ ใบเหลียงผัดไข่กุ้งเสียบ (Stir-Fried Melinjo Leaves with Dried Shrimps) หยิบวัตถุดิบที่พบได้บ่อยในอาหารใต้มาปรุงอย่างเรียบง่าย ทั้งใบเหลียงผัดไข่และกุ้งเสียบที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมเฉพาะตัว เป็นอีกจานที่เติมรสชาติแบบท้องถิ่นให้กับมื้อนี้



สำหรับผู้ที่ชอบอาหารทะเลรสจัด ยำปลาดิบสไตล์เปรู (Ceviche) เป็นอีกจานที่น่าสนใจ เพราะนำปลาดิบมาปรุงในแบบเซวิเช่ที่ใช้ความเปรี้ยวเป็นองค์ประกอบสำคัญ เสริมด้วยเครื่องปรุงและพริกที่ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติ สำหรับจานนี้รสชาติจัดจ้านชัดเจนตั้งแต่คำแรก ส่วน วายคั่ว (Samui Coconut Braised Octopus) พาไปรู้จักอาหารพื้นถิ่นของเกาะสมุย ผ่านหมึกสายขนาดเล็กที่ชาวสมุยเรียกว่า หมึกโวยวาย ที่นำมาต้มคั่วกับกะทิและกะปิ เคล้ากับสมุนไพรไทย ก่อนปรุงให้ได้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน เป็นเมนูที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมการกินของชุมชนชายฝั่งได้ดี


มาถึงเมนูที่มีความคุ้นเคยอย่าง ข้าวขยำปู (Steamed Crab with Rice) ที่ชูวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อปูและข้าวมาเป็นองค์ประกอบสำคัญ แม้จะเป็นอาหารที่ดูเรียบง่าย แต่จานนี้ทำได้ถึงมาก เพราะไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนการนำเสนอซับซ้อนก็ทำให้มื้ออาหารน่าจดจำได้ ส่วน พาสต้าปู (Crab Coconut Dip Pasta) เป็นการนำเนื้อปูมาจับคู่กับพาสต้าและซอสมะพร้าวที่ได้แรงบันดาลใจจากหลน ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบทะเลกับรูปแบบอาหารตะวันตกได้อย่างน่าสนใจ



ขยับมาที่เมนูปลาอย่าง กุดสลาดหนังฟูซอสซีอิ๊ว (Crispy Skin Coral Grouper with Soy Sauce) เป็นอีกจานที่ค่อนข้างชอบ โดยเลือกใช้ปลากุดสลาดจากทะเลไทย จุดเด่นอยู่ที่หนังปลาซึ่งทำออกมาได้ฟูและกรอบ ขณะที่เนื้อด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ เมื่อรับประทานคู่กับซอสซีอิ๊วที่ให้รสเค็มหวานกลมกล่อมและมีกลิ่นหอมของขิงกับต้นหอมแล้วเข้ากันดี อีกจานคือ กะพงจุดฟ้าดรายเอจย่างโคโคบลอง (Dry-Aged Leopard Grouper with Tom Kha Beurre Blanc) ที่นำปลาผ่านกระบวนการ Dry-Aging มาย่าง ก่อนเสิร์ฟพร้อมซอส Tom Kha Beurre Blanc ซึ่งผสานรสชาติและกลิ่นหอมแบบต้มข่าไทยเข้ากับซอสเนยสไตล์ฝรั่งเศส เป็นการจับคู่เทคนิคการปรุงแบบตะวันตกเข้ากับรสชาติที่คุ้นเคยของไทย


หลังจากได้ลองอาหารหลายจานของ Talayjai Dining ทำให้รู้สึกว่ามีรายละเอียดให้น่าจดจำอยู่ไม่น้อย จนต้องหวนให้กลับมานึกถึงคำถามแรกว่า ร้านอาหารที่มีดาราอยู่เบื้องหลังจะอร่อยจริงไหม สำหรับ SOtraveler แล้ว การได้มาลองด้วยตัวเองครั้งนี้ทำให้เห็นว่า ไม่ควรรีบตัดสินอาหารจากชื่อเสียงของเจ้าของร้าน เพราะเมื่อได้ชิมแล้ว สิ่งที่ทำให้จดจำ Talayjai Dining ได้กลับเป็นรสชาติของอาหารแต่ละจาน และต้องยอมรับว่ามื้อนี้ทำให้ประทับใจอยู่ไม่น้อยเลย

Talayjai Dining
- Location: เดอะกลาส มาร์เก็ต บางนา (The Glass Market Bangna)
- Opening Hours: วันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี 11.00 – 22.00น. | วันศุกร์ – วันเสาร์ 11.00 23.00น.
- Reservations: 082-105-0901
- Facebook: Talayjaidining
- Instagram: @talayjai.dining







