ได้ยินมาว่าที่ Tenko Omakase ภายใน โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (Pullman Bangkok King Power) มีเชฟคนใหม่เข้ามาดูแลในตำแหน่ง Executive Japanese Chef นั่นคือ เชฟซาโตชิ ซาวาดะ (Chef Satoshi Sawada) ผู้สั่งสมประสบการณ์ในวงการอาหารญี่ปุ่นมากว่า 30 ปี และมีประสบการณ์ทำงานในไทยมาอย่างยาวนาน ครั้งนี้เชฟนำเสนอคอร์ส KAPPO OMAKASE KAISEKI 14 Course Dinner ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ SOtraveler อยากลิ้มลองว่า Tenko Omakase ภายใต้เชฟคนใหม่จะออกมาเป็นอย่างไร


สิ่งที่น่าสนใจในแนวทางของเชฟ คือการไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับรูปแบบอาหารญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว เชฟยังสนใจเทคนิคการปรุงจากอาหารหลากหลายวัฒนธรรม แล้วนำมาปรับใช้กับวัตถุดิบญี่ปุ่น สำหรับคอร์สนี้จึงได้เห็นทั้งจานที่เรียบง่ายแบบญี่ปุ่น และจานที่มีวิธีปรุงหรือหน้าตาแตกต่างออกไป โดยยังใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลเป็นหลัก

เริ่มต้นคอร์สด้วย Honmaguro Tartare, Dashi Aspic, Caviar ตัวทูน่าครีบน้ำเงินมีรสหวานตามธรรมชาติ เนื้อนุ่มละเอียด ดาชิเจลลี่เข้ามาเพิ่มรสอูมามิแบบญี่ปุ่น ส่วนคาเวียร์ให้รสเค็มชัดขึ้นในตอนท้าย เป็นคำเปิดมื้อที่รสไม่หนักจนเกินไป ตามด้วย Ankimo Monkfish Liver, Monaka Wafer หรือตับปลามังค์ฟิช วัตถุดิบที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและความมันเข้มข้น มักถูกนำมารับประทานในช่วงฤดูหนาว เชฟนำตับปลามังค์ฟิชมาเสิร์ฟกับแผ่นแป้งญี่ปุ่นบางกรอบที่มีรสอ่อน ๆ ความกรอบของโมนากะช่วยตัดความมันของตับปลา ทำให้จานนี้มีเนื้อสัมผัสที่ต่างกันชัดเจน



ลอง Bonito Consommé Soup, Ainame Fish ซุปใสที่ใช้ปลาโบนิโตเป็นฐาน ให้รสอูมามิที่มีกลิ่นหอมของปลา ก่อนเสิร์ฟคู่กับปลาไอนาเมะ เนื้อปลาสีขาวที่มีรสหวานอ่อน ๆ เป็นวัตถุดิบที่พบได้ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต่อด้วย Seasonal Sashimi ที่เสิร์ฟมาถึง 3 ชนิด เริ่มจากปลาอิชิงาคิไดเนื้อแน่นละเอียด และกุ้งโบตันกุ้งเนื้อแน่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานตามธรรมชาติและเนื้อสัมผัสที่ฉ่ำกว่าเนื้อกุ้งทั่วไป ก่อนปิดด้วยโอโทโร่หรือส่วนท้องของทูน่าครีบน้ำเงินที่มีไขมันแทรกสูง จึงให้เนื้อสัมผัสนุ่มละลายในปาก


ห้ามพลาดกับ Shiro Amadai Yakimono หรือปลาอมาไดขาวปลาทะเลเนื้อขาวที่มีรสหวานตามธรรมชาติ เชฟเลือกนำมาย่างจนทำให้ผิวด้านนอกมีกลิ่นหอมจากไฟและกรอบ ขณะที่เนื้อด้านในยังคงความนุ่มเอาไว้ เป็นจานที่น่าสนใจทีเดียว และ Uni Gratin & Black Truffle หรือไข่หอยเม่นญี่ปุ่นที่มีรสหวาน มันและกลิ่นทะเลที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อนเติมทรัฟเฟิลดำที่มีกลิ่นหอมลึกเข้ามา จึงเป็นจานที่มีรสเข้มข้น มีกลิ่นหอมชัดกว่าช่วงก่อนหน้า



อีกจานที่น่าสนใจกับ Kadaif Shrimp, Ikura Tartare Sauce กุ้งที่ห่อด้วยเส้นคูนาฟ่าบาง ๆ แล้วทอดจนกรอบ ด้านนอกให้เนื้อสัมผัสกรุบ ขณะที่ด้านในยังได้ความหวาน ตามด้วยความเด้งของเนื้อกุ้ง เสิร์ฟคู่กับซอสทาร์ทาร์ที่ใส่ไข่ปลาแซลมอนเพิ่มรสเค็มเข้ามา ทำให้จานนี้มีทั้งความกรอบ ความหวานและความเค็มอยู่ในคำเดียว ก่อนขยับมาที่ Himi Udon, Karasumi Roe, Ossetra Caviar หรือฮิมิอูด้งเส้นอูด้งจากเมืองฮิมิในจังหวัดโทยามะที่ขึ้นชื่อเรื่องเส้นเหนียวนุ่มและเนื้อสัมผัสที่ลื่น นำมาเสิร์ฟกับไข่ปลากระบอกตากแห้งที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ก่อนเติมคาเวียร์ออสเซตราที่มีเม็ดค่อนข้างแน่น ช่วยเพิ่มทั้งความหอมให้กับอูด้งได้ดี



Kanburi Fatty Yellowtail Shabu-Shabu, Sudachi Ponzu กับปลาหางเหลืองญี่ปุ่นที่มีไขมันสะสมมากขึ้นในช่วงอากาศหนาว ทำให้เนื้อมีความมันกว่าช่วงอื่นของปี เชฟนำส่วนที่มีไขมันมาทำเป็นชาบู เพียงลวกผ่านน้ำร้อน เนื้อปลาจะเปลี่ยนเป็นสีขาวนวลและมีสัมผัสนุ่มฉ่ำขึ้น เสิร์ฟกับซูดาจิพอนสึที่มีรสเปรี้ยวช่วยตัดความมันของปลาได้ดี มาถึงไฮไลท์อย่าง Seasonal Omakase Sushi เสิร์ฟมา 4 คำ เริ่มจาก ชิมะอาจิ หรือปลาทูแขกญี่ปุ่นที่เนื้อแน่น ตามด้วย ซาวาระ หรือปลาอินทรีญี่ปุ่นที่มีความมันละเอียดขึ้น ก่อนเข้าสู่ ชิเมะซาบะ ปลาซาบะที่ผ่านการหมักเกลือและน้ำส้มสายชู ก่อนปิดท้ายด้วย ชูโทโร่ เนื้อท้องส่วนกลางของทูน่าครีบน้ำเงินที่มีไขมันแทรกมากกว่าเนื้อส่วนแดงทั่วไป จึงให้สัมผัสนุ่มและมันขึ้นอย่างชัดเจน





ปิดท้ายด้วย Tofu Panna Cotta, Yuzu Kuromitsu หรือพานาคอตต้าเต้าหู้เนื้อเนียนนุ่ม เสิร์ฟคู่กับยูซุที่มีกลิ่นหอมสดชื่น มีรสเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ ก่อนเติมคุโรมิตสึหรือน้ำเชื่อมน้ำตาลดำญี่ปุ่นที่ให้ความหวานพร้อมกลิ่นคล้ายคาราเมลบาง ๆ ความเปรี้ยวหอมของยูซุช่วยตัดความหวานของคุโรมิตสึ

เรียกว่าเป็นโอมากาเสะที่ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับซูชิหรือซาชิมิเพียงอย่างเดียว ระหว่างทางยังได้เห็นวิธีที่เชฟนำเทคนิคจากอาหารญี่ปุ่นและตะวันตกมาใช้กับวัตถุดิบเดียวกันในมุมที่ต่างออกไป สำหรับคนที่ชอบโอมากาเสะที่มีทั้งเรื่องของวัตถุดิบตามฤดูกาลและวิธีปรุงให้ติดตามไปตลอดทั้งมื้อ คอร์สนี้ถือว่าเป็นมื้อที่มีรายละเอียดให้ค้นหาอยู่พอสมควร สำหรับ KAPPO OMAKASE KAISEKI 14 Course Dinner สนนราคาอยู่ที่ 5,500 บาทสุทธิ / ท่าน ที่ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (Pullman Bangkok King Power)

Tenko Omakase
- Location: โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (Pullman Bangkok King Power)
- Opening Hours: วันอังคาร – วันอาทิตย์ 17.30น. และ 20.30น. (วันละ 2 รอบ)
- Reservations: 02-680-9999
- Facebook: tenkobangkok
- Instagram: @tenkobangkok
- Website: https://tenkoomakasebangkok.com







