หลังจากผ่านวันทำงานมาทั้งสัปดาห์ คืนวันศุกร์น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราไม่จำเป็นต้องเร่งรีบไปไหนอีกแล้ว The Friday Night Table ที่ห้องอาหารจีนหนานเป่ย (Nan Bei) บนชั้น 19 ของ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok) ได้ออกแบบมื้ออาหารจีนให้เข้ากับบรรยากาศของค่ำคืนวันศุกร์แบบนี้ ด้วยอาหารหลายจานที่นำมาแบ่งปันกันบนโต๊ะ ตั้งแต่ซีฟู้ด ของทอด บาร์บีคิวและติ่มซำ ไปจนถึงเมนูจากหม้อดินและของหวาน ทำให้ในมื้อหนึ่งมีโอกาสลิ้มลองได้หลากหลายรสชาติ

ที่ Nan Bei เราจะได้สัมผัสอาหารจีนจากหลายภูมิภาค ทั้ง Canton, Sichuan และ Hunan ภายใต้การดูแลของ เชฟแมทธิว เกง (Chef Matthew Geng) เชฟชาวปักกิ่งที่เกิดและเติบโตในประเทศจีน และมีประสบการณ์ทำงานในโรงแรมระดับห้าดาวมามากกว่า 27 ปี สำหรับ The Friday Night Table เชฟนำแนวคิดของอาหารจีนมาจัดเป็นมื้อให้ได้ลองหลากหลายเมนูในเซตเดียว โดยอาหารจะทยอยเสิร์ฟตามลำดับ และมีบางช่วงให้เลือกรายการอาหารได้ตามใจชอบ เช่นเดียวกับที่ SOtraveler ได้ลิ้มลองในครั้งนี้ ถือเป็นอีกมื้อที่น่าสนใจทีเดียว

เริ่มต้นมื้อด้วย Appetizer to Share กับ Seafood on Ice ที่รวมกุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์ และหอยกาบ เสิร์ฟเย็นบนถาดน้ำแข็ง ให้รสหวานสดชื่นตามธรรมชาติของซีฟู้ด ต่อด้วย Drunken Cucumber Salad แตงกวาหั่นบางคลุกน้ำมันงาและเปลือกส้มแห้ง แตงกวายังกรอบและให้รสสดชื่น มีความหอมของน้ำมันงาและกลิ่นส้มแห้งช่วยเพิ่มรสชาติ ก่อนเข้าสู่ Steamed Egg ไข่นึ่งเนื้อนุ่ม เสิร์ฟกับซีอิ๊วสูตรพรีเมียมและต้นหอม ให้รสเค็มกลมกล่อมและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของต้นหอม



จากนั้นเข้าสู่ช่วงของ Deep Fried ที่เสิร์ฟมาสามอย่าง เริ่มจาก Rou Jiamo แซนด์วิชเนื้อสไตล์จีนจากมณฑลส่านซี ใช้แป้งขนมปังอบกรอบผ่าตรงกลางแล้วใส่เนื้อปรุงรสไว้ด้านใน เป็นเมนูที่หยิบรับประทานง่ายและมีรสเค็มหอมจากเนื้อ ต่อด้วย Cantonese Barbecue Pork Puff พัฟไส้หมูแดงแบบกวางตุ้ง แป้งด้านนอกหอมและกรอบเบา ๆ ส่วนไส้หมูแดงให้รสหวานเค็มกำลังดี หอมแป้งและอร่อยมาก ปิดท้ายด้วย Fried Fish Fillet เนื้อปลาชุบแป้งทอดจนกรอบ เสิร์ฟคู่กับซอสทาร์ทาร์แบบจีนและผักดอง รสเปรี้ยวเค็มของซอสและผักดองช่วยตัดความมันของของทอด ทำให้รับประทานได้เพลินขึ้น




ต่อด้วยช่วง BBQ & Roast ที่มีให้เลือกคนละเมนูอย่าง Barbequed Platter รวมเนื้อสามอย่างในจานเดียว ไม่ว่าจะเป็นหมูแดงให้รสหวานเค็มและมีกลิ่นหอมจากการย่าง หมูสามชั้นมีหนังกรอบตัดกับเนื้อนุ่มและมันของหมู ส่วนเนื้อแสนนุ่มซึ่งเป็นจานที่เราชอบที่สุดในชุดนี้ หรือจะเลือกลอง Crispy Organic Chicken หรือไก่ย่างหนังกรอบ ที่ได้ทั้งความกรอบของหนังและกลิ่นหอมของเกลือโป๊ยกั๊กที่ช่วยเพิ่มรสให้กับเนื้อไก่ได้ดี






ทานอาหารจีนทั้งที จะขาด Dim Sum Basket ไปคงไม่ได้ เริ่มจาก Shrimp Dumpling with Black Garlic ขนมจีบไส้กุ้งที่เติมกระเทียมดำลงไป รสชาติของกุ้งยังมีความหวาน และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของกระเทียมดำเข้ามาเสริม เป็นคำที่รู้สึกว่าโดดเด่น ต่อด้วย Crab Meat Xiao Long Bao เสี่ยวหลงเปาไส้เนื้อปู แป้งบางห่อไส้ที่มีความหอมและรสหวานของปู ส่วนคำสุดท้ายคือ Morning Glory Dumpling เกี๊ยวไส้ผักบุ้ง ให้รสชาติของผักที่ชัดเจนและมีความสดของผักอยู่ในคำเดียวกัน

อีกหนึ่งช่วงที่น่าสนใจคือ Table Side กับ Tamarind Flaming Duck หรือเป็ดปักกิ่งที่เราคุ้นเคย ตัวเป็ดผ่านการย่างจนหนังด้านนอกมีความกรอบ ขณะที่เนื้อด้านในยังนุ่มและมีความฉ่ำ เสิร์ฟคู่กับรสชาติของมะขาม ที่ให้ความเปรี้ยวหวาน ช่วยตัดความมันของหนังเป็ดและทำให้รสชาติโดยรวมสดขึ้น เป็นการนำวัตถุดิบที่คุ้นเคยในอาหารไทยมาใส่ไว้ในเมนูเป็ดปักกิ่ง ทำให้จานนี้มีรสชาติแตกต่างจากเป็ดปักกิ่งที่เราคุ้นเคยกันอยู่พอสมควร



เข้าสู่ช่วง Clay Pot, Wok Hei โดยมี Blue Crab Claypot Rice หรืออบหม้อดินที่มาพร้อมเนื้อปู ต้นหอมและไข่ปลา ตัวข้าวมีกลิ่นหอมจากการอบในหม้อดิน เนื้อปูให้รสหวานตามธรรมชาติ ขณะที่ไข่และต้นหอมช่วยเติมความกลมกล่อม ส่วนไขปลาช่วยเพิ่มรสเค็มและเนื้อสัมผัสให้กับข้าวในแต่ละคำ อีกตัวเลือกคือ Wagyu Beef เนื้อวากิวผัดกับซอสหอยนางรมและบรอกโคลี ได้รสเค็มกลมกล่อมจากซอสหอยนางรม และมีกลิ่นหอมจากการผัดด้วยไฟแรง เนื้อวากิวนุ่ม รับประทานคู่กับบรอกโคลีแล้วรสชาติกำลังดี


ปิดท้ายด้วย Dessert to Share ที่มีทั้ง Sago, Pomelo, Mango Sorbet สาคูเสิร์ฟคู่กับส้มโอและซอร์เบต์มะม่วง ที่ให้รสหวานหอมของมะม่วงและความเย็นสดชื่น ขณะที่ส้มโอมีรสเปรี้ยวอมหวานช่วยตัดความหวาน ทานแล้วสดชื่นและเป็นอีกเมนูที่น่าสนใจ ตามด้วย Mini Churros ชูโรสชิ้นเล็กคลุกเครื่องเทศจีนห้าชนิด เสิร์ฟพร้อมซอสช็อกโกแลต รสหวานหอมของช็อกโกแลตเข้ากับกลิ่นเครื่องเทศได้ดี ก่อนปิดท้ายด้วย Seasonal Fruits on Ice ผลไม้ตามฤดูกาลเสิร์ฟเย็น ให้รสหวานสดและช่วยจบมื้อได้อย่างเบาสบาย




ถือว่า The Friday Night Table เป็นมื้อที่มีจังหวะการรับประทานค่อนข้างสนุก เพราะอาหารถูกทยอยเสิร์ฟมาตามลำดับ ทำให้โต๊ะมีอะไรให้ลองเรื่อย ๆ มีทั้งจานที่น่าสนใจเป็นพิเศษและจานที่ช่วยเติมความหลากหลายให้กับมื้อ เหมาะกับการมานั่งรับประทานร่วมกันหลายคนในคืนวันศุกร์ โดย The Friday Night Table ให้บริการในศุกร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน ในราคาเพียง 1,680++ บาทต่อท่าน ที่ห้องอาหารจีนหนานเป่ย (Nan Bei) บนชั้น 19 ของ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok)


Nan Bei
- Location: ชั้น 19 โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok)
- Opening Hours: ทุกวัน เวลา 11.30 – 14.30น. | 18.00 – 22.00น.
- Reservations: 02-080-0080
- Facebook: nanbei.bkk
- Instagram: @nanbei.bkk
- Website: https://www.rosewoodhotels.com/en/bangkok/dining/nan-bei







