จากครั้งก่อนที่ SOtraveler ได้แวะมาสัมผัส Seasonal Kaiseki ที่ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato Restaurant) ณ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ครั้งนี้ขอกลับมาอีกครั้งเพื่อทำความรู้จักกับอีกหนึ่งรูปแบบการปรุงอาหารญี่ปุ่นที่น่าสนใจอย่าง Teppanyaki Sazanka ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการทานอาหารหน้าเตา ชมเชฟปรุงวัตถุดิบกันแบบใกล้ชิด ตั้งแต่อาหารทะเลไปจนถึงเนื้อวากิว พร้อมสัมผัสกลิ่นหอมจากการย่างบนเตาถ่านและเทคนิคการปรุงที่ทำให้มื้ออาหารมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง


อีกเหตุผลที่ทำให้การกลับมาครั้งนี้น่าสนใจ คงหนีไม่พ้นการได้พบกับเชฟคนใหม่ของ Yamazato อย่าง เชฟมาซาโนริ โทมิคาวะ (Chef Masanori Tomikawa) ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง Executive Japanese Chef ที่ The Okura Prestige Bangkok ได้ไม่นาน เชฟมีประสบการณ์ทำงานกับห้องอาหาร Yamazato ณ Hotel Okura Amsterdam ซึ่งได้รับการยอมรับจาก Michelin Guide ด้วย 1 ดาวมิชลิน การได้มาพบกับเชฟที่มีพื้นฐานจากห้องอาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจที่ทำให้เราอยากมาสัมผัสแนวทางการปรุงอาหารและมุมมองของเชฟผ่านมื้ออาหารนี้

สำหรับมื้อนี้เราเลือก Sazanka Experience Set กับเซต HOSHI ซึ่งเริ่มต้นด้วย Chef’s Welcome Amuse Bouche ที่เสิร์ฟเป็ดรมควันและ Egg Yolk เป็นคำแรก ก่อนเข้าสู่เมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Otsukuri เป็นปลาดิบหลากชนิดที่จัดเสิร์ฟบนถาดน้ำแข็ง ตกแต่งด้วยใบไม้และดอกไม้เล็ก ๆ ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับจาน เป็นการเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยรสชาติของวัตถุดิบจากท้องทะเล ก่อนเข้าสู่ช่วงของการปรุงอาหารบนเตาเทปปันยากิ


เข้าสู่ช่วงของวัตถุดิบหลักในเซต HOSHI ที่จัดมาให้ครบทั้ง 3 รายการ ได้แก่ Iwate Wagyu Sirloin น้ำหนัก 200 กรัม มาพร้อม Tiger Prawn และ Hokkaido Scallop โดยเชฟจะค่อย ๆ นำวัตถุดิบแต่ละชนิดลงปรุงบนเตาเทปปันยากิให้ชมกันตรงหน้า เริ่มจากกุ้ง Tiger Prawn และหอยเชลล์ Hokkaido Scallop ที่เสิร์ฟคู่กับผักย่างอย่างเห็ดหอม ซูกินีและพริกหวาน ตัวกุ้งมีเนื้อแน่น ส่วนหอยเชลล์ให้สัมผัสนุ่มฉ่ำ พร้อมรสหวานตามธรรมชาติของวัตถุดิบ เป็นการเริ่มต้นช่วงเมนูหลักที่ได้ลิ้มลองทั้งอาหารทะเลและเนื้อวากิวในเซตเดียวกัน


และจานที่เรารอคอยก็มาถึงกับ Iwate Wagyu Sirloin เนื้อวากิวน้ำหนัก 200 กรัมที่มีลายไขมันแทรกอยู่ทั่วชิ้น เราเลือกให้เชฟปรุงในระดับ Medium ทำให้เนื้อยังคงความนุ่มและฉ่ำ มีรสชาติเต็มคำโดยแทบไม่ต้องปรุงแต่งเพิ่มเติม เสิร์ฟมาพร้อมซอส เกลือและวาซาบิสด ให้ลองจับคู่ได้ตามความชอบ ส่วนตัวเราชอบทานคู่กับเกลือและวาซาบิ เพราะช่วยชูรสชาติของเนื้อได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่ชื่นชอบเนื้อวากิว จานนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้เซต HOSHI น่าประทับใจ



พลาดไม่ได้กับ Fried Garlic Rice หรือข้าวผัดกระเทียมที่เชฟปรุงสดบนเตาเทปปันยากิ เสิร์ฟพร้อม Miso Soup และ Pickles ข้าวผัดมีกลิ่นหอมกระเทียม รสชาติกลมกล่อม ทานคู่กับเนื้อวากิวและอาหารทะเลได้เป็นอย่างดี นอกจากเมนูในเซตแล้ว ยังลองสั่งเมนูเพิ่มเติมอย่าง Negitoro ปลาทูน่าส่วนท้องสับผสมต้นหอม เสิร์ฟในรูปแบบมากิโรล และ Yakisoba เส้นยากิโซบะผัดกับเนื้อสัตว์และผัก ทั้งสองเมนูช่วยเพิ่มสีสันให้กับมื้อนี้ได้เป็นอย่างดี



สำหรับของหวานของเซตนี้สามารถเลือกได้ระหว่าง Ice Cream หรือ Fresh Fruits โดยมื้อนี้ขอเลือกเป็นไอศกรีมมัตจะ ที่เสิร์ฟพร้อมขนมอบเนื้อเบา ๆ ให้ทานคู่กัน ตัวไอศกรีมมีเนื้อสัมผัสเนียนและให้รสมัตจะที่ชัดเจน เป็นของหวานที่ช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างพอดี ใครที่ชอบของหวานแบบไม่หนักจนเกินไป สามารถเลือกเป็นผลไม้สดแทนได้เช่นกัน


การกลับมาที่ Yamazato ครั้งนี้ ทำให้เราได้รู้จักอีกมุมหนึ่งของอาหารญี่ปุ่นผ่าน Teppanyaki Sazanka ที่มีเสน่ห์อยู่ตรงการได้ชมเชฟปรุงวัตถุดิบกันแบบใกล้ชิด ตั้งแต่อาหารทะเลไปจนถึงเนื้อวากิว เป็นมื้อที่ได้ทานอาหารหลากหลายอย่างในบรรยากาศสบาย ๆ และได้เพลิดเพลินไปกับการปรุงของเชฟ สำหรับใครที่เคยมา ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato Restaurant) เพื่อทาน Kaiseki แล้ว การได้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งหน้าเตา Teppanyaki Sazanka ดูบ้างก็น่าสนใจไม่น้อย ที่ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok)

Yamazato Restaurant
- Location: ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok)
- Opening Hours: ทุกวัน เวลา 06.00 – 22.30น.
- Reservations: 02-687-9000
- Facebook: YamazatoBangkok
- Instagram: @yamazato.bangkok
- Website: https://www.okurabangkok.com/dining/yamazato







