ถ้าถามถึงสไตล์การกินดื่มที่ได้ทั้งความอร่อยและบรรยากาศสนุกๆ หน้าเตา เทปันยากิคือคำตอบแรกๆ ที่เรามักจะนึกถึงเสมอครับ มื้อนี้เราเลยแวะมาเช็กอินกันที่ Leoka Teppanyaki (เรียวกะ เทปันยากิ) ร้านเทปันยากิบรรยากาศดีที่ตั้งอยู่บริเวณล็อปบี้ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ คิง เพาเวอร์ ซึ่งเน้นการเสิร์ฟอาหารในรูปแบบที่เป็นส่วนตัว เพียง 12 ที่นั่งเท่านั้น

ความน่าสนใจของที่นี่คือการบาลานซ์ระหว่างฝีมือการปรุงบนเตาแผ่นเหล็กและความตั้งใจที่จะชูรสชาติตามธรรมชาติของวัตถุดิบให้ออกมาดีที่สุด เชฟจะคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียมมาปรุงให้ชมกันสดๆ ตรงหน้า โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การควบคุมความร้อนและการใช้ไฟอย่างแม่นยำ เทคนิคนี้ไม่เพียงสร้างความตื่นตาตื่นใจ แต่ยังช่วยล็อกความฉ่ำหวานไว้ข้างใน พร้อมรมกลิ่นหอมกรุ่นของเตาเทปปันเข้าไปในเนื้อสัมผัส ทำให้แต่ละเมนูมีเสน่ห์เฉพาะตัว บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งมื้อที่เต็มไปด้วยความประทับใจตั้งแต่คำแรกจนถึงจานสุดท้าย


เมนูหลากหลาย ปรับเลือกความอร่อยได้ตามสไตล์
ความน่าสนใจของ Leoka Teppanyaki คือความยืดหยุ่นของตัวเลือกอาหาร ไม่ว่าจะเป็น Signature Set Menus ที่จัดสรรคอร์สไว้อย่างลงตัวตั้งแต่ระดับ Classic ไปจนถึง Chef’s Premium Omakase หรือหากใครอยากเพิ่มเติมความอร่อย ก็สามารถสั่ง À La Carte หรือ Add-on วัตถุดิบพรีเมียมเพิ่มเข้าไปในเซ็ตได้ตามใจชอบ
และไฮไลท์ที่สายเทปันยากิต้องเลิฟสุดๆ คือ “ผักย่างที่เสิร์ฟ/เติมได้ไม่อั้น” ซึ่งย่างบนเตาแผ่นเหล็กอย่างพอดี คงความหวานกรอบธรรมชาติของผักไว้อย่างครบถ้วน ทานคู่กับซอสสูตรพิเศษของทางร้านได้อย่างเพลิดเพลิน

เจาะลึกประสบการณ์กับ “Wagyu Indulgence Set”
คอร์สที่เราเลือกสัมผัสในวันนี้คือ Wagyu Indulgence Set ซึ่งเป็นเซ็ตที่ผสมผสานความพรีเมียมของวัตถุดิบจากท้องทะเลและผืนดินได้อย่างไร้ที่ติ
การเดินทางของรสชาติเริ่มต้นด้วยจาน Starter ที่เสิร์ฟให้เลือกท่านละ 1 เมนู ซึ่งทำหน้าที่ปลุกความสดชื่นและเตรียมความพร้อมของปุ่มรับรสได้อย่างลุ่มลึก สำหรับสายซีฟู้ด Hokkaido Scallop Carpaccio with Truffle Soy นำเสนอหอยเชลล์ฮอกไกโดสดแล่บาง เนื้อสัมผัสหวานนุ่มละมุนลิ้น ชูรสด้วยความหอมนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของซอสโชยุทรัฟเฟิล ให้ความรู้สึกสดชื่นและเรียบหรูในคำเดียว ส่วนท่านที่หลงใหลในสายเนื้อ ทางร้านมีตัวเลือกสลับอย่าง Wagyu ที่ใช้เนื้อวากิวคุณภาพเยี่ยม นุ่มละลายในปาก นำพาเราเข้าสู่อารมณ์ของมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ


มาถึงไฮไลท์หลักของมื้อกับ Teppan Mains ที่เผยให้เห็นทั้งศิลปะการใช้ไฟและฝีมือการย่างบนเตาแผ่นเหล็กได้อย่างน่าประทับใจ จานเนื้อยกให้ Japanese Wagyu Striploin เนื้อวากิวสไตรปลอยน์ญี่ปุ่นลายไขมันแทรกสวยงาม เชฟย่างมาในระดับความสุกกำลังดี เนื้อสัมผัสนุ่มฉ่ำแทบละลายในปาก พร้อมดึงกลิ่นหอมกรุ่นเฉพาะตัวจากการย่างบนเตาออกมาได้อย่างชัดเจน สลับมาที่ฝั่งซีฟู้ดอย่าง Half Canadian Lobster with Garlic Miso Butter แคนาเดียนล็อบสเตอร์ครึ่งตัวที่เนื้อแน่นเด้งและหวานสด นำมาย่างคลุกเคล้ากับซอสเนยมิโสะกระเทียมรสเข้มข้น หอมมัน เข้ากันกับเนื้อกุ้งได้อย่างลงตัว


นอกจากนี้ สำหรับใครที่อยากจัดเต็มความฟินเหมือนเรา ก็สามารถสั่ง Add-on เพิ่มเติมได้ ซึ่งมื้อนี้เราเลือกเติม Hokkaido Scallops หอยเชลล์ฮอกไกโดไซส์ใหญ่พิเศษ เชฟนำไปนาบบนเตาความร้อนสูงจนผิวนอกเกรียมสวยงาม แต่ยังคงความฉ่ำหวานสดฉ่ำของเนื้อด้านในไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ทานเพลินจนหมดจานอย่างรวดเร็วครับ

(นอกจากนี้ สำหรับสายปลา หากใครชอบ Salmon ทางร้านก็มีตัวเลือกสั่งเพิ่มทั้งแบบ Sashimi หรือ Teppan Main ได้เช่นกัน)
หลังจากผ่านจานหลักกันไปแล้ว ก็เข้าสู่หมวด Rice & Soup ที่เสิร์ฟมาปิดท้ายคอร์สของคาวได้อย่างน่าประทับใจ จานนี้คือ Foie Gras Fried Rice with Spring Onion & Egg ข้าวผัดไข่ใส่ต้นหอมซอยที่เชฟผัดบนเตาเทปันจนเรียงเม็ดสวย หอมกลิ่นกระทะ จากนั้นนำ ฟัวกราส์ (Foie Gras) ชิ้นโตหนานุ่มที่เซียร่าบนเตาจนผิวนอกสีน้ำตาลทองสวยงามมาวางท็อปไว้ด้านบนอย่างอลังการ เวลาทานคู่กัน ชิ้นฟัวกราส์จะให้ความนุ่มฉ่ำ หอมมัน ละลายเข้ากันกับเม็ดข้าวผัดได้อย่างลงตัว เสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะร้อนๆ รสกลมกล่อมไว้ซดคล่องคอ ช่วยตัดเลี่ยนและปิดมื้อของคาวได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

ปิดท้ายความประทับใจของมื้ออาหารด้วยหมวด Dessert ซึ่งในเซ็ตนี้เปิดโอกาสให้เราเลือกของหวานที่ชอบได้จากเมนู มื้อนี้เราเลยลองสั่งมาเติมเต็มความหวานกัน 2 แบบ 2 สไตล์
จานแรกสำหรับสายเข้มข้นอย่าง Chocolate Lava เค้กช็อกโกแลตลาวาอุ่นๆ ที่ตัดออกมาแล้วไส้ช็อกโกแลตเยิ้มไหลทะลัก รสชาติเข้มข้น หวานกำลังดี ไม่เลี่ยนจนเกินไป ส่วนอีกจานเอาใจสายชาเขียวด้วย Matcha Tiramisu ทีรามิสุชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่น เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น ได้รสและกลิ่นหอมของมัจฉะแท้เข้มข้น กลมกล่อม ถือเป็นการจบมื้ออาหารได้อย่างน่าประทับใจ


Leoka Teppanyaki โดดเด่นทางด้านการนำเสนอรสชาติอาหารจากวัตถุดิบพรีเมียม ทั้งเนื้อวากิว ล็อบสเตอร์ มอบประสบการณ์ Dining Experience ที่เป็นส่วนตัว ประณีต เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษหรือมื้ออาหารที่คุณต้องการรางวัลให้กับตัวเอง
📍 Leoka Teppanyaki (@leokateppanyaki)
-Location: ชั้นล็อปบี้ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ คิง เพาเวอร์ (Pullman Bangkok King Power)
-Time: เปิดบริการทุกวัน 18.00 น. – 23.00 น. (แนะนำให้จองล่วงหน้า)
–โทร: 02 680 9999







