Rabbit Hole ชวนลองค็อกเทลในมุมที่ต่างออกไปกับ Rabbit Hole of Emotions เมนูใหม่ที่หยิบเอาอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์มาเป็นจุดตั้งต้นในการออกแบบค็อกเทลทั้ง 16 แก้ว แทนการแบ่งเครื่องดื่มตามเบสสปิริตหรือรสชาติที่คุ้นเคย แต่ละแก้วจึงมีเรื่องราวของตัวเอง ทั้งจากวัตถุดิบ กลิ่น เนื้อสัมผัส ไปจนถึงวิธีเสิร์ฟ เมื่อได้ลองดื่มทีละแก้ว เราจึงไม่ได้ทำความรู้จักเพียงรสชาติของค็อกเทล แต่ยังได้ลองสังเกตความรู้สึกของตัวเองไปพร้อมกัน

แนวคิดของเมนูนี้หยิบมาจากการเดินทางเข้าสู่โพรงกระต่าย ยิ่งเดินทางลึกลงไป ก็ยิ่งมีโอกาสพบกับบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ Rabbit Hole จึงแบ่งค็อกเทลออกเป็น 4 Acts เริ่มจาก Act I: Surface อารมณ์ที่แสดงออกได้ง่าย ตามด้วย Act II: Descent เมื่อความรู้สึกเริ่มเข้มข้นขึ้น ก่อนเข้าสู่ Act III: Reflection ช่วงเวลาที่ได้หันกลับมามองตัวเอง และค่อย ๆ ไต่กลับขึ้นมาสู่ Act IV: Ascension ที่พูดถึงความสงบ ความกระจ่าง และความเข้มแข็ง

เริ่มต้นการเดินทางที่ Act I: Surface กับ Love ค็อกเทลที่นำสตรอว์เบอร์รี เชอร์รี กระเจี๊ยบ และสาโทมารวมกัน ก่อนเสิร์ฟพร้อมช้อนสำหรับรับประทาน ให้ความรู้สึกคล้ายกำลังทานโยเกิร์ตมากกว่าดื่มค็อกเทล ดื่มง่าย สดชื่น และเข้าถึงได้ทันทีตั้งแต่คำแรก ขณะที่เมนูอื่นใน Act เดียวกันอย่าง Laughter ที่ใช้โทนผลไม้และความซ่าเบา ๆ และ Curiosity ที่เล่นกับกลิ่นสมุนไพรและความสดชื่นแบบคาดเดาไม่ได้ รวมถึง Tickled ที่ใช้ส่วนผสมแนวผลไม้และสัมผัสซ่าเล็กน้อย ช่วยเติมสีสันให้ Act แรกมีความขี้เล่นและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

เมื่อเดินทางเข้าสู่ Act II: Descent ความรู้สึกเริ่มหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เริ่มจาก Fear ที่เสิร์ฟพร้อมด้วงไม้ไผ่คั่วเกลือวางอยู่ข้างแก้ว ทำให้ความกลัวเกิดขึ้นจริงตั้งแต่ก่อนชิม เพราะเราต้องตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะลองหรือปล่อยผ่าน ส่วน Anger ใช้ดาร์กช็อกโกแลต พริกหม่าล่า และ Campari สร้างรสเผ็ดร้อนที่ค่อย ๆ สะสมบนพาเลท ถัดมาคือ Desire ที่ดึงความรู้สึกผ่านวานิลลา ผลไม้สุก และกลิ่นดอกไม้ที่ให้โทนหวานละมุนแต่แฝงความยั่วยวน สุดท้ายคือ Confusion ที่เล่นกับความไม่แน่นอนของการรับรู้ ทั้งการผสมสมุนไพรหลากชนิด ส้มยูสุ และโทนเครื่องเทศอ่อน ๆ

จากนั้นเราลงลึกมาถึง Act III: Reflection ช่วงที่เรื่องราวเริ่มพาให้เราหันกลับมามองตัวเองมากขึ้น เมนูที่ได้ลองคือ Addiction ที่เสิร์ฟมาในรูปแบบกระป๋องและให้ผู้ดื่มเปิดพร้อมรินด้วยตัวเอง ตัวค็อกเทลมีโทนเข้มข้นและซับซ้อน ผสานความหอมของสปิริตบอดี้แน่นกับความหวานบาง ๆ ที่ค่อย ๆ ไล่ขึ้นมา และเมื่อมองไปยังเมนูอื่นใน Act เดียวกันอย่าง Nostalgia ที่ใช้กลิ่นหอมหวานของวานิลลา ผสานผลไม้สุกและโทนคาราเมล Loneliness ที่ดึงความขมบางเบาจากสมุนไพรและสปิริตใสให้ความรู้สึกเงียบลึก หรือ Regret ที่เล่นกับความเปรี้ยวของซิตรัสและความฝาดเล็กน้อยของชาและเครื่องเทศ ก็จะเห็นว่าแต่ละแก้วถูกออกแบบให้สะท้อนความรู้สึกที่ลึกและละเอียดอ่อนมากขึ้น

หลังจากค่อย ๆ เดินทางผ่านอารมณ์ที่ซับซ้อน ก็ถึงเวลาขึ้นมาสู่ Act IV: Ascension กับ Relief ค็อกเทลที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่แรกเห็น ด้วยการนำ Hennessy VS Cognac มาผสมกับฟักทอง ไข่ น้ำตาลโตนดไทย และใบเตย ก่อนเติมความสดชื่นด้วย Orange Bitters เนื้อสัมผัสนุ่มและครีมมี่ หรือจะลอง Peace ที่ใช้โทนสมุนไพรและความสดชื่นของผลไม้ Clarity ที่เน้นความใสสะอาดของรสชาติจากส้มและสมุนไพรอ่อน ๆ และ Resilience ที่ผสมผสานสปิริตกับวัตถุดิบไทยอย่างกลมกล่อมเพื่อสื่อถึงความเข้มแข็งที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น


ที่น่าสนใจปีนี้ Rabbit Hole เดินทางมาถึงปีที่ 10 และ Rabbit Hole of Emotions ก็เป็นอีกบทหนึ่งของการทดลองว่าค็อกเทลหนึ่งแก้วจะพาคนดื่มไปได้ไกลกว่าการรับรู้เรื่องรสชาติแค่ไหน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Rabbit Hole เป็นหนึ่งในบาร์ที่มีบทบาทกับวงการค็อกเทลของกรุงเทพฯ และได้รับการจัดอันดับใน Asia’s 50 Best Bars อย่างต่อเนื่อง สำหรับเมนูใหม่นี้ สิ่งที่น่าสนใจคือการนำเทคนิคการทำค็อกเทลมาทำงานร่วมกับการเล่าเรื่อง จนแต่ละแก้วมีบุคลิกและอารมณ์ที่แตกต่างกัน

หลังจากได้ลองเมนูใหม่ที่ Rabbit Hole ในคราวนี้ สิ่งที่รู้สึกได้ชัดคือ Rabbit Hole of Emotions ต้องการให้คนดื่มมีส่วนร่วมกับค็อกเทลมากกว่าการยกแก้วขึ้นจิบ เพราะบางแก้วให้เราตัดสินใจ บางแก้วให้เราสังเกตความรู้สึก และบางแก้วพาเรากลับไปนึกถึงประสบการณ์ของตัวเอง ทำให้การเดินทางผ่านทั้ง 4 Acts อาจตีความได้แตกต่างกันไปในแต่ละคน

Rabbit Hole
- Location: 125 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
- Opening Hours: เปิดบริการทุกวัน เวลา 19.00 – 02.00น.
- Reservations: 098-532-3500
- Facebook: rabbitholebkk
- Instagram: @rabbitholebkk
- Website: https://rabbitholebkk.com







