จากที่แบรนด์ หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ได้เปิดตัว LV The Place Bangkok ครั้งแรกในปี 2024 เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางที่รวบรวมโลกของแฟชั่น ศิลปะ วัฒนธรรมและอาหารไว้ในพื้นที่เดียว ณ ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ (Gaysorn Amarin) ใจกลางกรุงเทพฯ จนถึงปัจจุบันปี 2026 สถานที่แห่งนี้ได้เพิ่มเติมประสบการณ์ผ่านการขยายพื้นที่นิทรรศการ Visionary Journeys พร้อมกับการขยาย Le Café Louis Vuitton มายังชั้น 2 ทำให้การมาเยือนครั้งนี้มีรายละเอียดให้ค้นหามากขึ้น




เริ่มต้นการเดินชมที่ Visionary Journeys นิทรรศการซึ่งออกแบบพื้นที่ร่วมกับ คุณโชเฮ ชิเงมัตสึ (Shohei Shigematsu) พาร์ตเนอร์แห่ง OMA โดยมี Trunkscape เป็นจุดนำสายตาสำคัญ โครงสร้างที่ประกอบขึ้นจากทรังก์ลาย Monogram จำนวน 96 ใบ ทำหน้าที่เสมือนประตูเข้าสู่เรื่องราวของเมซง ภายในแบ่งพื้นที่นำเสนอประวัติศาสตร์และพัฒนาการของ Louis Vuitton ผ่านห้องที่จัดแสดงทรังก์เก่าแก่ตั้งแต่ปี 1895 รวมถึงเรื่องราวของบ้านประจำตระกูล Asnières และห้อง Workshop ที่เผยให้เห็นความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือ นอกจากนี้ยังมีห้อง Collaborations และ Fashion ที่รวบรวมผลงานจากการร่วมงานกับศิลปินและดีไซเนอร์ระดับโลก ถ่ายทอดให้เห็นการนำเอกลักษณ์ของเมซงมาตีความใหม่ผ่านแต่ละยุคสมัย




อีกหนึ่งส่วนที่ทำให้ Visionary Journeys มีความน่าสนใจคือการร่วมมือกับ Bangkok Art Biennale ภายใต้การดูแลของภัณฑารักษ์อย่าง คุณพิรวุฒิ โปษยานนท์ และ คุณอดุลญา ฮุนตระกูล เปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทย 3 ท่าน ได้แก่ คุณนักรบ มูลมานัส, คุณณิชชา โตทอง และคุณไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานภายใน Trunkscape ภายใต้แนวคิด The Future of Travel – Between Memory and Imagination โดยผลงานชุดแรกเป็นของ คุณนักรบ มูลมานัส ศิลปินผู้มีเอกลักษณ์ในการสร้างงานคอลลาจที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกแนวคลาสสิก วัฒนธรรมภาพของไทยและภาพทางประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดออกมาเป็นวิดีทัศน์แบบ Immersive ที่ออกแบบขึ้นสำหรับพื้นที่แห่งนี้โดยเฉพาะ นับเป็นอีกตัวอย่างของการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยนำเสนอแนวคิดและมุมมองของตัวเองผ่านบริบทของแบรนด์ระดับโลก โดยผลงานจะจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2027




นอกเหนือจากนิทรรศการ อีกส่วนที่ได้รับการขยายพื้นที่คือ Le Café Louis Vuitton ซึ่งเดิมให้บริการอยู่บริเวณชั้น G และเพิ่มเติมพื้นที่ใหม่บนชั้น 2 เพื่อรองรับการรับประทานอาหารในบรรยากาศที่แตกต่างออกไป ภายใต้การดูแลของ เชฟคริสตอฟ กรีโล (Chef Christophe Grilo) คาเฟ่แห่งนี้นำเสนอรูปแบบ All-Day Dining ที่ให้บริการตลอดทั้งวัน ตั้งแต่มื้อกลางวัน ช่วงเวลาน้ำชายามบ่าย ไปจนถึงมื้อค่ำ โดยเชฟทำงานร่วมกับทีมเชฟท้องถิ่นใน Louis Vuitton Culinary Community เพื่อถ่ายทอดแนวคิดการทำอาหารที่ผสมผสานเมนูซิกเนเจอร์ของเมซงเข้ากับวัฒนธรรมอาหารไทย




สำหรับเมนูอาหาร มีการนำเมนูซิกเนเจอร์ของ Louis Vuitton มาตีความผ่านรสชาติที่คุ้นเคยของไทย อย่าง Monogram Ravioli ราวิโอลีไส้ล็อบสเตอร์ที่เสิร์ฟกับซุปบิสก์เข้มข้นในสไตล์ต้มยำกุ้ง และ Caesar Salad Eclipse ซีซาร์สลัดที่นำเสนอคู่กับไก่ในสไตล์ข้าวมันไก่ ส่วน Silk Road Wagyu เป็นการจับคู่เนื้อวากิวกับแกงมัสมั่นและมันฝรั่งรมควัน โดยได้แรงบันดาลใจจากเมนูของร้านอาหาร Voyage ในเมืองแซ็ง-โทรเป ขณะที่ Siam Louis Hao นำเมนูต้นตำรับจากเซี่ยงไฮ้มาตีความใหม่ด้วยรสชาติของกุ้งแช่น้ำปลา สำหรับของหวานยังมีเมนูที่ออกแบบมาให้เข้ากับรสชาติท้องถิ่นโดยเฉพาะ ทั้ง Mango Charlotte ที่ผสมผสานชีสเค้ก มะพร้าวและมะม่วง หรือ Siam Petula ที่ใช้ข้าว สับปะรด มะพร้าวและใบเตย รวมถึง Thai Tea Fleur ที่นำชาไทย ส้มเชื่อม และพราลีนเฮเซลนัตมาสร้างสรรค์ในรูปทรงดอกไม้






เมื่อมองภาพรวม LV The Place Bangkok เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่รวบรวมประสบการณ์ด้านแฟชั่น ศิลปะ และอาหารไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยนิทรรศการ Visionary Journeys เปิดให้เข้าชมฟรี พร้อมผลงานศิลปะจากศิลปินไทยที่หมุนเวียนนำเสนอ ทำให้ยังมีเรื่องราวใหม่ให้กลับมาค้นพบอยู่เสมอ ขณะที่ Le Café Louis Vuitton ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยเติมเต็มการมาเยือนให้สามารถใช้เวลาอยู่กับโลกของเมซงได้นานขึ้น แวะมาได้แล้ววันนี้ที่ ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ (Gaysorn Amarin) เท่านั้น


LV The Place Bangkok
- Location: ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ (Gaysorn Amarin)
- Reservation: 098-279-5240
- Facebook: LouisVuitton
- Instagram: @louisvuitton
- Website: https://www.louisvuitton.com

