อีกหนึ่งในไฮไลต์ของ BKK Bar Show 2026 ที่พลาดไม่ได้ที่ SOtraveler จะต้องแวะมางาน Sálon Social: Liquid Legends ที่ BKK Social Club ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ (Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River) เปิดพื้นที่ต้อนรับ 6 บาร์ชั้นนำจากฮ่องกง ปารีส ชิคาโก มิลาน นิวยอร์ก และโตเกียว มาร่วมถ่ายทอดแนวทางการสร้างสรรค์ค็อกเทลผ่านเมนูพิเศษสะท้อนตัวตนของบาร์ ทำให้ SOtraveler มีโอกาสได้สำรวจโลกของค็อกเทลผ่านมุมมองที่แตกต่างกันในค่ำคืนเดียว


เริ่มกันที่ COA จากฮ่องกง บาร์ที่สร้างชื่อจากความเชี่ยวชาญด้านสุราอากาเว โดยเฉพาะเตกีลาและเมซคัล ซึ่งเป็นหัวใจของวัฒนธรรมการดื่มเม็กซิกัน ภายใต้แนวคิดของ Jay Khan และ Michelle Ong ที่ต้องการให้ผู้ดื่มได้ทำความรู้จักกับสุรากลุ่มนี้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าการดื่มเตกิลาในแบบที่คุ้นเคย เมนูในงานมีทั้ง La Paloma de Oaxaca ที่จับคู่เตกีลากับเกรปฟรุต หรือ Verdita ที่ผสานเตกีลาและเมซคัลเข้ากับผลไม้และสมุนไพร และ Frozen Batanga ที่นำค็อกเทลคลาสสิกของเม็กซิโกมาตีความใหม่ผ่านเนื้อสัมผัสที่เย็นจัด สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่รสชาติของแต่ละแก้ว แต่คือโอกาสได้สัมผัสวัฒนธรรมอากาเวผ่านมุมมองของบาร์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยเฉพาะ


ขยับมาที่ Danico จากปารีส บาร์อันดับ 26 จาก The 50 Best Bars 2026 นำโดย Nico de Soto และ Corentin Gaudin โดดเด่นด้วยบรรยากาศร่วมสมัยที่เปิดรับแรงบันดาลใจจากทั่วโลก สะท้อนแนวคิดของบาร์ที่มองการเดินทางและวัฒนธรรมอาหารเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ค็อกเทล เสน่ห์ของ Danico อยู่ที่การนำวัตถุดิบจากต่างวัฒนธรรมมาจับคู่กันอย่างคาดไม่ถึง อย่าง Sakura ที่ผสานรัมกับอุเมะชูและซากุระ หรือ Danico Daiquiri ที่เติมกลิ่นอายเอเชียด้วยลิเคียวร์ใบเตยและโคจิ ขณะที่ Tarte Tatin นำแรงบันดาลใจจากขนมฝรั่งเศสคลาสสิกมาตีความผ่านแอปเปิล คาลวาโดส คาราเมล และบราวน์บัตเตอร์ ทำให้ Danico เป็นบาร์ที่น่าจดจำทั้งจากบรรยากาศที่ชวนออกสำรวจ และค็อกเทลที่พาผู้ดื่มเดินทางข้ามวัฒนธรรมผ่านรสชาติในแต่ละแก้ว


พลาดไม่ได้กับ Kumiko จากชิคาโก บาร์ของ Julia Momosé ที่นำปรัชญาการต้อนรับแบบญี่ปุ่นอย่าง Omotenashi มาเป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่ความใส่ใจในรายละเอียดไปจนถึงการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน เสน่ห์ของ Kumiko คือการถ่ายทอดรสนิยมแบบญี่ปุ่นผ่านค็อกเทลร่วมสมัย โดยมีทั้งสาเก โชจู และชาเป็นองค์ประกอบสำคัญ Orbit ผสมโชจู สาเก มะม่วง และ Olive Brine ในการจับคู่รสชาติที่แตกต่าง ส่วน Moonrise Daiquiri นำสาเก Junmai Daiginjo และชาโฮจิฉะมาสร้างมิติใหม่ให้ค็อกเทลคลาสสิก ขณะที่ Highball No. 13 ผสานวิสกี้ Nikka สองรูปแบบเข้ากับเวอร์มุทและคาลวาโดส สำหรับ Kumiko การดื่มจึงไม่ใช่แค่การลิ้มรสค็อกเทล หากยังเป็นการสัมผัสแนวคิดการต้อนรับแบบญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด


มาถึง Moebius Milano จากมิลาน บาร์อันดับ 2 ใน The 50 Best Bars 2026 ที่น่าสนใจตรงการขยายขอบเขตของค็อกเทลให้เชื่อมโยงกับโลกของอาหาร ศิลปะ ดนตรีและการออกแบบ ที่นี่จึงไม่ได้มองเครื่องดื่มเป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในแก้ว แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ผสมผสานหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน แนวคิดนี้เห็นได้ชัดจากการนำวัตถุดิบที่คุ้นเคยจากครัวมาตีความใหม่ อย่าง Kiwi Tonic ที่ผสานกีวีกับจินและดิลล์ หรือ Melon Negroni ที่เติมเมลอนและบัลซามิกให้กับค็อกเทลคลาสสิก และ Pesto Martini ที่ใช้วอดก้าอินฟิวส์เพสโตกับเบซิล เป็นตัวอย่างของการนำรสชาติจากอาหารมาสร้างมุมมองใหม่ให้กับค็อกเทล ทำให้ Moebius Milano เป็นบาร์ที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากสัมผัสการนำแนวคิดจากโลกของอาหารมาสร้างสรรค์เป็นค็อกเทลในมุมมองที่แตกต่างออกไป


อีกบาร์ที่ไม่ควรพลาดคือ Sip & Guzzle จากนิวยอร์ก โดย Shingo Gokan และ Steve Schneider ที่นำความละเอียดแบบญี่ปุ่นมาผสานกับวัฒนธรรมบาร์นิวยอร์กได้อย่างมีสีสัน จุดเด่นของบาร์นี้คือการหยิบค็อกเทลที่คุ้นเคยมาท้าทายความคิดของผู้ดื่ม ด้วยการใช้เทคนิคและวัตถุดิบที่คาดไม่ถึง อย่าง Wagyu Old Fashioned ที่เพิ่มไขมันวากิวและเนยถั่วให้กับค็อกเทลคลาสสิก หรือ Rye & Cola Without Cola ที่สร้างกลิ่นอายของโคล่าขึ้นใหม่โดยไม่ใช้โคล่าเป็นส่วนผสมหลัก ส่วน Sour Apple Sour นำเบอร์เบินมาจับคู่กับคาลวาโดสและแอปเปิลเปรี้ยว ทำให้เห็นแนวทางของ Sip & Guzzle ที่สนุกกับการพลิกความคุ้นเคยให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ โดยยังรักษาสมดุลของเครื่องดื่มไว้


ปิดท้ายด้วย The Bellwood จากโตเกียว โดย Atsushi Suzuki กับแนวคิด Modern Nostalgia ที่นำวัฒนธรรมการดื่มแบบญี่ปุ่นมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย จุดเด่นของบาร์คือการหยิบองค์ประกอบที่คุ้นเคยอย่างชาและวัตถุดิบญี่ปุ่นมาสร้างมิติใหม่ให้ค็อกเทล โดยยังคงเสน่ห์ของรสชาติดั้งเดิมไว้ เมนูอย่าง Pornstar Bamboo ผสานชา Gyokuro กับเสาวรส ส่วน Jasmine Chu-Hi ใช้ชามะลิสกัดเย็นร่วมกับส้ม Blood Orange และคอมบูชา ขณะที่ Watermelon Negroni เติมแตงโมและมัทฉะให้กับค็อกเทลคลาสสิก ทั้งสามแก้วสะท้อนวิธีคิดของ The Bellwood ที่นำความทรงจำและรสชาติคุ้นเคยมาสร้างประสบการณ์ใหม่ โดยไม่ทิ้งรากของวัฒนธรรมญี่ปุ่น


สิ่งที่ทำให้ Sálon Social: Liquid Legends น่าสนใจ คือการได้ลองค็อกเทลจาก 6 บาร์ชั้นนำในค่ำคืนเดียว แต่ละแก้วมีแนวคิดและเอกลักษณ์ต่างกัน ทำให้เห็นว่าค็อกเทลหนึ่งแก้วมีอะไรให้ค้นหามากกว่ารสชาติ ทั้งเรื่องราว วัฒนธรรมและมุมมองของคนทำเครื่องดื่ม การรวมตัวของบาร์จากหลายเมืองที่ BKK Social Club ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ (Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River) ช่วยเติมสีสันให้ BKK Bar Show 2026 ได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว

BKK Social Club
- Location: โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ (Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River)
- Opening Hours: ทุกวัน 17.00 – 00.00น.
- Reservations: 02-032-0888
- Facebook: BKKSocialClub
- Instagram: @bkksocialclub
- Website: https://www.fourseasons.com/bangkok/dining/lounges/bkk-social-club/







