หากพูดถึงประสบการณ์โอมากาเสะระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ เชื่อว่า Okura Afternoon Tea Omakase ณ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ย่อมเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่แกสโตรโนมีต่างเฝ้ารอคอย ซึ่งโดยปกติแล้วคอร์สนี้จะเปิดต้อนรับนักชิมเพียง เดือนละ 1 ครั้ง เท่านั้น
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือคำว่า “Afternoon Tea” ที่มื้อนี้ไม่ได้หมายถึงชุดน้ำชาจิ๋วหรือขนมชิ้นเล็กๆ สำหรับทานเล่น แต่คือ คอร์สโอมากาเสะมื้อเต็มรูปแบบที่จัดเสิร์ฟในช่วงบ่าย ที่เน้นความอร่อย ประณีต และความคุ้มค่าแบบจัดเต็ม ทั้งของคาว จานหลัก ขนมหวาน และเครื่องดื่มแพริ่งในราคาสุดคุ้ม
ทว่าในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสุดพิเศษเมื่อเทศกาลประจำปีสุดยิ่งใหญ่ Japanese Fair – Sense of Japan 2026 ครั้งที่ 5 หวนกลับมาสร้างความรื่นรมย์อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 6–8 พฤศจิกายน 2569 พร้อมนำเสนอเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่าน 2 ปรัชญาสำคัญ ได้แก่ ‘Omotenashi’ (การต้อนรับด้วยจิตวิญญาณแห่งความจริงใจ) และ ‘Shun’ (การคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดประจำฤดูกาล)
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดได้แก่ Okura Afternoon Tea Omakase รอบพิเศษที่จัดขึ้นเพียง 2 วันเท่านั้น (เสาร์ที่ 7 และ อาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2569) ซึ่งเกิดจากการคอลแลปส์ครั้งสำคัญระหว่าง เชฟเซบาสเตียน ฮูแกแวร์ฟ (Sebastiaan Hoogewerf) หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ประจำโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ และ เชฟเซฟ จากร้าน Hikari แบรนด์ขนมอบสไตล์ญี่ปุ่นชื่อดัง มาร่วมกันรังสรรค์ศิลปะอาหารและขนมหวานสไตล์โอมากาเสะสุดประณีตอย่างใกล้ชิด ณ เคาน์เตอร์ซูชิ ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) ชั้น 24
Okura Afternoon Tea Omakase
ความพิเศษของมื้อนี้ คือการนำเสนอโอมากาเสะมื้อเต็มรูปแบบที่คุ้มค่าเกินราคา ปรุงอย่างพิถีพิถันเสิร์ฟกันแบบจานต่อจาน หน้าเคาน์เตอร์ซูชิ ให้คุณได้ชมเทคนิคการปรุงและการตกแต่งอาหารจากเชฟอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังเรื่องราวของวัตถุดิบฤดูใบไม้ร่วงและผลไม้สดส่งตรงจากญี่ปุ่น นำมาผสานกับเครื่องดื่ม Pairing ที่คัดสรรมาอย่างลงตัว ออกแบบโดยร้าน Hikari ช่วยดึงมิติแห่งรสชาติและกลิ่นหอมให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
Savory Courses
SASHIMI OF THE SEASON
เสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่ม: Apple Herb Fizz Sparkler
จานเปิดมื้อที่ดึงเอาปรัชญา ‘Shun’ หรือการใช้วัตถุดิบสดใหม่ที่สุดตามฤดูกาลมาถ่ายทอด โดยนำเนื้อปลาและอาหารทะเลสดประจำฤดูกาลมาจับคู่กับ Smoked Vinegar (น้ำส้มสายชูรมควัน) ที่มอบกลิ่นหอมลึกซึ้ง ตัดรสด้วย Pickled Wasabi Yam ซึ่งเป็นพืชหัวสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเนื้อสัมผัสกรอบเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเพิ่มมิติสัมผัส เสิร์ฟคู่กับ Apple Herb Fizz Sparkler เครื่องดื่มซ่าสดชื่นกลิ่นสมุนไพรและแอปเปิล เพื่อเปิดปุ่มรับรส


COQUILLE SAINT-JACQUES
เมนูที่หยิบยกเอาวัตถุดิบระดับตำนานจากฝรั่งเศสอย่าง Coquille Saint-Jacques หรือหอยเชลล์โฮตาเตะสายพันธุ์ยุโรปจากเมืองดิแอปป์ (Dieppe) แคว้นนอร์มองดี ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งหอยเชลล์ธรรมชาติที่เนื้อหวานแน่น นุ่มละมุน และมีกลิ่นไอทะเลบริสุทธิ์ เชฟปรุงด้วยเทคนิคที่ชูความหวานตามธรรมชาติของตัววัตถุดิบให้โดดเด่นอย่างลงตัว

SUN-BLUSHED TOMATO
จานที่ผสานเทคนิคตะวันตกและญี่ปุ่นได้อย่างน่าอัศจรรย์ นำมะเขือเทศ Sun-blushed Tomato (มะเขือเทศตากแดดบางเบาให้รสหวานอมเปรี้ยวเข้มข้น) มาผสานกับ Tomato Dashi (น้ำซุปดาชิมะเขือเทศที่สกัดจนได้ความอูมามิใสบริสุทธิ์) เพิ่มมิติกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Shiso (ใบชิโสะ) ช่วยล้างปากและปรับสมดุลของมื้ออาหารได้อย่างดีเยี่ยม

UNI YAKISOBA
เสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่ม: Strawberry Yuzu Shrub
ยกระดับเมนูสตรีทฟู้ดญี่ปุ่นอย่างยากิโซบะให้กลายเป็นจานหรูหรา นำเส้นยากิโซบะท็อปด้วย Bafun Uni (ไข่หอยเม่นพันธุ์บาฟุน) จากฮอกไกโด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม รสหวานฉ่ำ และความครีมมี่เข้มข้นแบบกลมกล่อม จับคู่เสิร์ฟกับ Strawberry Yuzu Shrub เครื่องดื่มหมักผลไม้รสเปรี้ยวหวานสดชื่นที่ช่วยตัดความเข้มข้นของอูนิได้อย่างลงตัว


JAPANESE RED KING CRAB
จานคาวจานสุดท้ายที่นำ Japanese Red King Crab (ปูทาราบะแดงญี่ปุ่น) เนื้อหวานแน่นพรีเมียม เสิร์ฟคู่กับ Celery Risotto ข้าวรีซอตโตกลิ่นหอมสดชื่น เพิ่มสัมผัสความกรอบหวานด้วย Sweet Corn Kakiage (ข้าวโพดหวานทอดสไตล์เทมปุระ) และท็อปด้วย Ikura (ไข่ปลาแซลมอน) ที่มอบความอูมามิแตกซ่านในปาก

Main Course
“CATCH OF THE SEASON”
จานหลักสุดพิเศษที่ใช้ปลาสดประจำฤดูกาล ราดด้วยซอส Sake Beurre Blanc ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างซอสเนยฝรั่งเศส (Beurre Blanc) กับสาเกญี่ปุ่น ให้ความนุ่มนวลและกลิ่นหอมละมุน เสิร์ฟเคียงด้วย Leek Kimpira (ต้นหอมญี่ปุ่นผัดซอสสไตล์คิมปิระ) และบีบ Sudachi (ส้มซูดาจิ) ส้มพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่มีกลิ่นหอมสดชื่นเฉพาะตัวเพื่อชูรสปลาให้โดดเด่น

Sweet Courses & Desserts
เมื่อส่งผ่านความอร่อยจากจานคาวและจานหลัก ก็ถึงเวลาเข้าสู่คอร์สของหวาน ซึ่งในรอบพิเศษนี้ได้ เชฟเซฟ (Chef Save) จากร้าน Hikari มาร่วมถ่ายทอดศิลปะขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น
หากเอ่ยชื่อร้าน Hikari สายนมเนยและขนมหวานย่อมรู้จักเป็นอย่างดี ร้านขนมอบสไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างปรากฏการณ์ความอร่อยด้วยการคว้ารางวัลการันตีฝีมือ ทั้งรางวัล The Best Tiramisu และ The Best Cheesecake ด้วยความเชี่ยวชาญอันประณีตในการเลือกใช้วัตถุดิบ การควบคุมเนื้อสัมผัสให้เบา ละมุน และรสชาติที่กลมกล่อมไม่หวานจัด การคอลแลปส์กับเชฟเซบาสเตียนในครั้งนี้ จึงเป็นการดึงเอาเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Hikari มาผสมผสานกับวัตถุดิบและเทคนิคสไตล์โอมากาเสะได้อย่างสมบูรณ์แบบ

HOJICHA
เสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่ม: Yuzu Ginger Cooler
เปิดตัวคอร์สของหวานด้วยเมนูที่ดึงความเชี่ยวชาญระดับรางวัล The Best Cheesecake ของร้าน Hikari มาถ่ายทอด นำบาสก์ชีสเค้กผสานผงชา Hojicha (ชาเขียวญี่ปุ่นคั่วหอม) ให้รสสัมผัสเข้มข้น นุ่มลึก ละมุนลิ้น ตัดด้วยความเบากรอบของ Meringue (เมอแร็งก์) ทานคู่กับ Yuzu Ginger Cooler เครื่องดื่มยูซุผสมขิงที่ให้ความสดชื่นและกลิ่นหอมอุ่นๆ ช่วยชูรสชาคั่วได้อย่างลงตัว


KURO GOMA
ขนมอบไฮไลต์สไตล์โอซาก้า Osaka Cream Puff ตัวแป้งกรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ความหอมเข้มข้นของ Black Sesame (งาดำคั่ว) ผสานความกลมกล่อมขมอ่อนๆ ของ Matcha (มัทฉะเกรดพรีเมียม) เป็นความลงตัวตามแบบฉบับขนมหวานญี่ปุ่นยุคใหม่

DESHOJO
เสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่ม: Jasmine White Tea
ขนมหวานที่นำแรงบันดาลใจจากใบเมเปิลสายพันธุ์ Deshojo นำเสนอผ่าน Biscuit Cuillere (ขนมปังบิสกิตลายนิ้วมือสไตล์ฝรั่งเศส) ผสานช็อกโกแลตเข้มข้นที่ผ่านเทคนิคการรมควัน (Smoked Chocolate) เพิ่มมิติกลิ่นหอมแปลกใหม่ น่าค้นหา จิบคู่กับ Jasmine White Tea (ชาขาวกลิ่นมะลิ) ที่มีความนุ่มนวล อ่อนโยน

MIKENEKO
ปิดท้ายมื้ออาหารอย่างสมบูรณ์แบบด้วยเมนูที่ตั้งชื่อตามแมวสามสีญี่ปุ่น (Mikeneko) นำเสนอความสดชื่นของ Yuzu (ส้มยูซุ) ผสานความหวานละมุนของ White Chocolate และเพิ่มกิมมิกสุดเซอร์ไพรส์ด้วยรสเผ็ดซ่าบางเบาของ Wasabi ที่ทิ้งทายความประทับใจไว้อย่างน่าจดจำ

ข้อมูลการเดินทางและการสำรองที่นั่ง
ประสบการณ์จิบชายามบ่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้จำกัดที่นั่งเฉพาะบริเวณเคาน์เตอร์ซูชิ เพื่อให้ผู้รับประทานได้รับชมเทคนิคการปรุงอาหารอย่างใกล้ชิด
- สถานที่: เคาน์เตอร์ซูชิ ห้องอาหารยามาซาโตะ ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ
- วันจัดงาน: วันเสาร์ที่ 7 และวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2569
- รอบเวลา: 14:00 น.
- ราคา: เริ่มต้น 1,950++ บาท ต่อท่าน (รวมเครื่องดื่มแพริ่ง)
- ติดต่อสำรองที่นั่ง: โทร 02 687 9000 หรืออีเมล [email protected]







