เปิดตัวแนวคิดของชุดน้ำชายามบ่ายที่เชื่อมปารีสและกรุงเทพฯ เข้าด้วยกันกับ “From Paris to Bangkok: An Afternoon Tea by Anne Coruble” ที่ The Lobby โรงแรม เดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพฯ (The Peninsula Bangkok) ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงบ่ายที่ช่วยให้การจิบชาดูผ่อนคลายมากขึ้น เมนูที่เสิร์ฟสะท้อนภาพของ Pâtisserie ฝรั่งเศสที่ถูกตีความใหม่ด้วยวัตถุดิบไทย ทำให้ทั้งเซตมีทิศทางเดียวกันและเล่าเรื่องรสชาติได้ต่อเนื่องตั้งแต่คำแรก

แนวคิดทั้งหมดนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย Chef Anne Coruble จาก The Peninsula Paris ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น Pastry Chef of the Year 2026 โดย Gault & Millau กับสไตล์งานที่เน้นความแม่นยำและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ร่วมกับ Chef Jimmy Boulay จาก The Peninsula Bangkok ผู้มีประสบการณ์จาก Fauchon Paris, Sketch London และ Le Meurice Paris รวมถึงการทำงานร่วมกับเชฟระดับโลกหลายคน เมื่อแนวคิดของทั้งสองฝั่งสอดคล้องกัน การทำงานร่วมกันของเชฟทั้งคู่จึงออกมาในทิศทางเดียวกัน วัตถุดิบไทยถูกหยิบมาปรุงด้วยเทคนิตและกรรมวิธีแบบฝรั่งเศส แต่ละเมนูยังคงอัตลักษณ์ พร้อมรายละเอียดใหม่ ๆ ที่ทำให้เมนูดูมีมิติมากขึ้น

เซตนี้ค่อย ๆ เริ่มต้นด้วยการเปิดรสชาติกับเมนู Lychee, Puffed Rice, Cherry Blossom ที่ให้สัมผัสและกลิ่นหอมแบบฟลอรัล ช่วยให้ลิ้นรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที โฟมลิ้นจี่มีความนุ่มละเอียด ตัดด้วยความเปรี้ยวบาง ๆ ของซูดาจิ และความเย็นของซอร์เบต์ซากุระ ขณะเดียวกัน Welcome Drink ที่เสิร์ฟมาพร้อมกันให้ความรู้สึกคล้ายการจิบน้ำมะพร้าวผสมกะทิ ให้กลิ่นและรสที่ชวนให้นึกถึงขนมไทยในแบบที่เบาและดื่มง่าย


เข้าสู่ช่วงของ Savory ที่เริ่มด้วย White Asparagus Blossom Taco ที่ชูหน่อไม้ฝรั่งขาวให้รสละมุน เนื้อสัมผัสนุ่ม เสริมด้วยหอยเชลล์ฮอกไกโดและไข่ปลาเทราต์ที่ช่วยเพิ่มทั้งความหวานและเค็มเล็กน้อย ถัดมาคือ Green Pea Garden Tart ที่ให้ความสดของถั่วลันเตา ตัดด้วยบัลซามิกในรูปแบบไข่มุกเพิ่มความเปรี้ยวแบบมีมิติ และครีมหอมหัวใหญ่คาราเมลที่ช่วยเติมความกลมกล่อมโดยรวม


ต่อเนื่องเมนูคาวกับ Carabineros Citrus Madeleine ที่นำมาเดอลีนมาปรับเป็นของคาว จับคู่กับกุ้งคาราบิเนรอส เสริมด้วยซอสที่มีความเผ็ดเล็กน้อยและกลิ่นซิตรัส ทำให้รสชาติดูสดและมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น ขณะที่ Ocean Pearl Petit Bite ใช้ปลากะพงที่ผ่านการหมัก เสิร์ฟกับครีมสด ไข่ปลาคาเวียร์ และสาหร่ายโนริ ให้กลิ่นอายของทะเลที่ชัดเจน รสสัมผัสโดยรวมออกนุ่ม ละเอียด และค่อย ๆ เผยรสในแต่ละคำ


เข้าสู่ฝั่งของของหวานอย่าง Mango Baba ที่หยิบขนมคลาสสิกของฝรั่งเศสมาปรับด้วยมะม่วงและเสาวรส เติมมิติด้วยพริกฮาลาปิโนและถั่วตองก้า ให้ทั้งความหอม ความหวาน และความสดในคำเดียว โดยมีความเผ็ดบาง ๆ แทรกเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้เมนูนี้ดูมีลูกเล่นและน่าจดจำมากขึ้น ถัดมาคือ Coconut Ravioli ที่ใช้มะพร้าวและใบโหระพาเป็นตัวหลัก โดยมีกลิ่นใบโหระพาที่ค่อนข้างเด่น พร้อมเลมอนเจลที่ช่วยตัดความหวาน ทำให้รสโดยรวมยังคงสดและเบา


กลับมาสู่โทนที่คุ้นเคยมากขึ้นกับ Peanut Cookie ให้ความเข้มข้นจากช็อกโกแลตเฮเซลนัตและพราลีน ตัดด้วยความเค็มบาง ๆ จากเกลือทะเลช่วยให้รสโดยรวมบาลานซ์ขึ้น ขณะที่ Coffee & Banana Mousse Cake เป็นอีกคู่รสที่เข้าถึงง่าย ทั้งกลิ่นกาแฟและความนุ่มของครีมกล้วย ทำให้จบคำได้อย่างนุ่มนวล ระหว่างทางมี Thai Tea & Traditional Scones ที่ช่วยคั่นจังหวะ เสิร์ฟพร้อมมาสคาร์โปนและแยมผลไม้รสเปรี้ยวหวาน ให้มิติที่หลากหลายมากขึ้นในการจิบชาและลิ้มรสเมนูในแต่ละคำ


ชุดน้ำชายามบ่าย “From Paris to Bangkok: An Afternoon Tea by Anne Coruble” ยังคงย้ำแนวคิดของการเชื่อมโยงสองเมืองผ่านรสชาติได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการจัดวาง ใครที่อยากสัมผัสขนมฝรั่งเศสในมุมมองใหม่เซตนี้ ให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 12:00 – 18:00 น. ในราคา 1,588++ บาทต่อท่าน หรือ 2,588++ บาทสำหรับ 2 ท่าน พร้อมชาหรือกาแฟ


The Peninsula Bangkok
- Location: The Lobby ชั้น G โรงแรม เดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพฯ (The Peninsula Bangkok)
- Opening Hours: ทุกวัน เวลา 12.00 – 18.00น.
- Reservations: 02-020-2888
- Facebook: ThePeninsulaBangkok
- Instagram: @thepeninsulabangkok
- Website: https://www.peninsula.com







